11 ถอยห่างหรือทำตามใจตัวเอง
หลังจากวันที่พาสาริศาไปซื้อชุดว่ายน้ำแล้วปีขาลก็ยังไม่เคยเจอกับหญิงสาวอีกเลยเพราะเขางานยุ่งมาก กว่าจะกลับมาถึงคอนโดก็เกือบจะหนึ่งทุ่ม ส่วนสาริศาเลิกงานในเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาและเธอเดินทางไปกลับเองทุกวัน
แต่ชายหนุ่มก็แอบเข้าดูในไอจีตามที่หญิงสาวบอกเขานั่งดูภาพของเธอทุกๆ วันจนคิดว่าวันหนึ่งต้องหาโอกาสเห็นเธอสวมชุดว่ายน้ำแบบที่ถ่ายลงในไอจีให้ได้เพราะอยากจะรู้ว่าเธอรีทัชภาพหรือที่เห็นนั้นคือสัดส่วนที่แท้จริงของเธอ
ความรู้สึกที่มีต่อสาริศามันเพิ่มมากขึ้นแต่คำว่าอาหลานยังค้ำคออยู่ ปีขาลสับสนกับเรื่องนี้และเครียดจนไม่รู้จะหาทางออกยังไงใจหนึ่งอยากเขาไปสนิทกับเธอเหมือนเดิมอีกใจก็อยากจะถอยห่างเพราะกลัวว่าตนเองจะทำอะไรเลยเถิดกับหลานสาวซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นทั้งบิดามารดาของเขาและเธอคงได้โกรธมากแน่ๆ
ปีขาลรู้ว่ามารดาของตนเองรักสาริศามากมายเหลือเกิน แล้วความรู้สึก ที่เขามีให้หญิงสาวนั้นมันคืออะไรความรัก ความหลงในรูปหรือแค่ความสนใจเหมือนเด็กที่อยากรู้ว่าข้างในกล่องของขวัญนั้นคืออะไร แต่พอแกะมาเล่นสักพักก็เบื่อแล้วก็โยนทิ้ง ถ้าหากเขาทำแบบนั้นกับสาริศาครอบครัวของเขาและครอบครัวของเธอก็คงจะมองหน้ากันไม่ติดแน่ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้ปีขาลหลุดออกจากความคิดฟุ้งซ่าน เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเลขานุการของตนกำลังถือแฟ้มเดินเข้ามาเข้ามา
“ยังไม่ถึงเวลาเลยคุณต่ายหรือว่าลูกค้าเลื่อนเวลา”
“ลูกค้าไม่ได้เลื่อนเวลานัดหรอกค่ะบอส ลูกค้าไม่สบายนิดหน่อย เขาเลยบอกให้เราจัดการทุกเงื่อนไขตามที่เราเสนอไปเลยส่วนเอกสารเดี๋ยวบอสเซ็นเสร็จแล้วส่งไปให้ทางเขาเซ็นอีกทีค่ะ”
“ถ้างั้นเย็นนี้ผมก็กลับบ้านแล้วใช่ไหม”
“ถ้าบอสเซ็นเอกสารตรงนี้เสร็จก็กลับบ้านได้เลยค่ะ”
เมื่อเลขาออกไปจากห้องแล้วปีขาลก็อ่านเอกสารตรงหน้าก่อนจะลงลายมือชื่อเขามองนาฬิกาแล้วเห็นว่าถ้าไปรับสาริศาที่มหาวิทยาลัยก็คงไม่ทัน ชายหนุ่มจึงขับรถกลับไปที่คอนโดและแอบลุ้นว่าวันนี้หญิงสาวจะลงไปว่ายน้ำไหม เพราะเขาเห็นในสตอรี่ ของเธอช่วงนี้มักจะไปที่สระว่ายน้ำเล่นบ่อยๆ
ปีขาลถามหน้าเคาน์เตอร์ชั้นล่างว่าสาริศาเข้ามาหรือยังพนักงานรู้ว่าเขากับเธอเป็นอากับหลานก็บอกว่าหญิงสาวยังไม่กลับมา
