ตอนที่ 6 ความไร้เดียงสาที่เย้ายวน NC
ปนิศราค่อยๆ เอื้อมมือสั่นเทาไปปลดตะขอบราเซียออกช้าๆ ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่ออาภรณ์ชิ้นน้อยหลุดร่วงลงจากเรือนร่าง เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจอันหอบถี่ ผิวขาวเนียนละเอียดภายใต้แสงไฟสตูดิโอสาดส่องลงมาขับเน้นให้เห็นร่องอกและยอดอกสีระเรื่อที่ดูโดดเด่นและยั่วยวนจนยากจะละสายตา
“เอามือออกข้างหนึ่งนะเนย... อ่า ดีมาก... แบบนั้นแหละ ปิดด้วยมือข้างเดียว มันดูเซ็กซี่กว่า” เสียงของข้าวฟ่างดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“ไหนลองเชิดหน้าขึ้นอีกนิด อมยิ้มหน่อยๆ ซิ อืมมม.... อย่างนั้นแหละ โอเค เยี่ยม!”
“เดี๋ยวต่อจากนี้จะถ่ายเป็นคลิปนะเนย” ข้าวฟ่างขยับกล้องเข้ามาใกล้ แววตาของเพื่อนเต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพเพราะผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน
“ไหนแกลองจัดเสื้อผ้าให้ดูเหมือนมันหลุดลุ่ยเหมือนเพิ่งมีอะไรกับแฟนสิ แต่เอาให้เห็นจุกโผล่ออกมาแวบหนึ่งนะ เดี๋ยวฉันจะถ่ายไปเรื่อย ๆ แล้วตัดเอา เน้นความรู้สึกให้มันดูเป็นธรรมชาติที่สุดนะ แฟนคลับเค้าชอบความรู้สึกแบบเรียลๆ แบบนี้แหละ”
ความอับอายแล่นพล่านไปทั่วใบหน้าสวยจนรู้สึกร้อนผ่าวไปถึงใบหู แต่ปณิสราก็พยายามสะกดกลั้นมันไว้ภายใต้หน้ากากของความตั้งใจที่จะให้งานออกมาดีที่สุด เธอเงยหน้าขึ้นมองเลนส์กล้องอย่างท้าทาย พยายามจินตนาการว่านี่เป็นเพียงการแสดงบทบาทสมมติ
ในวินาทีที่จุกนมสีชมพูระเรื่อโผล่พ้นขอบผ้าออกมา เธอพยายามสะกดกลั้นความอายด้วยการนึกถึงความรู้สึกที่มีอะไรกับแฟนหนุ่มและตอนนั้นมาร์คก็ให้เธอเป็นผู้ควบคุม
“เก่งมากเนย...” เสียงของข้าวฟ่างเอ่ยชม
“ฉันรับประกันเลยว่า ยอดซับของแกต้องขึ้นเร็วกว่าตอนที่ฉันเริ่มทำใหม่ ๆ แน่นอน”
เนยหลับตาลงรับแสงไฟ เธอไม่ได้ต้องการแค่เงินอีกต่อไปแล้ว ในห้วงอารมณ์ที่พร่าเลือน เธออยากเห็นผู้ชายพวกนั้นคนที่มองเธอเป็นเพียงสิ่งของ ต้องสยบแทบเท้าเธอด้วยภาพเรือนร่างนี้ที่เธอตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อขายความกระหายของพวกเขาโดยเฉพาะ
“เยี่ยมมาก! แบบนั้นแหละเนย... ฉันชักจะอิจฉาหุ่นแกแล้วว่ะ โคตรเซ็กซี่อะ... บอกเลย!”
คำชมกึ่งหยอกเย้าของเพื่อนสนิทเป็นดั่งน้ำมันชั้นดีที่ราดรดลงบนกองเพลิงแห่งความปรารถนาในใจ เนยรู้สึกถึงความรุ่มร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความประหม่าในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความย่ามใจที่เปี่ยมไปด้วยจริตจะก้าน
เธอยิ่งใจกล้ามากขึ้น ร่างระหงเอนกายลงบนเตียงกว้างที่แสนนุ่มละมุน จัดวางท่าทางให้เรียวขาสวยพาดไขว้เข้าหากันอย่างหมิ่นเหม่ เพื่อบดบังจุดซ่อนเร้นที่แสนหวงแหนไว้ภายใต้เงาจางๆ ปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยดุจแพรไหมทิ้งตัวเคลียคลอปิดจุกนมสีสวยเอาไว้
ปลายนิ้วเรียวสวยเริ่มซุกซน เธอค่อยๆ ลากไล้ไปตามผิวเนื้อที่เนียนละเอียดของตัวเองอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้เธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก นิ้วเรียวกรีดกรายผ่านหน้าท้องแบนราบไต่ระดับขึ้นมาจนถึงทรวงอกอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรง
ดวงตาคู่สวยช้อนมองเลนส์กล้องด้วยแววตาที่เชื่อมปรอย สื่อสารความรู้สึกที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก ระหว่างความรวดร้าวที่ซ่อนลึกอยู่ในใจ กับความเย้ายวนที่จงใจปลุกเร้าให้ผู้ที่จ้องมองต้องลืมหายใจ
แชะ! แชะ! แชะ!
