บทที่ 3 ช่วยได้แต่ไม่ฟรี
“แล้วซีจะช่วยอะไรได้คะทุกวันนี้ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย” เด็กสาวถามขึ้นทันทีแล้วหันไปมองหน้าคนที่บอกว่ามาขอความช่วยเหลืองง ๆ ทั้งคิดในใจว่าเธอจะสามารถช่วยอะไรเขาได้นอกจากทำกับข้าวให้กินและคิดว่าถ้าหิวก็น่าจะบอกแม่บ้านไปก่อนหน้าที่เธอจะมาแล้ว
“พี่อยากขอยืมชื่อน้องซีไปอ้างคุณย่า” เจเดนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีวี่แววว่ากำลังล้อเล่น
“อ้างเพื่อ?” คนสงสัยยกแขนขึ้นเท้าคางมองหน้าเหมือนตั้งใจฟังเต็มที่
“เพื่อไม่ให้คุณย่าหาแฟนให้เหมือนพี่จา” ชายหนุ่มพยายามพูดง่าย ๆ ให้น้องสาวคนเล็กของกลุ่มเข้าใจง่ายที่สุด
“อ้างยังไง”
“ก็... (อึกอัก) ถ้าคุณย่าถามเรื่องแฟนพี่ก็จะบอกว่าพี่มีคนคุยแล้ว กำลังคุยอยู่”
“งั้นพี่ก็ไม่ได้บอกชื่อซีอยู่แล้วจะมาขอทำไมล่ะ” เด็กสาวสวนขึ้นพลางหันไปมองหน้าพ่อกับแม่
“เอ้อ... ก็เผื่อคุณย่าถามชื่อว่าคุยกับใครไง พี่จะได้บอกชื่อซีไปแต่จะบอกลอย ๆ ก็กลัวซีโกรธเลยมาบอกให้รู้กันก่อนว่าจะขอยืมชื่อไปอ้างคุณย่า แต่ถ้าท่านไม่ถามชื่อพี่ก็แค่จะบอกว่ามีคนคุยแล้วแค่นั้นจบ”
“แล้วถ้าบอกว่าพี่เจคุยกับซี ย่าหญิงจะเชื่อเหรอ” สีหน้าจริงจังของลูกสาวที่กำลังเจรจากับคุณหมอหนุ่มทำเอาคุณพ่อกับคุณแม่มองหน้ากันแล้วพากันกลั้นขำเพราะตอนนี้ดูเหมือนทั้งคู่กำลังเจรจางานอะไรที่สำคัญเอามาก ๆ
“ก็... พี่ว่าคุณย่าต้องเชื่อบ้างแหละ ก็เรารู้จักกันมาตั้งแต่เกิดแล้วนี่ นะ...พี่ขอยืมหน่อยแค่เผื่อแค่นั้น แต่จะพยายามเบี่ยงประเด็นบอกแค่ว่ามีคนคุยก็พอ ไม่จำเป็นจะไม่พูดชื่อซีเด็ดขาดเลย” ชายหนุ่มอ้อนน้องสาวพลางปรายตาขอความช่วยเหลือจากเจ้าของบ้านทั้ง 2 เพื่อให้ช่วยพูดกับลูกสาวท่านให้ เพราะถึงท่านจะอนุญาตแต่ถ้าน้องซีปฏิเสธแล้วเอ่ยชื่อเธอออกมา แน่นอนว่าเธอต้องโกรธและตอนนี้นอกจากน้องซีกับน้องน้ำหนึ่งที่สนิทที่สุดเขาก็มองหาคนอื่นที่จะช่วยเหลือไม่ได้แล้ว เพราะถ้าขอให้เพื่อนร่วมรุ่นช่วยก็กลัวว่าคุณย่าจะอยากให้แต่งงานกันจริงจัง ซึ่งเขาก็ยังไม่พร้อมขนาดนั้น
“แล้วถ้าย่าหญิงถามว่าคุยมานานหรือยังล่ะ” เด็กขี้สงสัยถามมาอีกประโยคทำให้คนพี่ยิ้มขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าเธอยอมให้เขายืมชื่อได้แล้ว
“ก็ (คิดนิดนึง) เกือบปีได้แล้ว”
“โห...เกือบปี แสดงว่าซีเพิ่ง 13 เลยนะ ย่าหญิงจะไม่คิดว่าซีแรดหรือคะ” เด็กสาวโพล่งขึ้นทำเอาคุณพ่อคุณแม่ถึงกับเบือนหน้าหนี
“จะแรดอะไร พี่จะบอกว่าคุยแล้วรู้สึกดี ก็มาเรื่อย ๆ ไง เอ้อ” *จะได้เรื่องมั้ยวะเนี่ย...* ชายหนุ่มคิดในใจ
“แต่ซียังไม่มีความคิดว่าจะโตเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ทำไมไม่ลองถามหนึ่งมันดูล่ะ เผื่อมันอยากโต” เด็กสาวหันไปมองหน้าคุณแม่และคุณพ่อสลับกัน
“ก็ไอ้หนึ่งมันแมนออกขนาดนั้น คุณย่ายิ่งจะไม่เชื่อใหญ่น่ะสิ แล้วไม่ได้บอกให้โตเว้ย พี่แค่มาขอเผื่อไว้ก่อนแค่นั้นครับ ถ้าซีโอเคก็จะได้ไปคุยกับอาโรมคุณพ่อคุณแม่ท่านจะได้ช่วยพูดให้ไงว่าพี่มีคนคุยแล้ว คุณย่าจะได้ไม่เร้าหรือ” การเจรจาสีหน้าจริงจังของทั้ง 2 ทำเอาผู้ใหญ่มองหน้ากันขำ ๆ
“แล้วจะยืมนานแค่ไหนล่ะ”
“ก็... ใช้ทุนโรงพยาบาล 2-3 ปี ก็น่าจะประมาณนั้นเลย”
“โห...กั๊กนานเลยว่ะ”
“นานอะไร ซีก็เพิ่งไฮสคูลมั้ย” ชายหนุ่มสวนขึ้นพลางถอนหายใจกับสิ่งที่คิดว่าง่ายกลับมองว่ากำลังจะยากแล้วตอนนี้
“แล้วระหว่างที่ยังไม่บอกชื่อซีกับย่าหญิง พี่เจจะหาแฟนตัวเป็น ๆ มั้ย” เด็กสาวถามขึ้นพร้อมกับหยิบแท็บเล็ตของคุณพ่อมาเปิดแล้วกดพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปด้วย
“เฮ้อ... พี่ตั้งใจจะเรียนบริหารด้วยน่ะสิ แล้วต้องเข้าออฟฟิศคุณพ่อด้วย เรื่องนี้ยังไม่คิดว่ะ” ชายหนุ่มตอบตามความคิดตัวเอง
“พี่เจไม่คิดแล้วเผื่อซีคิดล่ะเกิดระหว่างนี้พี่เจบอกชื่อซีกับย่าหญิงไปแล้วแต่มีคนมาจีบซีก็เสียโอกาสน่ะสิ”
“ถ้ามีก็บอก เดี๋ยวพี่บอกคุณย่าเองว่าเราเลิกคุยกันเพราะพี่ไม่มีเวลาให้ แค่นั้นจบ”
“ฟังเหมือนจะเป็นคนดี แต่ก็คือซีขาดผู้ไม่ได้”
“แล้วตกลงจะให้ยืมมั้ย” คุณหมอหนุ่มพิงพนักโซฟากอดอกมองหน้าถามเด็กสาวนิ่ง ๆ *เหมือนจะง่ายแต่เสือกเรื่องมากซะอีก พอจะเป็นการเป็นงานเสือกกวนตีนนะน้องกูนี่...* ชายหนุ่มคิดในใจอย่างมันเขี้ยว
“คุณแม่กับคุณพ่อว่ายังไงคะ” เมื่อตัดสินใจไม่ได้ก็หันหาผู้ช่วยทันที
“เรื่องนี้พี่เขาขออนุญาตพ่อกับแม่แล้ว แต่พ่อให้คุยกับหนูเองเพราะมันเรื่องส่วนตัวของหนูกับพี่เขา พ่อกับแม่แค่รับรู้ร่วมกันแค่นั้น” คุณพ่อของเด็กสาวตอบพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่มปนขำ *เฮ้อ...จะได้เรื่องมั้ยน้อเจ้าเจเอ๊ย พอจะเป็นการเป็นงานกวนตีนเหมือนแม่มันเป๊ะ* คุณศิลาคิดในใจขำ ๆ
“ได้น่ะมันได้ แต่ไม่ฟรีนะเว้ย” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นพูดพร้อมกับอมยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะก้มลงกดแท็บเล็ตสีหน้าจริงจังจนคุณพ่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วมองสิ่งที่ลูกสาวกำลังทำและแอบอมยิ้มกับความแสบของเธอที่กำลังจะแกล้งคุณหมอหนุ่ม
“อ้าว???” คุณแม่และแขกที่มาร้องอ้าวขึ้นมาพร้อมกัน
“อ้าวอะไรคะ การให้พี่เจยืมชื่อไปอ้างกับย่าหญิงแบบที่ว่ามันคือการที่ซีจะยอมถูกตราหน้าว่าแก่แดด แรด ร่านผู้ ตั้งแต่ก่อนบัตรประชาชนมีคำนำหน้าว่านางสาวเลยนะ ฉะนั้นไม่ฟรีแน่นอนค่ะ” เด็กสาวว่าขึ้นพร้อมกับยักคิ้วให้พี่ชายที่โตมาด้วยกันยิ้ม ๆ
“แต่พี่เขาก็บอกอยู่ว่าถ้าย่าหญิงไม่ถามชื่อก็จะไม่บอก จะบอกแค่ว่ามีคนคุยอยู่แล้วแค่นั้น หนูยังไม่ได้เสียหายอะไรเลยนะคะ” คุณของขวัญพูดพลางสบตากับสามีเพื่อให้ช่วยคุยกับลูกสาว
“แต่ยังไงซะถ้าบอกว่ามีคนคุย ย่าหญิงก็เร้าหรือไม่จบหรอกค่ะ ตามประสบการณ์ขาไพ่ที่คลุกคลีกับย่าหญิงมาตั้งแต่จำความได้ ถ้าพี่เจหลบไม่ได้เหมือนพี่จาซีมั่นใจว่าย่าหญิงจะต้องถามชื่อคนคุยกับพี่เจไม่เกินเดือนหรือ 2 เดือนนี้แน่นอน เพื่อที่จะมั่นใจว่าพี่เจไม่โกหกเพื่อเอาตัวรอดและหลังจากรู้แล้วย่าหญิงก็จะต้องให้พี่เจพาไปแนะนำตัวให้รู้จัก” เด็กสาวพูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้าจากแท็บเล็ตมายักคิ้วให้
“โห... มองไกลกว่ากูอีกว่ะ” ชายหนุ่มพึมพำ
“มันก็แน่นอนอยู่แล้วสิ ฉะนั้นยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ฟรีค่ะ”
“สมชื่อซีจริง ๆ”
“ความคิดกว้างไกลดั่งมหาสมุทร” เด็กสาวว่าขึ้น
“เค็ม!” “อ้าว? ปากแบบนี้ซีไม่ช่วยนะเว้ย”
“โอ๋... พี่พูดเล่น พี่ตกลงซีว่ามาเลย” คนยอมน้องว่าพร้อมกับยิ้มขำกับความแสบของเด็กสาวตรงหน้า
“ว่าแต่จะอ้างชื่อซีกับย่าหญิงฐานะอะไรนะคะ...
แสบเกินต้านมากจ้า น้องซีลูกพ่อศิลา ดื้อได้ใครมาเนี่ย
ตามอ่านเรื่องคุณพ่อได้ที่ MY Girl ของขวัญของศิลา นะคะ