เขากลับขึ้นไปบนห้องและเปลี่ยนชุดมารอสาริศาที่สระว่ายน้ำเขาว่ายน้ำจนเหนื่อยก็ขึ้นมานอนพักบริเวณเตียงด้านข้างอ่านนิตยสารเล่มใหม่ที่ถือติดมือขึ้นมาฆ่าเวลา
อ่านหนังสือไปไม่กี่หน้าสาริศาก็สวมชุดคลุมออกมาจากตัวอาคาร หญิงสาววางกระเป๋าและถอดเสื้อคลุมออกช้าๆ ก่อนจะเดินลงไปในสระว่ายน้ำ ซึ่งตอนในสระมีคนว่ายน้ำอยู่เพียงสองคน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงวัยกลางคนกับอีกคนเป็นหนุ่มหล่อที่ปีขาลเคยเห็นหน้ามาบ้าง
หญิงสาวว่ายน้ำไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่ามีใครแอบมองอยู่หรือเปล่า เธอว่ายมาใกล้จุดที่ปีขาลนั่งอยู่ ชายหนุ่มรีบยกหนังสือขึ้นอ่านและเมื่อเธอว่ายกลับไปอีกทางเขาก็ลดหนังสือในมือลง
สาริศาว่ายน้ำไปกลับอย่างช้า อยู่หลายรอบพอรู้สึกเหนื่อยก็ขึ้นมานั่งบนขอบสระโดยมีผู้ชายที่ว่ายอยู่ก่อนหน้านั้นเข้ามาคุยด้วย
ปีขาลไม่รู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกันแต่เท่าที่เห็นก็คิดว่าน่าจะไม่ใช่การคุยกันครั้งแรกแน่ๆ แต่เขาไม่รู้ว่าสาริศากับผู้ชายคนนี้รู้จักกันมาก่อนหรือเพิ่งมาเจอกันที่นี่ ปีขาลรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่ที่เห็นสาริศาสนิทกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นห่วงเพราะมารดาฝากให้ดูแลหรือเพราะลึกๆ แล้วตนเองมองเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งไม่ใช่หลานสาวอย่างที่พยายามคิดมาตลอด
เขาอยากจะเข้าแยกทั้งสองคนออกจากกันแต่ยังไม่ทันลุกจากที่นั่งสองคนก็ขึ้นจากสระและพากันกลับเข้าไปในตัวอาคาร ปีขาลหงุดหงิดมากและคิดว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นอีก เขาต้องหาทางกันทั้งสองคนออกจากกันก่อนที่ความสัมพันธ์จะพัฒนาไปมากกว่าที่เห็น
ปีขาลกลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง เมื่ออาบน้ำเสร็จก็คิดว่าจะเข้าคุยกับสาริศาเพราะพรุ่งนี้มารดาของเขาชวนเธอไปทานข้าวเย็นที่บ้าน
ชายหนุ่มกดออดอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาคิดว่าบางทีหญิงสาวอาจจะลงไปอะไรทานก็เป็นได้ เขาเองก็เริ่มจะหิวเลยลงไปยังร้านอาการที่อยู่ข้างคอนโด สายตาก็พยายามมองหาสาริศาแต่มองจนกระทั่งทานอาหารค่ำเสร็จก็ไม่เห็นเธอเลย ปีขาลเลิกสนใจเพราะเพื่อนโทรมานัดให้ออกไปดื่มเหมือนเคย
