ตอนที่ 1 กฎของการเป็นเพื่อน
บรรยากาศใต้ลานเกียร์ช่วงบ่ายสามควรจะเต็มไปด้วยรังสีความเครียดของเด็กปีสามที่กำลังปั่นโปรเจกต์สเตติก
แต่สำหรับโต๊ะม้าหินอ่อนมุมสุดของแก๊งวิศวะกลุ่มนี้กลับกลายเป็นจุดแจกบัตรคิวแฟนคลับไปซะงั้น
“พี่โยชิคะ มายด์อบคุกกี้มาฝากค่ะ” เสียงหวานใสรื่นหูดังขึ้นข้างโต๊ะ
โซดาชะงักปลายดินสอดราฟต์แบบแล้วปรายตามองต้นเสียงทันที
หญิงสาวพบรุ่นน้องต่างคณะหน้าตาน่ารักกำลังยืนบิดม้วนเขินอาย โดยมีเป้าหมายคือสิ่งมีชีวิตหน้าหล่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
โยชิละสายตาจากหน้าจอไอแพด คาสโนว่าประจำกลุ่มส่งยิ้มละลายใจที่ตกสาวๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน
มือหนาเอื้อมไปรับกล่องคุกกี้มาถือไว้พร้อมกับสบตารุ่นน้องคนสวยด้วยสายตาแพรวพราว
“ขอบคุณนะครับ น้องมายด์น่ารักจังเลย ได้คุกกี้กล่องนี้พี่คงมีแรงปั่นงานต่อยันเช้าแน่ครับ”
น้ำเสียงทุ้มละมุนนั้นต่างจากตอนที่ชายหนุ่มใช้ด่าเพื่อนในกลุ่มราวฟ้ากับเหว
โซดามองภาพตรงหน้าแล้วเกิดอาการหมั่นไส้จนแทบสำลัก หญิงสาวกำดินสอแน่น ความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมาทันที
กฎเหล็กของการแอบรักเพื่อนสนิทคือต้องเนียน และวิธีเนียนที่ได้ผลที่สุดคือการสวมบทเพื่อนเวร
“ไอ้โย! มึงอย่าลืมกินยาแก้ท้องร่วงด้วยล่ะ” โซดาโพล่งขึ้นมากลางวง น้ำเสียงห้าวหาญดังกังวานจนเพื่อนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
“เห็นเมื่อเช้ามึงขี้แตกวิ่งเข้าห้องน้ำไปตั้งสามรอบ ล้างมือสะอาดหรือยังก็ไม่รู้ เช็ดแอลกอฮอล์ที่มือก่อนหยิบคุกกี้กินด้วยล่ะ กูสงสารน้องเขา”
น้องมายด์ชะงักกึก รอยยิ้มหวานเจื่อนลงทันตาเห็น สาวบริหารกระเถิบตัวออกห่างจากโต๊ะม้าหินอ่อนไปครึ่งก้าว
โยชิหุบยิ้มแทบจะทันที ชายหนุ่มตวัดสายตาขึ้นมาถลึงใส่เพื่อนสนิทตัวแสบที่นั่งดูดน้ำแดงหน้าตาเฉย
“งั้นมายด์ไม่รบกวนเวลาทำโปรเจกต์ของพวกพี่แล้วนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” รุ่นน้องสาวรีบตัดบทแล้วเดินจ้ำอ้าวจากไปราวกับกลัวติดเชื้อ
โยชิวางกล่องคุกกี้ลงบนโต๊ะ ไอ้เสือร้ายเดาะลิ้นในโพรงปากอย่างขัดใจ
“ไอ้โซ ช็อตฟีลกูเก่งนักนะมึง ขัดลาภปากกูตลอด”
“เอ้า... กูก็หวังดีเตือนเรื่องสุขภาพปะวะ” โซดาลอยหน้าลอยตาเถียง “เห็นหน้าซีดๆ นึกว่าขี้จนหมดไส้หมดพุงไปแล้ว”
พะพายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ลอบถอนหายใจยาว หญิงสาวหน้าหวานที่สุดในกลุ่มดันแว่นตาทรงกลมขึ้นเล็กน้อยพลางส่ายหน้า
ส่วนไม้เมืองยังคงก้มหน้าก้มตากดเครื่องคิดเลขต่อไปเงียบๆ ประหนึ่งว่าเหตุการณ์เพื่อนตีกันเป็นเรื่องปกติ
มีเพียงกุนเชียงที่พึ่งเดินกลับมาจากซื้อน้ำแข็ง ไถลตัวลงนั่งเก้าอี้พลางบ่นเรื่องอากาศร้อน โดยไม่ได้รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านอยู่กลางโต๊ะเลยสักนิด
โซดาลอบยิ้มสะใจ แล้วร่างสูงโปร่งของใครบางคนก็เดินตรงเข้ามาหาที่โต๊ะ
“น้องโซดาครับ พี่ซื้อชาไข่มุกร้านโปรดมาฝาก เห็นบ่นในสตอรี่ไอจีว่าอยากกิน”
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น คิน รุ่นพี่ปีสี่คณะวิศวกรรมศาสตร์เดินยิ้มกริ่มเข้ามาหา
โซดาปรับสีหน้าหงิกงอเป็นยิ้มกว้างทันที หญิงสาวรับแก้วชาไข่มุกมาถือไว้ อย่างน้อยก็มีคนมาช่วยกู้หน้าไม่ให้เธอดูเป็นหมาหวงก้างจนเกินไป