เสียงชัตเตอร์ดังรัวถี่ราวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว เนยขยับนิ้วแกล้งจัดแจงสายเสื้อที่รุ่ยร่าย เธอตั้งใจให้เนื้อผ้าลูกไม้เลื่อนไถลผ่านยอดปทุมถันเบาๆ เผยให้เห็นความเซ็กซี่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความไร้เดียงสา ทุกหยาดเหงื่อที่ซึมตามผิวหนังคือต้นทุนที่เธอกำลังใช้แลกกับยอดสมาชิกที่รอคอยอยู่
แสงไฟในสตูดิโอชั่วคราวยังคงสาดส่อง ทว่าความประหม่าในคราแรกของเนยกลับถูกมอดไหม้ไปพร้อมกับบทเรียนใหม่ที่เธอเพิ่งได้รับ ร่างระหงที่เคยสั่นเทาเริ่มคุ้นชินกับการเปิดเผยเรือนร่างต่อหน้าเลนส์ เธอเรียนรู้ที่จะบิดเร้าองศาของร่างกายเพื่อสื่อสารตัณหาอย่างมีชั้นเชิง จิตวิญญาณของหญิงสาวผู้ไร้เดียงสากำลังถูกหล่อหลอมใหม่ให้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาวกร้านโลกผู้ค้นพบว่าเสน่ห์ของเธอคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด
“โอเคเนย วันนี้พอแค่นี้ก่อน แล้วก็อย่าลืมเอาแอคเคาท์ไปโปรโมทตามช่องทางอื่นด้วยล่ะ” ข้าวฟ่างบอกพลางเก็บอุปกรณ์ แสงไฟสตูดิโอถูกปิดลง เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงที่ส่องกระทบเรือนร่างที่ยังคงนอนหอบหายใจอย่างอ่อนล้า
“เอ่อฟ่าง... แล้วถ้าฉันอยากจะไลฟ์สดล่ะ ต้องทำยังไงเหรอ?” เนยถามขึ้นขณะหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่
“นี่แกจะดื้อไลฟ์ให้ได้เลยใช่มั้ย?” ข้าวฟ่างเลิกคิ้วมอง
“เปล่าๆ ฉันอยากรู้เฉยๆ ว่ามันต้องทำยังไง ไม่ได้คิดจะทำตอนนี้หรอก”
“ถ้าแกจะไลฟ์สดมันก็ไม่ยาก แต่ต้องเตรียมตัวเยอะหน่อย อย่างแรกคือต้องมีโปรแกรมสตรีมมิ่ง เดี๋ยวฉันติดตั้งให้ในโน้ตบุ๊กแกเลยก็ได้” ข้าวฟ่างจัดการติดตั้งโปรแกรมให้เพื่อนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะอธิบายต่อ
“แกแค่เอา Stream Key จากเว็บมาใส่ แล้วก็กดเริ่มไลฟ์ได้เลย ง่ายๆ แค่นั้นแหละ”
“แค่นั้นเองเหรอ?” เนยถามอย่างไม่แน่ใจ
“อืม... แต่ที่ยากคือการเอนเตอร์เทนคนดู แกต้องพูดคุยกับเขา ทำตามคำขอเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เกินเลยไปนัก ทำให้เขารู้สึกพิเศษเหมือนได้ใกล้ชิดกับแกจริงๆ แล้วเขาจะเปย์ให้แกเอง”
“แล้วถ้ามีคนขอให้ทำอะไรที่มัน... เกินเลยล่ะ?” เนยถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ก็ปฏิเสธไปสิแก เรามีสิทธิ์เลือกนะเนย ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างที่เขาขอ แต่ถ้าแกอยากได้เงินเยอะๆ บางทีก็ต้องยอมแลกบ้าง... อันนี้ฉันตัดสินใจแทนแกไม่ได้หรอกเพื่อน” คำพูดของข้าวฟ่างทำให้เนยรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว เธอรู้ดีว่าโลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ
“ฉันว่าแกอย่าเพิ่งรีบร้อนเลย คืนนี้ลองโปรโมทแอคเคาท์ตามโซเชียลดูก่อน ลงรูปที่ฉันเลือกให้นะ รับรองว่าปัง!” ข้าวฟ่างยิ้มให้กำลังใจ
“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง พอดีต้องแวะไปรับพี่กายที่สตูดิโอด้วย”
“แฟนใหม่แกทำงานที่นั่นเหรอ” เนยถามด้วยความสงสัย
“อืม... พี่กายเขาเป็นช่างภาพแนว Fine Art น่ะแก แต่จริงๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นพวกสาวๆ แบบฉันเนี่ยแหละ เขาเป็นคนคัดคนเข้าเอเจนซี่ด้วยนะ ใครผ่านมือพี่กาย... รับรองว่าเงินไหลมาเทมาจนตั้งตัวไม่ทันเลยล่ะ ถ้าต่อไปแกจะเอาดีทางด้านนางแบบละก็ บอกฉันได้นะ”
เนยยืนนิ่งไปพักใหญ่หลังจากลงจากรถเพื่อน ลมหนาวที่ปะทะหน้าไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกชาเท่ากับตัวเลขรายได้ที่ข้าวฟ่างเล่าให้ฟังระหว่างทาง โลกใบใหม่ที่เธอกำลังก้าวเข้าไป มันช่างเย้ายวนและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
