ตอนที่ 3 งานแต่ง
"พี่ธีร์!!??"
"ป่านนี้แล้วหนูยังจะเขินพี่อีกรึไง หื้มมม"
"มันอดไม่ได้นี่คะ"
"อีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ หนูเลิกเขินพี่ได้เเล้วครับ"
"ค่ะ นุ่นรักพี่ธีร์นะคะ รักมากๆเลย"
"พี่ก็รักหนู รักจนไม่รู้จะใครได้อีกไหม"
"ปากหวานจังเลยนะคะ ว่าที่เจ้าบ่าวของนุ่นเนี่ย หื้มมมม"
หญิงโน้มตัวไปบีบจมูกชายคนรักเบาๆอย่างหมั่นไส้แกมหยอก เพราะเค้าน่ารักแบบเธอถึงได้ตกหลุมรักเค้าตั้งแต่แรกเห็น
"หนูดีใจไหมที่เราจะไดเแต่งงานกัน"
"อืมมม ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ"
ชายหนุ่มหน้าสลดลงทันทีที่เห็นท่าทางของหญิงสาวดูลังเล แต่เธอแค่จะแกล้งเค้าเท่านั้น
"ก็หนูทำหน้าแบบนั้น...." หญิงสาวยกยิ้มก่อนจะเดินไปนั่งตักแกร่งของชายหนุ่มทันที
"ดีใจสิคะดีใจที่สุดที่เราจะได้แต่งงาน แต่สำหรับนุ่นงานแต่งงานมันไม่สำคัญเท่าใจเราสองคน นุ่นไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากหัวใจของพี่ พี่ธีร์คิอรักแรกและรักเดียวของนุ่นนะคะ" หญิงสาวพูดทุกอย่างออกมาใจหัวใจของเธอ จริงๆเธอไม้ได้ต้องการจัดงานแต่งงานที่ใหญ่โตอะไร เธอแค่ต้องหัวใจของคนที่เธอรักแค่นั้น
"หนูพูดจริงๆใช่ไหมนุ่น หนูไม่ได้ต้องการอะไรจากพี่จริงๆใช่ไหม"
"จริงสิคะ นุ่นขอแค่มีอยู่ข้างต่อมห้นุ่นจะลำยากแค่ไหนนุ่นก็ไม่หวั่นเพราะนุ่นมีกำลังใจที่ดีอย่างพี่ธีร์ไงคะ ฟรอดดด!!"
หญิงสาวพูดจบก็หอมแก้มชายหนุ่มฟรอดใหญ่จนเค้าหลุดยิ้มออกมาจนได้ ตลอดเวลาที่คบกันหญิงสาวมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่ต้องการอะไรนอกจากความรักของเค้าที่มีให้แก่เธอเท่านั้น แต่มันยิ่งสร้างความสับสนในใจให้ชายหนุ่มจนเค้าต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง
วันแต่งงานของธีรดลย์และหนึ่งธิดา
งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวมิชชันลิน ทั้งอาหารและบรรยากาศถูกจัดแจงให้เกิดขึ้นในธีมเทพนิยายตามที่ธีรดลย์วางแผนกับทีมออแกไนซ์เซอร์
บรรยากาศในงานดูหรูและดูดีสมฐานะเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ธีมสีของชุดในงานแต่งงานวันนี้คือสีชมพูเป็นสีที่เจ้าสาวอย่างที่นุ่นชอบ เธออดดีใจจนน้ำตาไหลไม่ได้เมื่อได้เห็นบรรยากาศงานแต่งงานของจริง เพราะที่ผ่านธีรดลย์ไม่ยอมบอกอะไรเธอเกี่ยสกับงานแต่งเลย บอกแค่ให้เธอรอสวมชุดเจ้าสาวเพียงอย่างเท่านั้น
ส่วนเเขกเหลื่อในงานล้วนเป็นคนในวงการธุรกิจทั้งฝั่งทางเจ้าบ่าวและเจ้าสาว แต่คนที่เห็นว่าจะมีความสุขที่สุดคือสรุเวช ผู้เป็นพ่อของหญิงสาวที่จะมีคนที่ดีและมีพร้อมอย่างธีรดลย์มาดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของเค้า เท่านี้เค้าก็คงตายตาหลับ
"งานเป็นยังไงบ้างครับคุณอา พอใจไหมครับ" ธีรดลย์เอ่ยถามว่าที่พ่อตาที่เดินมาหาเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ยืนรอรับแขกหน้างานอย่างเกรงใจเพราะกลัวว่างานแต่งจะจัดขึ้นไม่สมเกียรติ
"อาเอออะไร เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะเรียกพ่อเถอะลูก"
"ครับพ่อ"
"ที่จริงพ่อก็ไม่เคยคิดเคยฝันนะว่าจะมีวันนี้ พ่อดีใจที่ยัยนุ่นมีคนดีดีอย่างเรามาดูแลต่อแทนพ่อ พ่อก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน พอเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝามันก็อดดีใจจนน้ำตาไหลไม่ได้ ยัยนุ่นเป็นทุกอย่างของพ่อนะธีร์" สุรเวชเอ่ยขึ้นอย่างน้ำตาซึมด้วยความดีใจที่เห็นลูกสาวสุดที่รักมีคนที่ดีและคนที่รักเธอไม่แพ้เค้าคอยดูแลและอยู่เป็นคู่ชีวิตไปตลอดจนแก่เถ้า
"พ่อคะ...."
"พ่อไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความรักและความเอาใจใส่ของลูกทั้งสองคน เข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม"
"ครับพ่อ"
"ค่ะพ่อ"
"งั้นไปรับเเขกเถอะ เดี๋ยวพ่อไปช่วยดูแขกด้านในให้"
"ขอบคุณครับ"
"ขอบคุณค่ะพ่อ"
พิธีงานแต่งแบบสากลดำเนินไปอย่างเรียบร้อยก่อนจะถึงพิธีสาบานรักแลกแหวนแต่งงานและจดทะเบียนมงคลสมรสต่อหน้าเเขกเหลื่อและบาทหลวงที่เป็นผู้ทำพิธี ณ โบสถ์คริสใน LA
"คุณธีรดลย์ คุณจะรับคุณหนึ่งธิดาเป็นภรรยาของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเธอและให้เกียติเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่"
"ครับ"
"คุณหนึ่งธิดา คุณจะรับคุณธีรดลย์เป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักเขาและให้เกียติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่"
"ค่ะ"
บาทหลวงผู้ทำพิธีเอ่ยถามเจ้าสาวเจ้าบ่าวที่มีแขกเหลื่อในงานรอเป็นพยานในการสาบานมองทั้งด้วยความชื่นชมยินดี
"บัดนี้ลูกทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ พ่อขอให้ลูกทั้งสองอยู่ครองคู่รักกันไปให้นานแสนนาน เป็นคู่แท้ของกันตลอดไป"