“โห ขอบคุณมากเลยค่ะพี่คิน โซกำลังอยากได้ของหวานๆ มากระแทกปากอยู่พอดีเลย” โซดาดัดเสียงให้ดูอ่อนหวานขึ้นระดับหนึ่ง หญิงสาวส่งยิ้มประจบให้รุ่นพี่หนุ่มหล่อ
โยชิปรายตามองแก้วชาไข่มุกในมือโซดาด้วยสายตาราบเรียบ ชายหนุ่มเคาะนิ้วลงบนหน้าจอไอแพดเป็นจังหวะ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงกระดาษดราฟต์แบบของโซดามาดูหน้าตาเฉย
“ไอ้โซ จุดนี้มึงคำนวณค่าแรงเฉือนผิดไปปะ ถ้าสร้างจริงตึกได้ถล่มทับหัวมึงตายห่าแน่” โยชิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชายหนุ่มใช้ก้นปากกาสีแดงเคาะลงบนจุดที่โซดาพึ่งวาดเสร็จ
“เห้ย! ผิดตรงไหนวะ! กูทวนสองรอบแล้วนะ” โซดารีบชะโงกหน้าเข้าไปดู ลืมสนใจรุ่นพี่ที่ยืนส่งยิ้มอยู่ข้างๆ ไปสนิท
โยชิเงยหน้าขึ้นไปมองรุ่นพี่ รอยยิ้มการค้าถูกจุดขึ้นบนมุมปากอีกครั้ง
“หวัดดีครับพี่คิน พอดีพวกผมกำลังเร่งปั่นโปรเจกต์ส่งจารย์พรุ่งนี้เช้าน่ะ ไอ้โซดามันหัวทึบครับ สอนเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจำ ผมเลยต้องติวเข้มมันแบบตัวต่อตัว พี่คงเข้าใจนะ”
คำพูดอาจดูสุภาพและให้เกียรติ แต่แววตาของคาสโนว่าหนุ่มกลับแฝงความกดดันบางอย่าง
คินมองสลับระหว่างโยชิกับโซดา รุ่นพี่ปีสี่รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเด็กสองคนนี้มันเหนียวแน่นและมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งๆ ออกมา
“งั้นพี่ไม่กวนแล้วดีกว่า ตั้งใจทำโปรเจกต์นะโซดา ไว้คุยกันครับ”
“เอ่อ... ขอบคุณสำหรับน้ำนะคะพี่คิน” โซดาโบกมือลา หญิงสาวมองตามแผ่นหลังรุ่นพี่ไปจนลับสายตา ก่อนจะหันขวับกลับมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทหน้าหล่อทันที
“มึงจะขัดกูทำไมเนี่ยไอ้โย กูพึ่งเช็กสเตติกไปเมื่อกี้ มันไม่ได้ผิดสักหน่อย มึงมั่วแล้ว” หญิงสาวตะคอกเสียงดัง เธอรู้ทันทีว่าชายหนุ่มจงใจหาเรื่องไล่คนของเธอ
โยชิวางปากกาแดงลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มยักคิ้วกวนประสาท โน้มใบหน้าหล่อเหลาข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้จนโซดาต้องผงะถอยหลัง นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของยัยตัวห้าว
“ก็มึงเสือกขัดกูก่อนทำไมล่ะ แฟร์ๆ ดีออก” น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ แฝงความยียวนจนน่าหมั่นไส้
“หรือว่า... มึงหวั่นไหวเสียดายไอ้รุ่นพี่นั่น”
คำถามแทงใจทำเอาโซดาสตั้นไปชั่วขณะ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น อยากจะตะโกนใส่หน้าหล่อๆ ไปว่า...
ตัวเองไม่ได้หวั่นไหวรุ่นพี่ แต่หวั่นไหวกับคนตรงหน้าต่างหาก แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เธอทำได้คือการคว้าสมุดจดฟาดลงบนไหล่กว้างของเขาเต็มแรง
“เสียดายพ่อง! เอาแบบมึงมาให้กูลอกเดี่ยวนี้เลยไอ้เพื่อนเวร”
โยชิหัวเราะในลำคอ ยอมดันสมุดจดของตัวเองไปให้เธออย่างว่าง่าย
.................
เปิดมาตอนแรกก็ช็อตฟีลกันฉ่ำเลยจ้าแม่ เพื่อนแบบใด๋น้อออ ขัดเก่ง กันท่าเก่ง เป็นหมาหวงก้างกันทั้งคู่เลยปะเนี่ย
ว่าแต่... สรุปแล้วพี่โยชิแกแกล้งกวนประสาทลูกสาวเราเฉยๆ หรือแกหวงจริงกันแน่ สารภาพมาซะดีๆ
ทุกคนคิดว่าใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน คอมเมนต์มาเมาท์กันหน่อยเร็ววว ?
หรืออยากให้ต่อตอนต่อไปเลยไหม ขอกำลังใจหน่อยคร่า
