บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ยัยตัวดีเธอโดนแน่!

นรินทร์เรียกน้อง ๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายออกมาพร้อมกันทีเดียวหกเจ็ดคน เพื่อไม่ให้ดูเป็นการเจาะจงแกล้งนภาคนเดียวเกินไป แต่ละคนส่งกระดาษรายชื่อที่จดชื่อเพื่อนและรุ่นพี่มาได้ให้เขาโดยจะเรียกรายชื่อจากกระดาษนั้นของแต่ละคน สายตามองกระดาษในมือของนภา เธอจดชื่อเพื่อนและรุ่นพี่มาได้จำนวนไม่น้อยทีเลย รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของหนุ่มหล่อ อยากรู้นักจะจำได้กี่ชื่อกัน!

นภาใจเต้นระทึก ถ้าเป็นรุ่นพี่คนอื่นเธอคงจะต้องหัวเราะอย่างเขิน และอายสุดขีด แต่เมื่อเป็น “เขา” ทำให้รู้สึกยิ้มไม่ค่อยออกเอาเสียเลย มองหน้าขาว ของหนุ่มหล่อ เหมือนกำลังหาเรื่องแกล้งเธอชัด ๆ ให้ตายสิ! ปกติความจำของเธอก็ไม่ค่อยเอาไหนอยู่แล้ว พลางอดลอบถอนหายใจไม่ได้

“แนะนำตัวเลยครับ เริ่มจากน้อง เรียงไปเลยนะครับ” นรินทร์ชี้มาที่นภาซึ่งยืนอยู่หัวแถว พลางเหยียดยิ้มเล็กน้อย

“ชื่อนภา มาจากจังหวัดอยุธยาค่ะ” เธอรู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น ๆ

น้องคนอื่นต่างแนะนำตัวต่อไปจนครบ รุ่นพี่มาจัดแถวให้น้องคนที่รออยู่หันหลังให้กับเพื่อน ๆ

“พร้อมนะครับ” นรินทร์เดินถือกระดาษรายชื่อของนภา เข้ามายืนใกล้ ๆ

เธอพยักหน้ารับ ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้วงานนี้!

“ปาร”

นรินทร์เริ่มขานชื่อแรก ซึ่งนภาเดินไปชี้ตัวเพื่อนรักได้อย่างถูกต้องอยู่แล้ว แต่ทว่าเมื่อเขาขานชื่อคนต่อไปในกระดาษ สมองของเธอก็รู้สึกมึนงง สับสน ประกอบกับความตื่นเต้น ทำให้จำอะไรไม่ได้เลย วิ่งไปชี้ตัวเพื่อนสลับกันไปสลับกันมา

‘โอ๊ย! ตาย! นภาเอ๋ย...” นภาได้แต่บ่นอยู่ในใจเมื่อเพื่อนแต่ละคนส่ายหน้าว่าไม่ถูก

ส่วนคนอื่น ๆ ก็มีอาการเช่นเดียวกัน เพื่อนที่นั่งรอต่างพากันตบมือโห่ฮา เพราะบางคนจดชื่อเพื่อนได้ยาวมากจริง ๆ แต่ดันจำได้น้อยมาก จึงต้องถูกทำโทษยกทีมโดยปริยาย เพราะไม่มีใครจำได้เกินครึ่งแม้แต่คนเดียว

“ขอเชิญแดนเซอร์ออกมาเต้นไก่ย่างถูกเผาให้ดูก่อนครับ” นรินทร์เรียกทีมสันทนาการออกมาสาธิต ก่อนจะให้เต้นพร้อมเพรียงกัน โดยเริ่มจากการเต้นแบบเชื่องช้ามาก ทำเอาคนดูพากันหัวเราะกลิ้ง แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น ๆ ตามเสียงกลองที่รัวไปตามจังหวะ น้องหลายคนเต้นกันเต็มที่ แต่นภาเต้นตามไปอย่างนั้นเอง คนดูที่เหลือต่างตบมือตามจังหวะอย่างชอบอกชอบใจ

“คำถามสุดท้ายครับ น้อง ๆ รู้รึจักพี่มั้ยครับ ว่าพี่ชื่ออะไร? เขียนลงในกระดาษเลยครับ”

นภาหน้าซีดเผือก เป็นรุ่นพี่คนเดียวที่เธอไม่ได้เข้าไปถามชื่อ

ปรากฏว่าน้อง ๆ คนอื่นตอบได้กันหมด มีนภาคนเดียวที่ตอบไม่ได้ จึงต้องอยู่ต่อ

“เมื่อตอบไม่ได้ งั้นก็ต้องถูกทำโทษนะครับ”

นภามองหน้านรินทร์ นี่มันแกล้งกันชัด ๆ แต่เธอจะไม่ยอมให้เขาแกล้งฝ่ายเดียวหรอก

“เอาง่าย ๆ ครับ เพลงในตำนาน กิ่งก้านใบดีกว่า”

ทีมรุ่นพี่ขาแดนซ์ก็ออกมาสาธิตให้ดู พร้อมเสียงกลองรัวขึ้นอีกครั้ง

“พร้อมนะครับ” นรินทร์หันไปถามยัยตัวแสบ และแอบอมยิ้มอยู่ในที

“ยังค่ะ”

หนุ่มหน้าใสขมวดคิ้ว มองเธอด้วยสายตาของคำถาม

“ยังจำไม่ได้ค่ะ เป็นคนความจำสั้น อยากให้พี่นรินทร์ช่วยเต้นให้ดูอีกรอบค่ะ” สิ้นเสียงนั้น เสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตบมือเกรียวกราว

ธารน้ำรีบเดินมาคว้าโทรโข่งออกจากมือหนุ่มหล่อของคณะ

“สาธิตให้น้องดูหน่อยเร็ว”

หนุ่มหน้าใสทำหน้าเหวอเล็กน้อยก่อนจะยอมรับชะตากรรม

“พี่เต้นนำเลยนะคะ เดี๋ยวจะเต้นตามค่ะ” นภามองหน้ารุ่นพี่สุดหล่อ ด้วยสีหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่เขากลับมองเธออย่างเขม่นเข่นเขี้ยว ราวกับจะบอกว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ

นภาหัวเราะขำกลิ้งเมื่อเห็นนรินทร์สาธิตเต้นท่ากิ่งก้านใบให้ดู เสียงฮาตบมือลั่นสนาม เธอเต้นตามเขาไปอย่างขำ ๆ ในที่สุดก็เอาคืนเขาจนได้ ฝันไปเถอะว่า จะได้แกล้งเธอฝ่ายเดียว

===============

เมื่อกิจกรรมรับน้องสิ้นสุดลง นภาแบกหนังสือที่พี่รหัสขนมาให้ สายตาคอยมองหาพี่ชายของเธออย่างแปลกใจ ทำไมไม่เห็นเขาเลย ไปประชุมอะไรนานนักหนายังไม่เสร็จอีก อยากให้พี่ชายและเพื่อนซี้ได้เจอกันเสียที แต่ทว่าคนที่ไม่อยากเจอดันเดินเข้ามา แถมยังเดินตรงมาหาเพื่อนรักของเธออีกต่างหาก

“พี่รหัสฝากหนังสือมาให้ครับ ติดประชุมอยู่” นรินทร์ยื่นถุงหนังสือใบโตมาตรงหน้าปาร

“ขอบคุณพี่นรินทร์มากเลยค่ะ” ปารยื่นมือไปรับหนังสือจากมือรุ่นพี่

“ฝากขอบคุณด้วยนะคะ”

“ได้ครับ พี่ไปก่อนนะ”

หนุ่มหล่อมองปารอย่างเสียดาย ทำไมเธอถึงเป็นน้องรหัสของยนตร์ แทนที่จะเป็นเขา รอยยิ้มของเธอน่ารักจริง ๆ อดแปลกใจไม่ได้ ที่รุ่นน้องคนนี้ ไม่มีทีท่าจะกรี๊ดเขาเหมือนสาว ๆ คนอื่น ๆ เลย

นภามองนรินทร์มองปารแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ หนอยส่งตาหวานให้เพื่อนของเธอเหรอ อดเข้าไปขัดจังหวะการมองไม่ได้

“ไว้ฉันจะให้พี่ช่วยสอนเต้นเพลงกิ่งก้านใบอีกนะคะ ยังจำไม่ได้เลยค่ะ”

นรินทร์หันมามองยัยตัวแสบ ก่อนจะรีบเดินหนีไปทันที ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอต่อหน้าปาร

นภาแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ เมื่อนรินทร์หันหลังเดินไปแล้ว

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าจอมวางแผน ในที่สุดก็นึกแผนที่จะให้เพื่อนซี้ได้เจอกับพี่ชายของเธอได้แล้ว ด้วยการชวนเพื่อนไปเที่ยวบ้าน ปารตอบตกลง เพราะอยากไปเยี่ยมแม่ของนภาด้วย แต่พอไปถึงแม่ของเธอกลับไปต่างจังหวัดเสียก่อน “มานี่ เล่นเกมดีกว่านะ นั่งสิ มีเกมใหม่ด้วยนะ” นภาพาเพื่อนสาวเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ รอไปพลาง ๆ ก่อน

“เกมอะไร”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราเรียกว่า เกม ABCD”

ปารหัวเราะร่วน “โธ่….!!! นึกว่ารู้”

“เออน่า…ตอนนี้เราเป็นแชมป์อยู่ แน่จริงก็ล้มแชมป์ให้ได้ละกัน” ว่าแล้วเดินไปเปิดเครื่องคอม คลิกเปิดโปรแกรมเกมทันที

“ได้เล้ย!!” ปารรับคำท้า

หน้าจอคอมปรากฏตารางสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีอักษร A B C D เป็นสีต่าง ๆ อยู่กระจัดกระจายกันในสี่เหลี่ยมนั้น

“นี่นะปาร ต้องดับเบิ้ลคลิกลบสีต่าง ๆ ของ A B C หรือ D ที่ติดกันออกไป ถ้าคลิกสีอื่นออกไปให้สีใดสีหนึ่งต่อกันได้มากที่สุด แล้วจะได้คะแนนมาก เราจะทำให้ดูนะ” อธิบายจบพร้อมกับสาธิตวิธีเล่นให้ดูประกอบ

“เล่นไปก่อนนะ เดี๋ยวไปหาหนมมาเลี้ยง” แล้วเดินหายตัวออกไป

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น มองเด็กสาวที่นั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วส่ายหัว ผมที่ปล่อยสยายทำให้เขานึกว่าเป็นน้องสาวจอมแก่นของเขา

“เฮ้อ..ยัยภากลับมาก็เล่นเกมเลยแฮะ” เขาสาวเท้าเข้าไปหา เอื้อมมือโอบไหล่สาวน้อย ค้อมตัวเข้าไปใกล้

“ไง..กลับมาก็เล่นเกมเลยนะเรา”

“เฮ้ย! อย่าเพิ่งมากวนดิ” ปารง่วนอยู่กับการเล่นเกม สายตายังจดจ้องอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์อย่างตาไม่กระพริบ

แต่ต้องหยุดชะงักลงกะทันหัน เมื่อสมองประมวลผลเสียงที่ได้ยิน ไม่ใช่เสียงเพื่อนสนิท แถมยังเป็นเสียงผู้ชายอีกต่างหาก แล้วรีบหันขวับมามองอย่างด่วนจี๋ เด็กสาวทำตาโตอย่างตกอกตกใจ เมื่อหันมาจ๊ะเอ๋! กับใบหน้าของหนุ่มรุ่นพี่ ที่อยู่ใกล้จนเกือบจะชนกัน รีบหันหน้ากลับไปมองคอมพิวเตอร์ทันที หัวใจเต้นตึกตักจนรู้สึกได้ สมองหยุดสั่งงานชั่วคราว เป็นงงจนทำอะไรไม่ถูก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel