บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ขอความช่วยเหลือ

กลางดึกคืนหนึ่งตามเวลาประเทศไทย เสียงโทรศัพท์พกพาเครื่องหรูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในห้องทำงานชั้นล่างของคฤหาสน์หลังใหญ่กลางเมืองหลวง ทำให้เจ้าของเครื่องจำต้องเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารแล้วเอื้อมมือไปหยิบมาดู และต้องขมวดคิ้ววางทุกอย่างลงเพื่อรับสายยามวิกาลนี้

“ฮัลโหล” เสียงทุ้มรับสายของหลานชายเพื่อนรักที่โทรมาจากต่างประเทศ

‘สวัสดีครับอาศิ ผมเจครับ’ เสียงทักทายจากปลายสายมีความประหม่าปนวิตกจนท่านจับสังเกตได้

“ว่ายังไงล่ะลูก” ผู้รับสายยามวิกาลท่านนี้คือ ดอกเตอร์ศิลา เศรษฐทรัพย์ไพศาล ประธานฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของ บริษัทเคเอส กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทบริหารและจัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มีสาขามากกว่า 20 สาขาทั่วโลก พนักงานของเคเอสเรียกท่านว่าบอสหรือท่านประธาน ส่วนบุคคลทั่วไปจะรู้จักท่านในนาม คุณศิลาหรือดอกเตอร์ศิลา

‘ผมเรียนจบแล้วครับอา เดือนหน้าผมก็จะกลับแล้วครับ’

“อ่อ... ยินดีด้วยนะคุณหมอ แล้วเจ้าทอยเขาจะกลับมาพร้อมกันเลยหรือเปล่าลูก อาจะได้จัดฉลองให้ทีเดียวที่โรงแรมเราเลย” อาศิลาแสดงความยินดีกับคุณหมอหนุ่มพร้อมกับถามหาลูกชายของเพื่อนรักที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่เดียวกันอีกคนอย่างอารมณ์ดี

‘มันยังไม่กลับหรอกครับ มันลงคนละสาขาเลยจบก่อนผมแล้วคุยกับทางมหาวิทยาลัยที่นี่ออกทุนเรียนต่ออีกใบครับ’ ชายหนุ่มตอบพร้อมกับหัวเราะเมื่อพูดถึงเพื่อนรัก ที่ทางมหาวิทยาลัยของไทยให้ทุนไปต่อเฉพาะทางแค่ 1 ใบ แต่สมัครใจออกทุนเรียนเองเพิ่มอีก 1 ใบ โดยบอกกับที่บ้านว่าอยากเรียนสาขาที่ชอบอีกสาขา แต่เหตุผลแท้จริงที่คุยกับเพื่อนคือยังไม่พร้อมที่จะกลับมารับกิจการต่อจากผู้เป็นพ่อเลยหาเรื่องยื้อเวลาเอาไว้ก่อน เพราะเป็นลูกคนเดียวและกิจการที่บ้านมีหลายอย่างเลยขอเวลาทำใจต่ออีกสักพัก

“เฮ้อ... เจ้าทอยนะเจ้าทอย หาเรื่องให้ป๊ามันบริหารปากจนได้ ไอ้เทนมันยิ่งบ่นเก่งอยู่ด้วย” คุณอาศิลาหัวเราะในลำคอเมื่อพูดถึงเพื่อนรักอีกคนของตัวเอง

‘ผมโทรมาขอความช่วยเหลือจากอาศิครับ’ ชายหนุ่มตัดสินใจพูดถึงจุดประสงค์ของการรบกวนในค่ำคืนนี้

“ว่ามาสิลูก”

‘คุณแม่เล่าว่าตั้งแต่พี่จากลับบ้าน คุณย่าหาสาวให้นัดเดทจนพี่จาอยู่บ้านไม่ติด ผมกลัวจะโดนเหมือนพี่จาครับอา’ เมื่อเขาบอกว่าไม่อยากเป็นเหมือนพี่ชาย คุณอาก็ถอนหายใจออกมาทันที ถึงท่านจะรู้ความหมายแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถช่วยชายหนุ่มได้อย่างไร หรือว่าเจเดนอยากขอทุนกับตนเพื่อเรียนเพิ่มเหมือนเพื่อน ซึ่งท่านมองว่าไม่น่าเป็นไปได้เพราะฐานะทางครอบครัวของคุณหมอหนุ่มค่อนข้างดีติดระดับเศรษฐีอันดับต้นมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่

