บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 พิศวาสผ่านเลนส์ NC

หลายวันต่อมา... ข้าวฟ่างพาปณิสราแวะมาที่สตูดิโอส่วนตัวของกายแฟนหนุ่ม ภายในห้องโถงกว้างที่ถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอระดับมืออาชีพ กายกำลังยืนเช็คไฟล์ภาพจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ แสงไฟสลัวสีส้มสลัวช่วยขับเน้นมัดกล้ามแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืดสีดำให้ดูแข็งแกร่งและน่าหลงใหล

“สวัสดีครับสาวๆ มาเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย พี่เพิ่งเซ็ตไฟเสร็จพอดี” กายเอ่ยทักทายพลางวางกล้องตัวเขื่องลงบนโต๊ะ สายตาคมกริบของเขาตวัดมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความสนใจที่ปิดไม่มิด

“สวัสดีค่ะพี่กาย” ปณิสรายกมือไหว้ด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย

“สวัสดีครับน้องเนย...โอ้ว!! เพิ่งเห็นตัวจริงวันนี้ สวยกว่าที่ข้าวฟ่างอวดพี่ไว้เยอะเลยนะเนี่ย สวยแบบนี้รับรองว่าขึ้นกล้องสุดๆ” กายเดินเข้ามาทักทายปณิสราอย่างสนิทสนมและไม่กลัวแฟนสาวจะโกรธเลยแม้แต่น้อย แต่ปณิสราก็อดเกรงใจเพื่อนไม่ได้จึงรีบออกตัวทันที

“แหม่! พี่กายก็ชมเกินไป เดี๋ยวฟ่างก็งอนพอดีหรอก”

“เชิญเลยค่ะ ฟ่างไม่แคร์หรอก ปกติพี่กายเขาก็ชมนางแบบต่อหน้าเมียอยู่แล้ว นี่แค่ชมเพื่อนจะเป็นไรไป” ข้าวฟ่างหัวเราะพลางตบไหล่เนยเบาๆ

“อีกอย่าง ถ้าพี่กายไม่ถูกใจนางแบบ รูปที่ออกมามันก็ไม่ถึงอารมณ์คนดูหรอก จริงไหมคะพี่กาย” ข้าวฟ่างแกล้งค้อนใส่แฟนหนุ่ม

ปณิสรามองภาพชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ผิวสีแทนดูสุขภาพดีด้วยสายตาที่เริ่มพร่าเลือน ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอแอบดื่มย้อมใจมาก่อนหน้านี้เริ่มทำงานอย่างเต็มที่ มันทำให้ความประหม่าที่เคยมีเริ่มลดน้อยลง และแทนที่ด้วยความกล้าบ้าบิ่นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

“พร้อมมั้ยเนย วันนี้พี่กายจะลงมือถ่ายให้เองเลยนะ ช่างภาพตัวท๊อปมาจับกล้องถ่ายให้แบบนี้ รับรองว่ายอดซับพุ่งกระฉูดแน่” ข้าวฟ่างบอกพลางจูงมือเพื่อนรักไปแต่งหน้า แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักยังประหม่า อยู่ระหว่างแต่งหน้าข้าวฟ่างจึงพยายามพูดปลอบใจ

“เนย!!... ไม่ต้องกลัวนะ พี่กายเขาเป็นมืออาชีพ งานแนวนี้เขาถนัดที่สุดแล้ว” ข้าวฟ่างกระซิบข้างหูเพื่อนระหว่างปัดแก้มไปพลาง ๆ

ภายในห้องสตูดิโอ เธอขึ้นไปอยู่บนเตียงกว้างพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆ กระตุกปมเชือกชุดคลุมผ้าซาตินสีหวานให้หลุดเลื่อนลงไปกองที่ข้อศอก เผยให้เห็นไหล่เนียนมนและเนินอกอิ่มที่สะท้อนแสงไฟสตูดิโอจนดูวาววับราวกับประติมากรรมชั้นเลิศ

การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงชัตเตอร์และเสียงหัวใจที่เต้นแรงของปณิสรา ข้าวฟ่างทำหน้าที่เป็นสไตลิสต์และช่างแต่งหน้า คอยจัดแจงทรงผมและซับเหงื่อให้เพื่อนอย่างคล่องแคล่ว

“ดีมากเนย... ค่อยๆ เปิดมันออก ช้าๆ แบบนั้นแหละ” กายเอ่ยเสียงพร่า สายตาจับจ้องผ่านเลนส์กล้องราคาแพงอย่างไม่วางตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหายที่ยากจะปกปิด

“ฟ่าง!!... ช่วยจัดท่าให้เนยหน่อยสิ” กายหันไปสั่งแฟนสาวที่ยืนกอดอกดูอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ปณิสรารู้สึกได้

ข้าวฟ่างเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิท มือเรียวของเธอสัมผัสลงบนผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวของปณิสราอย่างจงใจ ก่อนจะช่วยดึงสายบราเซียให้หลุดพ้นจากไหล่ทีละข้าง

“ไม่ต้องอายนะเนย... พี่กายเขาเก่งเรื่องดึงเสน่ห์ของผู้หญิงอยู่แล้ว” ข้าวฟ่างกระซิบบอกเพื่อน แต่คำพูดนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้เนยรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“เนย!! ลองดึงสายจีสตริงขึ้นสูงอีกนิดสิครับ... ดีครับดี แบบนั้นแหละ บิดเอวมาทางซ้ายนิดนึง” เสียงของกายเริ่มทุ้มต่ำลงตามอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น เขาพยายามซูมกล้องเข้าไปใกล้จุดซ่อนเร้นของเธอ

“แบบนี้... พอได้มั้ยคะพี่กาย” ข้าวฟ่างที่จัดระเบียบร่างกายให้เพื่อนเอ่ยถาม ก่อนจะบอกให้ปณิสราใช้มือหนึ่งข้างปิดปทุมถันเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างดึงรั้งสายชั้นในจีสตริงตัวจิ๋วให้ขึ้นสูงตามคำสั่ง ท่วงท่าที่เธอบิดเร้ากายอยู่บนโซฟาหนังกลับดูเย้ายวนยิ่งกว่าการเปลือยเปล่าทั้งหมดเสียอีก

“สวย... สวยมากเนย” กายกดชัตเตอร์รัวๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ได้เห็นเรือนร่างของเนยถูกจัดวางในท่าทางที่ยั่วยวนที่สุด

“ฟ่าง... มาถือกล้องแทนพี่หน่อยสิ พี่อยากให้ภาพเซตนี้มันได้อารมณ์ดิบกว่านี้” กายเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเจ้าเล่ห์ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างขาวผ่องไม่วางตา

“เฮ้ย! พี่กาย มันเยอะไปเปล่า” ข้าวฟ่างร้องทักพลางขมวดคิ้ว เมื่อเห็นแฟนหนุ่มเดินตรงรี่เข้าไปซ้อนแผ่นหลังของปณิสราจนแนบชิด ร่างกายกำยำของเขาแผ่ไอความร้อนเข้าคุกคามผิวเนื้อละเอียดของเนยจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง

“ไม่เป็นไรฟ่าง... เนยโอเค” ปณิสราเอ่ยตอบเสียงพร่า สติสัมปชัญญะของเธอกำลังเตลิดไปไกลด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ สัมผัสจากชายหนุ่มที่เธอบอกตัวเองเสมอว่าเป็นแฟนเพื่อน กลับทำเอาเธอขนลุกชันไปทั้งตัว แต่ทำได้เพียงกล้ำกลืนความรู้สึกนั้นลงไปเพราะไม่อยากถูกมองว่าเรื่องมากในการถ่ายแบบ

“ขออนุญาตนะครับ... เดี๋ยวพี่จัดระเบียบร่างกายให้ดีกว่า”

คำว่าจัดระเบียบของกายเป็นเพียงข้ออ้างในการล่วงเกิน เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนๆ รินรดที่ซอกคอขาว โอบแขนแกร่งไปด้านหน้าอย่างจงใจ มือหนาสัมผัสเข้ากับผิวเนียนละเอียดของท่อนแขนเรียวเพื่อจัดแจงให้เธอปิดบังปทุมถันอวบอัดเอาไว้ ทว่าปลายนิ้วของเขากลับจงใจปัดป่ายและกดเน้นลงบนเนินอกที่เต่งตึงอย่างจงใจ สายตาของกายลุกวาวด้วยความกระหายเมื่อเห็นความงามในระยะประชิดที่ไม่มีเลนส์กล้องกั้นกลาง

“ไม่ต้องเกร็งนะเนย...” ข้าวฟ่างรีบปลอบใจเพื่อนผ่านช่องมองภาพกล้อง แต่เสียงนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้เนยรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“ท่านี้... โอเคไหมคะ” ปณิสราถามด้วยลมหายใจสะดุด มือของกายยังคงวนเวียนอยู่แถวปทุมถันอย่างโจ่งแจ้ง ปลายนิ้วร้ายกาจแสร้งทำเป็นจัดท่วงท่าแต่กลับเขี่ยผ่านจุดอ่อนไหวช้ำแล้วช้ำเล่า จนดวงตาของหญิงสาวเริ่มปรือปรอยฉ่ำวาวด้วยอารมณ์ราคะที่ถูกจุดขึ้นอย่างจงใจ

“ไม่ต้องกังวลนะ... คืนนี้พี่กับฟ่างจะช่วยกันปั้นเนยให้กลายเป็นดาวเด่นที่ร้อนแรงที่สุดในคลาสเลย”

คำมั่นสัญญาที่มาพร้อมกับสัมผัสรุกรานทำให้ปณิสราลืมสิ้นทั้งความเขินอายและความโกรธเคือง เธอตกอยู่ในภวังค์ของกามารมณ์ที่กายจงใจสร้างขึ้น กายอาศัยจังหวะที่เธอเผลอไผลขยับเบียดสะโพกสอบเข้าหาบั้นท้ายงอนงามอย่างเนียนตา เป็นการฉวยโอกาสแตะอั๋งภายใต้คำว่ามืออาชีพที่ปณิสราไม่กล้าจะเอ่ยปากท้วงติง

“พร้อมจะถ่ายเซตต่อไปหรือยังครับ” กายถามพร้อมรอยยิ้มที่สื่อความหมายลึกซึ้ง น้ำเสียงเขาสั่นพร่าด้วยความคาดหวังในสิ่งที่มากกว่าการถ่ายภาพ

“ค่ะ...” เธอรีบรับคำหวังเพียงจะให้เขาผละออกไปจากร่างเสียที ก่อนที่หัวใจที่เต้นรัวแรงนี้จะระเบิดออกมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel