Chapter 1 : มือในเงา
Chapter 1 : มือในเงา
"สวัสดีค่ะพี่พิชชา"
ใบหน้าสวยก้มรับด้วยรอยยิ้ม ทุกครั้งที่เรียวขาของเธอก้าวไปทุกย่างก้าว ก็ล้วนมีเหล่ารุ่นน้องพนักงานทักทายอย่างคุ้นเคยเช่นทุกวัน
'พิชชา' เลขาสาวฝ่ายบริหาร ที่เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของเหล่าประธานบริษัทและผู้ถือหุ้น รวมทั้งยังเป็นบุคคลที่พนักงานต่างชื่นชมถึงความเก่ง สวย และน่านับถือ
"สวัสดีค่ะพี่พิชชา"
"สวัสดีจ้ะอัญญา"
หญิงสาวทักทายเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง ที่เป็นเลขาหน้าห้องของประธานบริษัทอีกสามคน ที่มีห้องแยกไปอีกทางด้านใน
"นี่เป็นเอกสารการนัดหมายของคุณชาตรีค่ะ ส่วนนี่เป็นรายละเอียดโครงการสั่งซื้อสินค้าจากจิวอีสคอมแพนี เอกสารและรายละเอียด อัญเรียงใส่แฟ้มแล้วก็ลิสต์ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ"
"ขอบคุณมากจ้ะ ช่วยได้เยอะเลย"
หลังจากรับเอกสาร ก็ได้เวลาจัดการงานที่คั่งค้างจากวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่เธอพึ่งใช้สิทธิลาพักร้อนไป งานในจันทร์นี้จึงค่อนข้างมากกว่าปกติ
โต๊ะของเธออยู่ในห้องขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป ถือว่าพอเหมาะพอดีกับตำแหน่งเลขาบริษัทใหญ่
ก๊อก! ๆ
"เข้ามาเลยจ้ะ"
ใบหน้าคุ้นเคยยิ้มร่ามาแต่ไกล ก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะ
"วันหยุดเป็นไงบ้างจ้ะ เที่ยวสนุกไหม"
พิชชายิ้มขำ เปิดแฟ้มเอกสารกวาดสายตาอ่าน ก่อนจะลงมือเซนต์ทีละหน้า
"ถ้าได้เที่ยวก็ดีสิ เรียกว่าเปลี่ยนที่ทำงานจะดีกว่า"
พิมพ์ดาว เพื่อนสนิทสาวที่รู้จักกันมาเกือบสิบปีขำ ยืนกอดอกมองสำรวจพิชชา
"แม่คุณ ถ้าไม่เดทวัยที่ยังเปล่งปลั่ง จะไปเดทวัยไหนจ้ะ จะรอให้หมดอายุก่อนรึไง"
มือเล็กยื่นเอกสารกลับ มองหน้าพิมพ์ดาวด้วยยิ้มเบื่อหน่ายเช่นเคย เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกคะยั้นคะยอไปออกเดท หรือหาหนุ่มดี ๆ สักคนเดินควง
"ฉันยังเปล่งปลั่งไปอีกนาน เห็นแกกับพี่ทัพแล้วขอเบรคไว้ก่อน"
พิชชาล้อเลียนเพื่อนสาวกับแฟนหนุ่ม ที่สามวันดีสี่วันไข้ เมื่อวานรักกันปานจะรวมร่าง มาวันนี้หน้าบึ้ง กับเธอที่อินกับงานคงแบ่งเวลากุ๊กกิ๊กหรือต้องเอาใจใครแบบนั้นไม่ไหวแน่นอน
"จ้าาา เจอกันเที่ยงละกัน"
ประตูห้องปิดลง จึงเป็นเวลาทำงานของเธอ นัยน์ตากลมโตไล่มองเอกสารทีละหน้าอย่างรวดเร็ว ปากกาหรูจรดลงบนกระดาษอย่างชำนาญ
งานเอกสารที่ปกติคงใช้เวลาราว ๆ สี่ชั่วโมง กลับถูกจัดการภายในสองชั่วโมงกว่า ๆ อย่างง่ายดาย
กริ๊ง! ๆ
มือเล็กคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะ ก่อนจะกรอกเสียงเช่นทุกครั้ง
"สวัสดีค่ะ"
"พี่พิชขาคะ อัญเองนะคะ พอดีวันนี้คุณชาตรียกเลิกประชุมช่วงบ่าย แล้วก็ให้อัญแจ้งหัวหน้าทุกฝ่ายว่าช่วงบ่ายเข้าประชุมที่ห้องประบุมใหญ่ ท่านมีเรื่องจะแจ้งค่ะ"
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย
"น้องอัญทราบไหมคะ ว่าเรื่องอะไร"
"ไม่เลยค่ะ น่าจะเป็นเรื่องด่วนมาก ๆ ค่ะ เสียงท่านดูเครียดมากเลย"
มือเล็กวางโทรลง คิดถึงความเป็นได้ที่ท่านประธานที่รู้จักสักคุ้นจะยกเลิกนัด และเรียกประชุมใหญ่แบบนี้ คงจะเป็นเรื่องใหญ่ ใหญ่มากจนเธอเองก็ไม่กล้าคิด
หัวหน้าแผนกต่าง ๆ ราว 20 คนทยอยเข้าไปด้านในห้องประชุมใหญ่ รวมทั้งพิชชาและพิมพ์ดาว รอไม่นานนักเมื่อทุกคนนั่งที่เรียบร้อย หนึ่งในประธานของบริษัทอย่าง ชาตรี ชายวัยกลางคนร่างท้วม ก็ก้าวขึ้นไปโพเดียมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
"แกว่าเรื่องอะไร"
พิมพ์ดาวเอียงตัว กระซิบถาม แต่เธอส่ายหัว เพราะไม่รู้คำตอบเหมือนกัน เป็นเรื่องอะไรที่แม้แต่เลขาอย่างเธอ หรือเลขาหน้าห้องอย่างอัญญาไม่มีสิทธิได้รู้ก่อนเหมือนทุกเรื่องกัน
"ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนัก.....ผม คุณปัญญา และคุณชานนท์ รู้สึกดีใจมากที่เราได้ทำงานร่วมกันมาตลอดหลายปี ศักยภาพของพวกคุณทำให้บริษัทของเราก้าวหน้าจนผมเองก็แทบไม่อยากเชื่อสายตา แต่ว่า....."
