ตอนที่4 กับดักอาจารย์ร้อน
“ไม่ทันแล้วยัยพิมพ์”
“คนอะไรใจร้ายชะมัด” เธอบ่นทำปากอุบอิบ
“อย่าบ่นว่าผมใจร้ายนะครับ ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น อย่าใช้เวลาไปกับความสุขแค่ชั่วครั้งชั่วคราว จนลืมหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง” เขาพูดสวนขึ้น ราวกับอ่านปากเธอออก
“ชิ อีตาบ้านี่ ก็เพราะตัวเองไม่ใช่หรือไง รายงานฉันเลยไม่เสร็จ” ทำหน้ามุ่ย บ่นอุบอิบคนเดียว
“แกบ่นให้ใครยัยพิมพ์”
“เปล่า ฉันก็บ่นให้ผีสาง ให้เจ้ากรรมนายเวรแถวนี้แหละ” ไฟล์รายงานเธอถูกอัปโหลดลงวันไดร์เรียบร้อยแล้ว ได้แต่ภาวนาว่าอาจารย์หนุ่มจะยอมรับงานของเธอ พูดจบก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะไม่สนใจสไลด์ที่เขากำลังสอน
พิพิมพ์หลับตลอดสองชั่วโมง แต่เธอไม่ลืมตั้งไอแพดบันทึกวิดีโอไว้ดูภายหลัง
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ สรุปรายงานส่งให้ผมก่อนเริ่มเรียนชั่วโมงต่อไปครับ” พูดจบเขาปิดสไลด์เก็บแล็ปท็อปและอุปกรณ์การสอน
“นักศึกษาที่ส่งรายงานไม่ทัน ไปพบผมที่ห้องด้วยครับ”
พิพิมพ์ตื่นขึ้นมาได้ยินประโยคนั้นพอดี เธอแอบโล่งใจ ที่อย่างน้อยเขายังให้โอกาสเธอได้ชี้แจงเหตุผล แต่เขาคงจะเรียกไปตักเตือนแค่นั้นแหละ เธอคิดในใจ
“ยัยพิมพ์ แกได้ยินไหมที่อาจารย์ภาคภูมิบอกเมื่อกี้”
“ได้ยิน ฉันไม่ได้หูฝาด เขาน่าจะเรียกไปตักเตือนแหละมั้ง ไม่เป็นไรหรอกเพราะอย่างน้อยก็น่าจะมีเพื่อนหลายคน ไปยืนฟังเขาบ่นนิด ๆ หน่อย ไม่สะเทือนหูฉันหรอก" เธอพูดติดตลก นั่งหาวหวอก ๆ รอนักศึกษาทยอยเดินออกไปก่อน จากนั้นค่อยลุกเดินออกจากห้องไป
"แกไปกินข้าวก่อนเลยริน เดี๋ยวฉันตามไป" พิพิมพ์หันไปบอกรินดาก่อนเดินแยกไปยังห้องพักอาจารย์ประจำสาขา
"แกแน่ใจนะว่าไม่ให้ฉันไปเป็นเพื่อน ดูเหมือนจะไม่มีคนเดินไปเลยนะ" รินดาเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งหลังจากมองไปตามทางเดิน ไร้เงานักศึกษาคนอื่น ๆ
"ไม่ต้อง คนอื่นน่าจะเดินไปก่อนแล้ว ฉันไปแล้วนะเดี๋ยวรีบตามไป" เท้าเล็กบนรองเท้าผ้าใบสีขาวกระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า รีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังห้องพักอาจารย์ที่อยู่ท้ายแผนก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ยกมือขึ้นเคาะประตูอย่างมีมารยาท
"เข้ามา" เสียงทุ้มดังออกมาจากด้านใน เธอจำได้ดีว่าคือเสียงของเขา
แอ๊ด…
แกร็ก…
ประตูด้านหลังปิดลง ตามาด้วยเสียงล็อกเบา ๆ ดังขึ้น หัวใจเธอกระตุก เท้าเล็กหยุดชะงักทั้งที่พึ่งก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาเพียงสองก้าว เมื่อกวาดสายตาไปรอบห้องไม่พบคนอื่นเลย ภายในห้องมีเพียงเธอและอาจารย์หนุ่ม
"จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม"
"คะ เอ่อ…แล้วเพื่อนคนอื่นล่ะคะ" เธอตั้งสติก่อนเอ่ยถามออกไป พยายามควบคุมน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปกติ
"คุณคิดว่าจะมีคนอื่นที่ส่งรายงานช้าเหมือนคุณอยู่เหรอ" เขาถามกลับเสียงเรียบ
"ก็น่าจะมีอยู่นะคะ หนูไม่คิดว่าหนูจะเป็นคนเดียวที่ส่งรายงานช้าไปแค่สี่สิบวิ" เธอตอบประชดกลับเล็กน้อย
"สี่สิบวิก็คือช้า จะกี่วิก็คือช้า ไม่มีข้อแก้ตัว"
"ก็เพราะคุณไม่ใช่เหรอคะ หนูถึงส่งรายงานช้า" เธอยืนหน้ามุ่ยเถียงกลับ
"คุยกับผู้ใหญ่ ใครสอนให้ตะโกนคุยอยู่แบบนั้น" เขาเอ่ยตำหนิเธอออกมา
ตึก ตึก ตึก
พิพิมพ์เดินกระแทกเท้าไปหยุดตรงโต๊ะทำงานของเขา ใบหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด
"ทำหน้างอแบบนั้นดูได้ที่ไหน ปากจะยาวเท่าเป็ดแล้ว"
น้ำเสียงตำหนิ แต่มุมปากกลับยกขึ้นนิด ๆ คล้ายคนที่กำลังกลั้นยิ้ม ดวงตาคมมองเธอแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับไปมองหน้าจอเหมือนไม่ได้สนใจอะไรนัก ทั้งที่จริงแล้วอยากมองใบหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าตลอดเวลา
"นี่คุณ!" นิ้วเรียวยกขึ้นตั้งใจชี้หน้าอาจารย์หนุ่ม แต่ต้องชักมือกลับแล้วกำเข้าหากันแน่น พยายามข่มความโกรธไว้ในใจ
"เถียงเก่ง คะแนนไม่เอาแล้วใช่ไหม"
“งั้นจะให้หนูทำยังไงคะ” เธอถามเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
ภาคภูมิไม่ตอบทันที แค่เลื่อนสายตาลงช้า ๆ จากหน้า ลงมาที่ลำคอ ลงไปที่ช่วงอก แล้วค่อยกลับขึ้นมามองหน้าเธออีกครั้ง
"แล้วคิดว่าต้องทำยังไงล่ะ"
"อย่ามาแกล้งหนูนะคะ ไม่ใช่ว่าเป็นอาจารย์แล้วจะทำยังไงกับหนูก็ได้นะ" เธอว่ากลับเสียงแข็ง แต่ไม่ได้แสดงท่าทีหยาบคาย
“ถ้าผมจะทำ ไม่ใช้สถานะอาจารย์กับลูกศิษย์ผมก็สามารถทำได้ ข้อนี้คุณรู้ดี”
"รายงานทำมาแบบลวก ๆ แบบนี้ยังจะอยากได้คะแนนอยู่อีกเหรอ"
"ตรงนี้ใส่ข้อมูลไม่ครบ ไปแก้มาใหม่" เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะเมาส์
“ตรงนี้” เขาชี้
“หนูไม่เห็นค่ะ” พิพิมพ์ขมวดคิ้ว
“ก็เข้ามาดูสิ” เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินอ้อมโต๊ะไปอีกฝั่ง
“ตรงไหนคะ” เธอก้มมองจอ แต่ยังไม่ทันได้มองจริง ๆ ฝ่ามือหนาก็รวบเอวคอด
“อ๊ะ!” ร่างบางถูกดึงลงนั่งบนตักแกร่ง
“คุณ!”
“อย่าดิ้น” เสียงเขาอยู่ข้างหู ใกล้จนขนลุก