ชายหนุ่มมาร้านประจำซึ่งสืบสกุลเพื่อนของเขาเป็นเจ้าของอยู่ วันนี้เพื่อนที่มาดื่มมีแค่สืบสกุลเจ้าของร้านและอรรถกรเพื่อนสนิทอีกคนเท่านั้น
“คนอื่นไปหมดวะเป้” ปีขาลถามอรรถกรที่นั่งดื่มอยู่ก่อนแล้ว
“วันหยุดยาวพวกมันต้องพาครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัด เหลือแค่พวกเราสามคนนี่แหละ”
“กูว่าเราสามคนคงต้องหาแฟน”
“แล้วน้องคนที่มึงคุยด้วยไปไหนแล้วสืบทำไมยังต้องหาอีกล่ะ” ปีขาลยังจำได้ว่าดื่มเหล้าด้วยกันครั้งก่อนสืบสกุลยังพูดถึงเด็กรุ่นน้องที่เขาบอกว่าคนนี้น่าจะเป็นคนที่ใช่ที่สุด
“คุยนานๆ แล้วไม่ใช่ก็เลยถอยออกมา แล้วมึงล่ะเสือกูเห็นนะคืนนั้นมึงพาผู้หญิงกลับไปด้วยคนหนึ่ง ตอนนี้ยังคุยกันต่อไหม”
ปีขาลส่ายหน้าไม่เคยสานสัมพันธ์กับใครต่อเพราะก่อนพาออกจากร้านก็คุยกันแล้วว่าทุกอย่างจะจบแค่คืนนั้น
“กูเริ่มเบื่อชีวิตแบบนี้แล้วอยากจริงจังกับใครสักคน”
“ไอ้เป้มึงกินไปกี่แล้ววะถึงได้พูดแบบนี้ เมาก็กลับไปนอนเลย”
“กูพูดจริงว่ะเสือ กูว่ากูใช้ชีวิตมาเยอะ กูอยากมีครอบครัวแล้วมึงสองคนไม่คิดเรื่องนั้นบ้างเหรอ”
“สำหรับกูเรื่องนั้นไม่เคยอยู่ในหัว กูเห็นครอบครัวพี่กับน้องของกูแล้วปวดหัวว่ะ ขอเป็นโสดดีกว่า มึงล่ะเสือ” อรรถกรเห็นความวุ่นวายในครอบครัวของพี่ชายและน้องชายแล้วทำให้เขาไม่คิดจะมีครอบครัวแค่อยากมีใครสักคนพี่คบกันไปเรื่อยแบบไม่ต้องผูกมัด
“กูยังไม่แน่ใจ”
“หมายถึงอะไร”
“กูเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ตรงสเปกกูทุกอย่าง แต่คงเป็นไปได้ยากถ้าจะคบกัน”
“ปัญหาคือ....” สืบสกุลเลิกคิ้ว
“เขาเป็นหลานกู” ปีขาลพูดแล้วก็ถอนหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก
“คุกนะเสือ” อรรถกรรีบบอก
“ไม่เขาเรียนจบแล้ว กูเคยเห็นเขาตั้งแต่เด็กแต่ไม่ได้เจอกันอีกสิบกว่าปีเลย ไม่คิดว่าโตขึ้นแล้วจะสวยมาก กูรู้นะว่ามันผิดแต่ก็อดมองเขาไม่ได้ ยิ่งได้อยู่ใกล้กูก็ยิ่งชอบ”
“มึงต้องถอยออกมานะเว้ยเสือ ก่อนที่จะถลำลึกมากไปกว่านี้ แต่กูก็รู้จักมึงมานานทำไมถึงไม่เคยรู้ว่ามึงมีหลานวะ” อรรถกรกับปีขาลรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมปลายถึงตอนนี้ก็สิบปีแล้ว
“เขาอยู่เชียงใหม่เพิ่งย้ายมาทำงานที่กรุงเทพนะ เป็นลูกสาวของรุ่นน้องแม่ แม่ก็เลยฝากให้กูช่วยดูแล”
“ไม่ใช่หลานทางสายเลือดเหรอวะ”
“ไม่หรอก
“ไม่ใช่ญาติทางสายเลือด เรียนจบแล้วกูไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาตรงไหนเลยนะเสือ”