บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 สินเจ้าสาว

ต่งฟางหรูย่อมจะเห็นสีหน้าของบุตรชายคนรองและหลานสาว แน่นอนว่ายามกลับเรือนไปนางย่อมจะต้องคิดบัญชีย้อนหลังกับสามีแน่ แต่ยามนี้คนที่นางอยากจะจัดการก็คือสตรีหน้าหนาที่กำลังคุกเข่าร่ำไห้อยู่ตรงหน้ามากกว่า หากไม่ได้รู้สึกเกรงใจพ่อสามีคนที่นางอยากจะจัดการอีกคนก็คือน้องชายของสามีที่กำลังคุกเข่าลงเคียงข้างนางแล้วโอบกอดสตรีหน้าหนาผู้นั้นเอาไว้

“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้รังแกคนในครอบครัวของน้องรอง แต่ข้าต้องการทวงคืนสินเดิมของน้องสะใภ้ที่อนุเฉียวยักยอกไปคืนกลับมาให้ชิงชิงของพวกเราต่างหากเล่าเจ้าคะ อนุผู้นี้กลับถือดีที่นายท่านรองหนุนหลังไม่เพียงไม่ยอมคืน แต่ยังพูดจาล่วงเกินข้าด้วยเจ้าค่ะ เรื่องนี้ชิงชิงกับเฉิงเฉิงช่วยเป็นพยานให้ข้าได้” เมื่อต่งฟางหรูเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงและฮวาจื่อเฉิงจึงได้หันไปสบตากันอีกครั้ง พวกเขาพึ่งจะเดินเข้ามาก็เห็นว่าเฉียวเหมยถูกตบตีแล้ว ต้นสายปลายเหตุการทะเลาะวิวาทยังไม่ค่อยจะเข้าใจแน่ชัด เห็นแค่เพียงใบหน้าที่ถูกตบตีจนบวมปูดและเสียงก่นด่าของต่งฟางหรูเพียงเท่านั้น แต่ในเมื่อต่งฟางหรูบอกว่าพวกเขาได้ยินพวกเขาก็ย่อมจะต้องได้ยินห้ามมีความเห็นเป็นอย่างอื่น

"เรื่องในวันนี้ล้วนเป็นเช่นที่ท่านแม่เอ่ยมา ท่านปู่ขอรับ คนอย่างท่านแม่ถ้านางไม่รู้สึกโกรธเคืองอย่างเต็มที่แล้วคงไม่สั่งให้คนลงมือทำร้ายคนแน่” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างของเขารีบพยักหน้ายืนยันในทันที

“นายท่านรองเจ้าคะ ข้าน้อยถูกใส่ความเจ้าค่ะ ข้าก็แค่ปกป้องทรัพย์สินของตนเองเพียงเท่านั้น แต่ฮูหยินใหญ่กลับจงใจกล่าวหาข้า หาว่าข้ายักยอกเงินสินเดิมของฮูหยินรองเจ้าค่ะ” เฉียวเหมยเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาทำให้ฮวาฉือยิ่งรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของต่งฟางหรูแล้วเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจในทันที

“ท่านพ่อ พี่สะใภ้ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะขอรับ เรื่องในเรือนข้านางไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามายุ่ง” คำพูดของฮวาฉือทำให้ฮวาเหลียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“แล้วข้าที่เป็นบิดาของเจ้าสามารถเข้ามายุ่งเรื่องในเรือนของเจ้าได้ไหม” เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไป ฮวาเหลียงจึงได้เอ่ยต่อ

“พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าบอกว่าอนุของเจ้ายักยอกสินเดิมของฮูหยินที่จากไปแล้วของเจ้า เจ้าไม่คิดจะสอบสวนนางสักหน่อยหรือว่าคำกล่าวหาของพี่สะใภ้ของเจ้าเป็นจริงหรือไม่ หรือแค่นางบอกว่าตนเองถูกใส่ร้ายเจ้าก็เชื่อนางแล้วหรือ” คำถามประโยคนี้ของบิดาทำให้ฮวาฉือเม้มปากแน่น ส่วนต่งฟางหรูส่งสายตาให้ซูหมัวมัวคนสนิทข้างกายของซูอวี้หลันฮูหยินที่จากไปแล้วของฮวาฉือ

“เครื่องประดับเหล่านี้บ่าวค้นเจอจากในหีบเครื่องประดับของอนุเฉียวเจ้าค่ะ” เครื่องประดับในมือของซูหมัวมัวฮวาฉือย่อมจะรู้สึกคุ้นตาดี เพราะเครื่องประดับเหล่านี้อนุของเขาสวมใส่ให้เห็นจนชินตา

“เครื่องประดับนี้เฉียวซื่อสวมใส่ติดตัวอยู่บ่อยครั้ง หากเจ้าไม่พบในหีบเครื่องประดับของนางจึงจะเป็นเรื่องแปลก แต่ที่ข้ารู้สึกแปลกใจก็คือเหตุใดเจ้าจึงได้ไปค้นข้าวของของเฉียวซื่อได้” เมื่อฮวาฉือเอ่ยถามเช่นนี้ซูหมัวมัวก็ยิ้มออกมาแล้วพลิกเครื่องประดับขึ้นมาให้ฮวาฉือดู

“ก็เพราะบ่าวรู้ว่าเครื่องประดับเหล่านี้ไม่ใช่ของอนุเฉียว แต่เป็นเครื่องประดับของฮูหยินรองผู้เป็นเจ้านายของบ่าว วันนี้ฮูหยินใหญ่ตั้งใจจะนำสินเดิมของฮูหยินรองไปเติมลงในหีบสินเดิมของคุณหนู บ่าวย่อมจะต้องไปเอาเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินรองกลับคืนมาให้คุณหนูสิเจ้าคะ” ซูหมัวมัวเอ่ยพลางชี้ให้ฮวาฉือดูรอยสลักรูปดอกอวี้หลันขนาดเล็กบนเครื่องประดับที่หากไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็น

“ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องประดับบนถาดนี้ แต่อีกสองหีบที่เหลือล้วนเป็นของฮูหยินรองเกือบทั้งสิ้น นายท่านรอง ก่อนจากไปฮูหยินรองตั้งใจฝากฝังคุณหนูไว้ให้ท่านดูแลรวมทั้งสินเดิมของนางที่นางเอาติดตัวมาด้วย แล้วเหตุใดยามนี้สินเดิมของคุณหนูจึงได้ไปอยู่ในมือของอนุเฉียวได้” เมื่อซูหมัวมัวเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาฉือก็ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจไปที่เฉียวเหมยในทันที

“ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้จริงๆ นะเจ้าคะ เครื่องประดับบนถาดนี้นายท่านรองให้สาวใช้ผู้หนึ่งนำมามอบให้บอกกับข้าว่าเป็นของกำนัลที่ข้าดูแลนายท่านเป็นอย่างดี ข้าจึงมักจะนำมาสวมใส่ให้นายท่านเห็นเสมอ” เมื่อเฉียวเหมยเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็ขมวดคิ้วแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“เฉียวเหมย! ข้าไม่เคยมอบเครื่องประดับเหล่านี้ให้เจ้า” เมื่อฮวาฉือเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็นิ่งงันไป แล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ

“หากนายท่านรองไม่ได้มอบให้ข้า แล้วข้าน้อยจะมีความสามารถมาจากไหนที่จะไปเอาของพวกนี้มาใส่เล่าเจ้าคะ” นางเอ่ยพลางส่ายหน้าแล้วก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้

“จะต้องมีคนใส่ร้ายข้าแน่ๆ สาวใช้ผู้นั้นข้า...” เฉียวเหมยกำลังจะเอ่ยว่าข้าไม่เคยเห็นมาก่อนแล้วก็หยุดชะงักไว้

“สาวใช้ที่ไม่คุ้นหน้านำเครื่องประดับมามอบให้ แต่อนุเฉียวก็ยังรับเอาไว้ด้วยความยินดีเช่นนั้นหรือ” เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็จ้องมองสตรีที่คุกเข่าอยู่เคียงข้างเขาด้วยสายตาที่ใช้จ้องมองคนแปลกหน้าในทันที เขาทำงานอยู่ในกรมอาญาแต่สตรีในเรือนของเขากลับยินดีที่จะรับของมีค่าอย่างไม่สนใจที่มาที่ไปเช่นนี้ หากวันหน้ามีคนคิดจะเล่นงานก็คงจะถูกคนเล่นงานโดยไม่รู้ตัวแล้ว

“นางบอกว่าเป็นนายท่านมอบให้ข้า ข้าก็เลยรับเอาไว้” เฉียวเหมยเอ่ยพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขออภัย

“พอได้ยินว่าเป็นของที่นายท่านมอบให้ ข้าก็ดีใจจนไม่มีความคิดอื่น” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้สายตาของฮวาฉือก็พลันอ่อนลง

“ท่านพ่อเป็นอาลักษณ์ในกรมอาญา แต่กลับส่งของมีค่าถึงขนาดนี้มาให้อนุเฉียว หากเป็นข้า ข้าก็คงจะต้องถามท่านพ่อแล้วว่าเครื่องประดับเหล่านี้มาจากไหนและท่านพ่อต้องสูญเงินเท่าไหร่ อนุเฉียวที่มากด้วยปัญญาแต่กลับรับไว้โดยไม่ติดใจ อนุเฉียวช่างรักใคร่ในตัวท่านพ่อของข้ามากจริงๆ” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ทุกคนต่างก็หันไปมองนาง นางจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ

“มีคนรักท่านพ่อมากถึงขนาดนี้ข้าในฐานะที่เป็นบุตรสาวของเขาอดรู้สึกยินดีไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็เงยหน้าขึ้นมามองนางแล้วเอ่ยออกมาในทันที

“คุณหนูชิงชิง ที่จริงแล้วเป็นแผนของท่านใช่ไหม ท่านจงใจให้คนนำสินเดิมของฮูหยินมามอบให้ข้า เพื่อที่จะได้ใส่ร้ายข้าใช่ไหม” คำพูดของเฉียวเหมยเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเจ็บช้ำทำให้ฮวาฉือขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองบุตรสาวด้วยสายตาคาดโทษ

“เป็นฝีมือของเจ้าหรือชิงชิง” คำถามของฮวาฉือทำให้ฮวาจื่อชิงรีบส่ายหน้าในทันที

“ไม่ใช่ลูกนะเจ้าคะ ลูกเกลียดชังอนุเฉียวมากก็จริง แต่ลูกไม่มีทางทนเห็นนางใส่เครื่องประดับของท่านแม่ได้แน่ ท่านพ่อลูกไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเครื่องประดับที่นางสวมใส่อยู่ทุกวันเป็นหนึ่งในสินเดิมของท่านแม่ด้วยซ้ำแล้วลูกจะใส่ร้ายนางได้อย่างไร” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้เฉียวเหมยรีบส่งเสียงคัดค้านขึ้นมาในทันที

“ไม่จริง! นางโกหก หากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นผู้ใดที่กล้ายุ่งกับสินเดิมของฮูหยินรอง” คำพูดของเฉียวเหมยทำให้ฮวาจื่อชิงหลั่งน้ำตาออกมาในทันที

“ท่านพ่อ จนถึงขั้นนี้แล้วนางยังไม่ยอมรับผิดและคิดจะโยนความผิดให้ผู้อื่นอีก สินเดิมของท่านแม่นอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่มีผู้ใดได้เข้าใกล้ ท่านพ่อลองตรองดูนะเจ้าคะว่าจะมีผู้ใดคิดอาจหาญกล้านำสินเดิมของท่านแม่มาใส่ร้ายอนุเฉียวกันเล่า แต่แท้จริงแล้วอาจจะเป็นนางที่อาศัยความโปรดปรานของท่านพ่อเข้าไปหยิบสินเดิมของท่านแม่มาใช้เสียเอง” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไปเพราะถ้อยคำที่ฮวาจื่อชิงพูดล้วนเป็นความจริงทุกประการ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel