chapter 9 อย่าให้กูต้องหาคำตอบเอง
Chapter 9
อย่าให้กูต้องหาคำตอบเอง
"ให้มันรู้ไปพลอย...ว่ามึงจะแรงกว่าเหล้ากู!"
เสียงทุ้มต่ำบ่นพึมพำ ก่อนจะปาดฝ่ามือเช็ดของเหลวที่เปอะเปื้อนขอบมุมปาก รสขมปร่าของแอลกอฮอล์ดีกรีแรงกว่าปกติ ดับรดอารมณ์ร้อนรุ่มลงได้บางส่วน ทว่า...ก้อนเนื้อที่บีบรัดอยู่กลางอกยังคงกระเพื่อมสั่นบ้าคลั่งอย่างเอาแต่ใจ
"ฮึ!...ไม่รักดีนะมึง!"
เสียงทุ้มต่ำยานครางเล็กน้อย ใบหน้าดุที่เคยขาวจัดเริ่มขึ้นซับสีแดงระเรื่อเมื่อแอลกอฮอล์ดีกรีแรงแทรกซึมไปทั่วร่าง นัยน์ตาสีอำพันคล้ายถูกย้อมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวไม่สามารถ หาคำตอบได้ ความรู้สึกมึนงงเเล่นเข้าควบคุมทดแทนความกระด้างกระเดื่องที่มีอยู่ก่อนหน้า จนในที่สุด มันสมองที่คิดแต่จะหาเรื่องเธอค่่อยเริ่มสงบกลับมาเป็นเขาคนเดิมอีกครั้ง
"หมอก...หมอก"
"เป็นอะไรรึป่าว"
เนื้อเสียงแห่งความประหลาดใจถูกเอ่ยถามแม้เจ้าตัวยังอยู่ห่างออกไปหลายเมตร คนตัวเล็กจงใจทิ้งระยะห่างจากเขาสักเล็กน้อยเพื่อหวังทุเลาความโกรธกรุ่นที่เขามีต่อเธอ แม้ได้เพียงบางส่วนก็ยังดี
หากแต่ความห่วงใยกลับส่งไปไม่ถึงคนรับ เปลือกตาหนักอึ้งปิดสนิทหนีแสงแดดอุ่นที่ยังเจิดจ้า ร่างหนาเอนกายพักร่าง ไม่ใยดีคนที่ยืนห่างออกไปเลยสักนิด มือหนาเริ่มยกเคล้นคลึงเส้นขมับเบาๆ ราวกับอาการปวดกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกที
"หมอก...เป็นอะไรรึป่าว อยากให้พลอยช่วยไหม"
คนตัวเล็กเอ่ยถามอีกครั้ง ก่อนจะสับฝีเท้าเข้าไปหา ทว่าออกเดินได้เพียงครึ่งก้าว ร่างเพรียวบางกลับถูกแช่แข็งไว้ด้วยประโยคเดียวของเขา
"ถอยออกไป"
"ปวดหัว อย่าพึ่งมากวน"
" จะไปทำอะไรก็ไปทำ"
วาจาไร้เยื่อใยถูกเอ่ยออกมาตามความเคยชิน ทิ้งให้คนตัวเล็กจมอยู่กับความน้อยใจที่เขาเอาแต่ปฏิเสธเธอทุกครั้ง
ทั้งที่เธอง้อเขาก็แล้ว...ขอโทษเขาก็แล้ว
เมฆินทร์โกรธเธอนาน กว่าทุกครั้งที่เธอเคยโกรธเขารวมกันด้วยซ้ำ
'ขี้ใจน้อยจริงๆ'
ไม่อยากดี ก็ไม่ต้องดี..จะไม่ยุ่งด้วยอีกเลยคอยดู
ในใจตั้งปฏิญาณไว้แบบนั้น ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะเอ่ยในลำคอ
"เราแค่เป็นห่วง"
"ถ้ามันรบกวนหมอกมาก งั้นเรากลับเลยแล้วกัน"
คนตัวเล็กคว้ากระเป๋าใบย่อมมาถือ สื่อความหมายว่าเธอจะทำอย่างที่พูดจริงๆ และทันทีที่ฝีเท้าแผ่วเบาขยับเดิน เปลือกตาที่เพิ่งปิดฉับพลันเปิดกว้างขึ้นในวินาทีเดียวกัน หัวทุยผงกขึ้นมองคนมาใหม่เล็กน้อย
ริมฝีปากสีคล้ำแย้มเผยอคล้ายจะเอ่ยวาจาเพื่อแก้ต่างหากแต่ฐิติที่ก่อร่างสร้างกำแพงอยู่ในใจกลับยั้งริมฝีปากให้ปิดฉับลงอีกครั้งด้วยระยะนาทีที่นานกว่าเดิม
ในตาสีอำพันปรือมองร่างบอบบางที่ยืนห่างออกไปช้าๆทุกส่วนสัด ก่อนที่ส่วนกระดูกกรามจะขบกันแน่นเป็นสันนูนเมื่อได้เห็นร่องรอยบางอย่างที่ผิดแปลกออกไป
"หน้ามึงไปโดนอะไรมา"
สุรเสียงแหบห้าวเอ่ยถามเน้นหนัก สองนัยเนตรคมกริบกดลงต่ำ พร้อมกลับขยับกายลุกมากึ่งนอนกึ่งนั่งบนโซฟานวมตัวใหญ่ ปลายนิ้วชี้กระดิกเข้าหาตัวเป็นจังหว่ะ และพลอยนิรารู้ความหมายของมันดี.....
ลมหายใจที่เคยสงบนิ่งติดขัดไปชั่วครู่ ก้อนเนื้อกลางอกที่พึ่งคลายตัวกลับมาเต้นเร่าฟุ้งซ่านอีกครั้ง ดวงตากลมโตหลุบลงมองเจ้าของอาณาเขต ตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงแกมหวาดหวั่น
"จะเดินมาเอง...หรือจะให้กูลุกไป มึงเลือกเองพลอย"
ไม่ใช่คำขู่แน่..พลอยนิรารู้ดี...
ร่างบอบบางค่อยๆ ขยับฝีเท้าเข้าไปช้าๆ แม้ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรหากแต่พลอยนิราเฝ้าภาวนาในใจให้ทุกเก้าเดินช่างนานเเสนนาน และมันก็ป่าวประโยชน์ เพราะชั่วไม่เกินหกสิบวินาทีฝ่าเท้าเรียวก็ก้าวประชิดคนที่นั่งกึ่งนอนอยู่กลางห้องจนได้
"เงยหน้าขึ้น แล้วมองกู"
สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยราบเรียบ ทว่าเน้นย้ำทุกเนื้อคำจนแทบจะคล้ายคำรามแทนการเอ่ยวาจาธรรมดา ไอเย็นที่เคยแผ่ปกครุมอยู่รอบตัวเขา พลันร้อนระอุ จนพลอยนิราไม่อาจทนฝืนคำสั่งนั้นได้
ใบหน้ารูปไข่ค่อยๆ ช้อนขึ้นมองเขาช้าๆ ในองศาที่เธอคำนวนมาแล้วว่าเมฆินทร์ คงไม่เห็นรอยนั้นบนหน้าเธอ ทว่าสิ่งที่เธอคิดกับไม่เป็นเช่นนั้น
"ชิบ!"
สุรเสียงกระด้างคำรามก้องก่อนที่มือสากจะคว้าคางมนไว้แน่น ท้องนิ้วทั้งห้าบีบรั้งจมฝังลงเนื้อแก้มกลม ก่อนจะดึงรั้งเข้าหาตัว
นัยเนตรคมกริบมองพินิจรอยช้ำที่ปรากฏบนแก้มนวลทุกรอยริ้วด้วยความเดือดดาล
"แก้มมึงเป็นอะไรพลอย"
เขาถามเสียงต่ำ ที่ฟังอย่างไรก็รู้ว่าเขากำลังถึงจุดบอด
"กู ถาม ว่า แก้ม มึง ไป โดน อะ ไร มา !"
"........."
บ้าน่า...เขาเห็น...เห็นได้ยังไง เสียงในใจสะท้อนผ่านทางสายตา สองกลีบปากเม้มกันแน่นก่อนที่เจ้าของสองแก้มกลมจะหลุบสายตาลงมองพื้น นิ้วมือน้อยย้ายมาเกาะกุมกันไว้แน่น ราวกับกำลังปกปิดเจ้าหน้าที่สอบสวนจำเป็นตรงหน้า
" ใคร ทำ มึง!"
สุรเสียงหยาบกระด้างยกระดับความข้นเป็นกึ่งบังคับให้เธอต้องตอบ ไออุ่นร้อนรอบร่างเธอและเขาระอุขึ้นเรื่อยๆ จนพลอยนิรา แน่ใจว่าถ้าเธอไม่ให้คำตอบที่เขาพอใจ...อาจจะเป็นเธอเอง ที่จะร่างแหลกคามือเขา
"เราเดินชนประตู"
พลอยนิราตอบเสียงเครือในลำคอ นัยน์ตาสีอ่อนหลุบลงมองพื้นสะเบื้องสีทึบอีกครั้ง ก่อนจะรีบสาวกลุ่มผมปกปิดรอยช้ำบนผิวแก้มนิ่ม
"ชนประตู?" เมฆินทร์ทวนรูปประโยคด้วยเสียงแหบห้วนจัด
"ชนกระตูบ้านมึง เล็บหักได้ด้วย?"
"ไปพลอย...ประตูอยู่นั่น มึงชนให้กูดู ชนจนกว่าจะได้รอยแบบที่มึงมี"
เมฆินทร์เอ่ยออกมาด้วยเนื้อเสียงเรียบนิ่ง สองนัยเนตรสีอำพันสุกลุกโชนไปด้วยโทสะสีมืด ไร้ความปราณี ไม่แม้แต่กับเธอ....
"หมอก.."
พลอยนิราขานชื่อเขาเสียงสะท้านราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"ทำตามที่กูสั่ง!"
เสียงแหบห้าวตวาดก้อง มวลมัดกล้ามหดเกร็งไปทั้งลำคอแกร่ง
เขาไม่ได้ล้อเล่นทุกคำที่หลุดออกมาจากปากเมฆินทร์......มันหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ
พลอยนิราหลับตาปี๋ ร่างบอบบาง เคลื่อนขยับเข้าหาขอบกระตูเชื่องช้า ก่อนที่ศีรษะทุยจะโขกลงสุดแรงที่เจ้าตัวมี
"ชิบ!"
"มึงบ้ารึไงพลอย!"
กลุ่มผมนุ่มสลวยถูกมือหนากำจิกไว้แน่น ด้วยระยะห่างเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด นัยเนตรสีอำพันปกครุมไปด้วยก้อนพายุอารมณ์ขนาดใหญ่สีทมึนที่พร้อมจะทำลายล้างคนที่กล้ากระตุ้นอารมณ์ของเขาให้แหลกเป็นจุล
"กูถามพลอย!"
"อย่าให้กูต้องหาคำตอบเอง!"
ร่างบอบบางสะดุ้งเฮือก เมื่อถูกตะคอกสุดเสียง ดวงหน้าหวานสั่นระริกก่อนที่สองตากลมสีอ่อนจะปรือขึ้นมองคนแก่กว่า ด้วยริมฝีปากที่เบะคว่ำลง
"มึงโง่รึไงพลอย!"
"อยากตายนักก็ไปตายที่อื่น อย่ามาตายบ้านกู"
เสียงทุ้มต่ำคำรามดังกึกก้อง ตลอดทั้งใบหน้าและลำคอหนาแดงเถือกไปด้วยฤทธิ์แห่งโทสะ มือหนาลงน้ำหนักบีบลงที่หัวไหล่มันก่อนจะเขย่าเรียกสติคนตัวเล็กให้กลับคืนเข้าที่ พลอยนิราสั่นสะท้าน ภาพความทรงจำเมื่อช่วงบ่าย ค่อยๆ ซ้อนทับเข้ามาอีกรอบ ร่างบอบบางสั่นกระตุกราวกลับถูกไฟช้อต สองมือขาวนุ่มสบัดคนที่อยู่เหนือเธอออก ก่อนจะถอยกรูดไปชิดมุมห้อง
"ยะ..อย่าเข้ามา"
"ห้ามเข้ามานะ..."
"ปล่อย...ปล่อยพลอย...กลัว..กลัวจริงๆ"
เสียงแหบตื่น เอ่ยในสิ่งที่จิตใต้สำนึกกดทับไว้ออกมาเบาๆ สองแก้มกลมกล่ำแดงเลอะไปด้วยธารน้ำตาที่หลั่งไหลราวทำนบแตก
เมฆินทร์ยืนนิ่ง ใบหน้าเครียดขึงแปลเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วมุ่น ฝ่าเท้าหนาเหยียบย่างเข้าไปหาคนที่นั่งคุดคู้ด้วยเส้นอารมณ์ที่ยังไม่คงที่
"อย่าเข้ามานะ..บอกว่าอย่าเข้ามา!"
สุรเสียงที่เคยหวานนุ่มสั่นกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น ร่างบอบบางกระเสือกกระสนจิกปลายเท้า จนทุกส่วนสัดหดเกร็งค้าง
"พลอย!...กูเอง..พลอย!"
เสียงทุ้มต่ำตะคอกกลบเสียง มือหนารั้งหัวใหญ่มนเข้าหาตัว ก่อนจะโน้มใบหน้า ลงชนกลางหน้าฝากมนย้ำเตือนว่าเป็นเขา
"กรี๊ด!"
"กรี๊ด!"
"กรี๊ด!"
พลอยนิรากรีดร้องไม่เป็นภาษา มือคู่น้อยปัดป่ายจนเสื้อเชิ้ตที่สวมทับเรือนกายไว้หลุดลุ่ย และทันทีที่ผิวเนื้อนวลปรากฏแก่สายตา สันกรามหนาก็พลันขบกันแน่นจนส่วนกระดูกแทบปริแตก
เลือดในกายที่เพิ่งสงบเดือดพล่านขึ้นมาอีกรอบ นัยเนตรสีอำพันดุจเสือร้าย มองจ้องทุกรอยริ้วบนผิวเนื้อนวลก่อนจะสับฝ่ามือลงลำคอระหงส์ทันที
"หลับซะพลอย"
"พักผ่อนไปก่อน...เป็นเด็กดีรอกู"
*พวกเอง ช่วยกดใจให้เขาสักคนละดวง*
*เมตตาสติ๊กเกอร์ให้เขาสักคนละคอมเม้นท์พลีสส*
ปล ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอีบุ๊คน่าจะมาภายในอาทิตย์นี้จ้า ฝากพวกเอ็งเอ็นดูพี่หมอกกันด้วยนะจ๊ะ