ทุกคนเริ่มหวั่นใจ กับประโยคที่หยุดลงและสีหน้าท่าทางของประธานใหญ่ โดยเฉพาะพิชชา
"ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าของบริษัทคนใหม่จะเข้ามารับช่วงต่อจากพวกผมทั้งสามคน"
เสียงฮือฮาของเหล่าหัวหน้าพนักงานดังขึ้นทันทีที่ประโยคจบลง พิชชาเองก็ใจหล่นวูบ มือไม้สั่นจนประมวลผลอะไรไม่ถูก เธอทำงานสายตัวแทบขาดกว่าจะมาถึงจุดนี้ แล้วตอนนี้โชคชะตากลับกำลังจะเล่นตลกกับชีวิตเธอเนี่ยนะ?
"เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย"
พิมพ์ดาวที่นั่งอยู่ข้างกันพูดอย่างตกใจ แต่เมื่อหันมามองพิชชาที่กำลังช็อคอยู่ก็รีบจับเรียวแขนเล็กนั่นไว้ พร้อมลูบไปมาเบา ๆ อย่างปลอบประโลม
"พิช แกโอเคไหม"
พิชชาแทบพูดไม่ออก มันเหมือนทุกอย่างจุกอยู่ในอก
"ทุกคนจะยังทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จนกว่าประธานคนใหม่จะมีมติเปลี่ยนแปลง ขอบคุณทุกคนมากครับ กลับไปทำงานเถอะ"
เมื่อประธานชาตรีเดินออกจากห้อง พิชชาจึงรีบสาวเท้าตาม โดยมีพิมพ์ดาวที่รีบวิ่งตามเพื่อนสาวหน้าเครียด
"ท่านประธานคะ"
ชาตรีหยุดฝีเท้าลง หันมามองพิชชาและพิมพ์ดาว
"เค้าซื้อบริษัทด้วยเงินก้อนใหญ่ ตอนแรกผมก็ปฏิเสธ แต่คิดไปแล้ว บริษัทเราเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ผู้บริหารอย่างผมกลับทำกำไรได้ไม่ดีพอ ผมเลยคิดว่าจะวางมือ แล้วไปทุ่มเวลากับบริษัทออกแบบดีกว่า"
ประธานชาตรีอธิบายออกมาได้อย่างเรียบ ๆ ไร้อารมณ์ จนเธอถามอะไรเขาต่อไม่ไหว เพราะมันชัดเจนแล้ว ว่านี่คือการตัดสินใจสุดท้ายของเขา
"ค่ะ ขอให้ท่านประธานโชคดี สุขภาพแข็งแรง ธุรกิจรุ่งเรืองนะคะ"
"คนเก่ง ๆ แบบคุณ ผมเชื่อว่าประธานคนใหม่ต้องเห็นศักยภาพของคุณแน่นอน โชดีเช่นกัน"
นัยน์ตากลมโตร้อนผ่าว น้ำตาของเธอแทบจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ มือของพิมพ์ดาวบีบไหล่เล็กเบา ๆ
นี่คงไม่ได้หมายถึง ชีวิตอันรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงานของเธอ ที่พยายามก่อร่างสร้างตัวมาถึงหลายปี จะจบลงแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม.....
"ทรัพย์สินบริษัทโอนย้ายเรียบร้อยแล้วครับนาย"
ควันสีเทาถูกพ่นออกจากริมฝีปากหนาช้า ๆ กลิ่นคลุ้งของบุหรี่ราคาแพงอบอวลไปทั่วห้อง นิ้วยาวคีบบุหรี่ออกจากริมฝีปาก เขามองออกไปนอกระเบียงในเวลาเที่ยงคืน ที่มีแต่ความืด
"ให้ผมเอาตัวมาเลยไหมครับ"
ลูกน้องหนุ่มถามเสียงเรียบ หากแต่มือหนายกขึ้นปรามเสียก่อน
"ไม่ต้อง....ฉันจัดการเอง"
"ครับนาย"