“แล้วจะให้อาช่วยยังไงล่ะลูก”

‘คุณอาจะว่าอะไรมั้ยครับถ้าผมจะ (เงียบไปสักพัก) ขออนุญาตใช้ชื่อน้องซีอ้างกับคุณย่าว่าเรากำลังคุยกันอยู่ ถ้าคุณย่าถามหาแฟนผม’ คำพูดของหลานเพื่อนรักทำเอาท่านอ้าปากค้าง

“ว่าอะไรนะลูก!”

‘ผมจะขออนุญาตคุณอา เอาชื่อน้องซีไปบอกคุณย่าว่าเรากำลังคุยกันอยู่ได้มั้ยครับ ถ้าคุณย่าจะหาแฟนให้เหมือนพี่’ ชายหนุ่มตัดสินใจพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีความขี้เล่นในประโยค

“เจรู้ใช่มั้ยลูกว่าน้องซียังไม่ 15 เลยนะ”

‘ผมรู้ครับ ผมถึงกล้าขอเพราะผมจะเอ่ยชื่อน้องได้นานกว่าน้องจะโต’

“ถ้าบอกย่าหญิงไปแบบนั้น ย่าหญิงจะไม่มองว่าน้องซีแก่แดดหรือไง” ท่านดอกเตอร์ถามถึงความเห็นก่อนจะถอนหายใจ

‘ผมจะพยายามเลี่ยงเอ่ยชื่อน้องให้ได้นานที่สุดครับอาศิ ถ้าคุณย่าพูดเรื่องนี้ผมจะบอกแค่ว่ามีคนคุยแล้วเท่านั้นครับ นอกซะจากว่าจะโดนเร้าหรือนั่นแหละถึงจะบอกแต่สัญญาว่าจะไม่ให้ใครมองน้องไม่ดีครับ’ ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เฮ้อ...มีเหตุผลที่มันจะฟังดูน่าอนุญาตมากกว่านี้มั้ยลูก” ท่านดอกเตอร์ถอนหายใจส่ายหน้าเอ็นดูหลานชายเพื่อนรักที่น่าจะกังวลกับเรื่องนี้มากจริง ๆ ถึงได้กล้าโทรมาเจรจากับท่านเองขนาดนี้ เพราะปกติแล้วเจเดนจะสนิทกับเพื่อนอาอีกคนมากกว่าท่าน

‘ผมต้องทำงานที่โรงพยาบาลประจำครับอา มีเวลาการทำงานชัดเจน ถึงจะปรึกษาอาโรมแล้วว่ายังไม่อยากเข้าออฟฟิศตอนนี้ซึ่งอาโรมแนะนำให้ผมลงเรียนบริหารเพิ่มจะได้เป็นข้ออ้างกับคุณพ่อได้แต่ระหว่างนั้นก็ต้องเรียนรู้งานออฟฟิศไปด้วยจะได้ช่วยพี่จาได้บ้าง แต่กับคุณย่าผมหลบไม่ได้เหมือนพี่จานะครับ แล้วผมจะทำเรื่องย้ายช่วงนี้ก็ไม่ได้ด้วยเพราะติดใช้ทุนอยู่ ผมเห็นคุณย่าทำกับพี่จาแบบนั้นยิ่งใกล้กลับบ้านผมยิ่งเครียด แต่ไม่รู้จะหาใครช่วยได้ ตอนนี้มองเห็นแค่น้อง ๆ เท่านั้นครับเลยกล้าโทรมาหาอานี่แหละ’ ชายหนุ่มให้เหตุผลถึงความกล้าหาญในครั้งนี้

“แล้วทำไมไม่หาแฟนให้จริงจังไปเลยซะล่ะลูก อายุอานามก็ได้แล้ว การงานก็มั่นคงนี่” คุณอาศิลาถามขึ้น *เฮ้อ...เจ้าเจเอ๊ย กลัวย่าหาเมียให้เหมือนพี่ชายซะงั้น...*

‘มันไม่ง่ายขนาดนั้นสิครับ แล้วกลับไปผมก็ต้องใช้ทุนโรงพยาบาลแล้วยังจะลงเรียนเพิ่มอีก ถ้างานลงตัวก็น่าจะต้องหาเวลาเข้าออฟฟิศกับคุณพ่อแต่เนิ่น ๆ ผมยังไม่คิดเรื่องนี้หรอกครับ’

“อ้อ...แล้วคิดยังไงถึงเลือกที่จะมาขออนุญาตอาล่ะ หรือถามไอ้มาร์คแล้วมันไม่ยอมให้น้องหนึ่งช่วย” ท่านดอกเตอร์หยั่งเชิงขำ ๆ

‘ยังไม่ได้คุยกับอามาร์คหรอกครับ ก็ไอ้หนึ่งมันแมนขนาดนั้น เลยลองขออาดูก่อนแต่ถ้าอาไม่อนุญาตผมก็คงต้องคุยกับอามาร์คนั่นแหละ’ ชายหนุ่มตอบอย่างตรงไปตรงมา

“เฮ้อ... เจ้าเจเอ้ย หัวหมอจริงนะเรานี่ ไม่บอกเจ้าจามันบ้างล่ะจะได้อยู่ติดบ้านบ้าง ไอ้โรมมันก็บ่นจนกูหูจะหนวก”

‘ตอนนั้นมันคิดไม่ได้ครับ แต่ตอนนี้มันคิดได้เพื่อความอยู่รอดถ้าได้ผลกลับไปผมจะบอกพี่จาแบบนี้นั่นแหละ ทุกวันนี้ผมรู้ว่าพี่ผมเหนื่อย’

“เฮ้อ... งั้นเอาอย่างนี้แล้วกันนะลูก เรื่องนี้จะถือว่าอารับรู้ไว้ แต่เจต้องคุยกับน้องซีเอาเอง” คุณอาศิลาอนุญาตกับเหตุผลที่ชายหนุ่มให้มา

‘ขอบคุณครับอาศิ ขอบคุณมาก ๆ ครับ’ ชายผมพูดอย่างดีใจ

“อย่าเพิ่งดีใจไปไอ้คุณหมอ เจก็รู้ว่าน้องซีเป็นยังไง ต้องหาเหตุผลมาพูดกับเขาเหมือนที่พูดกับอาไปอ้างเขาลอย ๆ เดี๋ยวโกรธกันตาย แล้วอย่าลืมว่าถึงอาจะเป็นคนทำแม่มันท้องแต่ปากมันนี่เรียนประจำจากพ่อมาร์คมันมาสี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ลงซัมเมอร์กับพ่อโรมป๊าเทนมันทุกเทอมจนบางทีอาเองก็ฟังไม่ทันเหมือนกัน” คุณอาศิลาพูดกับหลานชายเพื่อนรักพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ กับความแก่นซนของลูกสาวคนเดียวของบ้านที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านมากนัก

‘ได้ครับอา เรื่องนั้นเดี๋ยวผมคุยกับน้องเอง แค่อายอมผมก็คิดว่าไม่ยากแล้วล่ะ งั้นผมขอรบกวนคุณอาแค่นี้นะครับ เดือนหน้าเจอกันครับ’ ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างพอใจก่อนจะวางสาย

สายที่โทรเข้ามาในยามวิกาลคนนี้คือ นายแพทย์เจติพัฒน์ วรวัฒน์วรีชน หรือคุณหมอเจเดน หลานชายคนเล็กของดอกเตอร์

รวัช วรวัฒน์วีรชน เพื่อนรักท่าน หนุ่มหล่ออนาคตไกลคนนี้วัยเพียง 26 ปีเศษ เพิ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ด้วยทุนนักเรียนแพทย์เรียนดีของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทย โดยบรรจุเข้าเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลของที่นั่นระหว่างเรียน และใช้เวลาเรียนสำเร็จเพียงเวลา 1 ปี 11 เดือนเท่านั้น และตอนนี้กำลังทำเรื่องย้ายกลับไทยเมื่อมาใช้ทุนโครงการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…

……….//……….

เปิดมาก็หัวแหลมเลยคุณพี่ ฝากเอ็นดูพี่หมอเจเดนด้วยนะคะ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel