ตอนที่ 9
ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆของศิษย์ในสำนัก ตั้งแต่ยามโฉ่วของเมื่อคืนจนตอนนี้ยามอู่แล้ว โจวเฟิงก็ไม่ลดความพยายาม เม็ดเหงื่อซึมออกมาทางหน้าผากเนียน ไหลตามกรอบหน้าและหยดลงบนฝ่ามือที่กำลังพยายามรวบรวมพลังวิญญาณนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับพบว่ามันไร้ผล ไม่ว่าจะพลังเซียนแสงสีฟ้าที่ปรากฏตอนลานประลอง หรือพลังมารแสงสีแดงตอนที่รักษาอวี๋หมิงเมื่อคืน ก็ไม่ปรากฎออกมาทั้งนั้น
เฮ้อ~
ชายหนุ่มเอนกายนอนพึงไปกับเตียงกว้าง เหม่อมองเพดานด้วยสภาพหมดแรงและสิ้นหวัง แท้จริงแล้วมันเป็นเพราะอันใดกันแน่ เหตุใดตอนนี้เขากลัมาเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังวิญญาณอีกแล้ว
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
"ลูกพี่! ลูกพี่ท่านอยู่หรือไม่"
เสียงเคาะประตู ตามด้วยเสียงคนที่คุ้นเคยตะโกนถามเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรีบสลัดความคิดในหัวออกไปก่อนจะเดินไปเปิดประตู ยืนกอดอกพิงประตูด้วยท่าทีสบายๆ
"มีอันใด"
"มิมีอันใดขอรับ ข้าเพียงมาดูท่านหน่อย ถึงแม้ทุกวันท่านจะไม่เคยตั้งใจร่ำเรียนหรือฟังที่อาจารย์สั่งสอนสักครา แต่เช่นนั้นท่านก็เข้าไปหลับที่ห้องทุกวัน วันนี้ท่านหายไปข้าเลยร้อนใจรีบมาดูก็เท่านั้น"
ซุ่นเย่เอ่ยบอกชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
"นี่เจ้าเป็นห่วงข้าหรือตั้งใจมาหลอกด่าข้ากันแน่"
โจวเฟิงไม่เอ่ยเปล่าหันมาปิดประตูแล้วเดินเลยชุ่นเย่ออกไป มือหนาเอื้อมไปหักปลายยอดดอกหญ้ามาเคี้ยวเล่นอย่างสบายอารมณ์ ชุ่นเย่ที่เห็นเช่นนั้นรีบวิ่งตามออกไปติดๆ
"วันนี้คุณชายอวี๋หมิงมาถามหาท่านด้วยนะขอรับ"
คำพูดของชุ่นเย่ทำเอาชายหนุ่มหยุดชะงัก หันมาหาชุ่นเย่ที่ตัวเตี้ยกว่า
"เจ้าว่าผู้ใดมาถามหาข้านะ"
โจวเฟิงเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
"คุณชายอวี๋หมิงขอรับ ข้าเองก็ยังแปลกใจมิน้อย คุณชายที่อยู่สูงส่งทั้งรูปงามและเฉลียวฉลาด เต็มไปด้วยความสามารถ เหตุใดต้องมาถามหาคนอย่างท่านใด"
"ชุ่นเย่! ครั้งที่สองแล้วนะ เจ้าเป็นลูกน้องข้าหรือเป็นศัตรูกับข้ากันแน่"
โจวเฟิงเอ่ยพลางเดินนำออกไป เขาไม่ถือสาคำพูดของชุ่นแย่เพราะรู้ว่าเขาเพียงเอ่ยหยอกล้อตนเท่านั้น อีกทั้งสิ่งที่พูดก็ไม่ผิดไปแม้สักคำ อวี๋หมิงและเขาทั้งนิสัยและความสามารถต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ยอมรับนั่นก็คือ เข้าไม่ยอมเป็นรองผู้ใดเรื่องรูปงามเป็นแน่
"เอ๋! นั่นท่านจะไปที่ใด รอข้าด้วยสิ!"
ชุ่นเย่ตะโกนตามหลังเนื่องด้วยขาสั้นเดินตามไม่ทัน
"ข้าโตถึงเพียงนี้แล้วย่อมไปที่ใดก็ได้ ไม่ต้องตามข้ามา"
โจวเฟิงตะโกนบอกทั้งที่มิได้หันหลังมา ก่อนจะยกมือโบกไปมาไม่ให้ตามตนไป
......
ณ หอตำรา
'ภูเขาแห่งตำรามีทางเดินคือความขยัน ทะเลแห่งความรู้ไร้ขอบเขต ต้องใช้ความเพียรเป็นเรือพาย'
โจวเฟิงเงยหน้าขึ้นมองป้ายที่อยู่หน้าหอตำราก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน หอตำราแห่งนี้ทั้งเงียบและสงบ ไม่ค่อยมีผู้ใดย่างกายมาเสียเท่าไหร่ เนื่องด้วยยามปกติแล้วที่เรียนในห้องแต่ละวันก็หนักเอาการ หากจะให้มาอ่านตำราที่นี่เพื่อทบทวนต่อก็มีศิษย์เพียงหยิบมือเท่านั้น ผู้คนอาจจะมองว่าชายหนุ่มไม่เอาไหน แต่หากพลิกดูที่ปกด้านหลังในตำราทุกเล่ม ล้วนมีชื่อของชายหนุ่มที่ลงชื่อยืมไปแล้วเกือบสี่ในห้าสวนของตำราที่มีในหอนี้แล้ว เพราะยิ่งไม่มีคำตอบให้ตัวของเขาเอง ฉะนั้นเขายิ่งอยากรู้ว่าเหตุใดตนถึงเป็นเช่นนี้ ในใจของเขาเองไม่มีทางยอมรับว่าตนเป็นเพียงคนธรรมดา
"ข้าจำได้ว่าอยู่ตรงนี้ เหตุใดหามิเจอกัน"
โจวเฟิงบ่นพึมพำออกมาเมื่อหาตำราที่ต้องการไม่พบ
"หอตำรามิใช่สถานที่ที่เจ้าจะมาเสียงดังได้"
เสียงหนึ่งดังขึ้น ชายหนุ่มเอียงตัวชะเง้อหน้าไปมอง จากเสียงเป็นอาจารย์ซู ซูเพ่ยหยาง เป็นอาจารย์ที่สอนเรื่องงานช่าง เขาผมขาวยาวตลอดทั้งหัว แต่ร่างกายยังกำยำเหมือนคนอายุสี่สิบต้นๆ
"ขออภัยขอรับ ข้าเพียงนึกว่าไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่นอกจากข้า"
โจวเฟิงเอ่ยพลางเดินเข้าไปหาที่ด้านหน้าโต๊ะอ่านตำรา ที่ซูเพ่ยหยางนั่งอ่านตำราอยู่ ทำให้สายตาคมเหลือบไปเห็นตำราที่เขาต้องการอยู่บนโต๊ะด้วย
"อาจารย์มู่บอกว่าวันนี้เจ้ามิเข้าเรียน แต่กลับวิ่งเข้าหอตำราแทน หรือว่าเจ้ามิเชื่อความรู้ของเหล่าอาจารย์เช่นนั้นหรือ"
ซูเพ่ยหลานวางตำราเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางห้อง
"มิใช่นะขอรับ ท่านก็รู้ว่าข้ามิมีพลังวิญญาณเข้าไปก็หลับในห้องเช่นเคย ข้าเข้าหรือมิเข้าก็ไม่เกิดผลอันใด"
ปัง!
ซูเพ่ยหยางตบที่โต๊ะเสียงดังจนชายหนุ่มสะดุ้ง
"ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีพลังวิญญาณ ในเมื่อเข้ามาศึกษาแล้ว เจ้าก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์และจบออกไปอย่างสมเกียรติ อย่าผลัดความรับผิดชอบของตนเอง การที่เจ้าได้สิทธิ์เข้ามาเรียนในสำนักกระบี่เซียนแห่งนี้ ล้วนใช้เหรียญไม่น้อยไม่ว่าจะอาหาร ที่อยู่ อาภรณ์ เครื่องหลับนอน มีผู้คนอีกมากที่อยากมาแล้วไม่มีสิทธิ์ได้เข้ามา อย่าทำให้ข้าผิดหวังที่มีศิษย์เช่นเจ้า"
ซูเพ่ยหยางเอ่ยสั่งสอนชายหนุ่ม ศาสตร์งานช่างที่เขาสอนแทบมิได้ใช้พลังวิญญาณเลย แต่ถึงอย่างนั้นศิษย์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดกลับเป็นโจวเฟิงที่ไม่มีแม้แต่พลังวิญญาณ ชายหนุ่มเข้าใจกลไกและอุกกรณ์ทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"
โจวเฟิงเอ่ยตอบเสียงเบา ก่อนจะเหลือบตาไปมองตำราเล่มนั้นที่ตนอยากได้
"เอ่อ...ว่าแต่ตำราเล่มนั้น ท่านอาจารย์อ่านมันจบหรือยังขอรับ"
ซูเพ่ยหยางมองตามสายตาของชายหนุ่ม
"เมื่อสักครู่ยังบอกข้าว่าเจ้ามิมีพลังวิญญาณ เหตุใดยังอยากต้องการมัน"
ซูเพ่ยหยางเอ่ยพลางหยิบดำรา บ่อเกิดแห่งพลังวิญญาณยื่นไปที่ด้านหน้าให้ชายหนุ่ม
"ทบทวนตำราขอรับ ทบทวนก่อนการทดสอบที่จะถึงนี้"
โจวเฟิงเอ่ยจบก็รีบไปรับมา ก่อนจะทำท่าคารวะอาจารย์และรีบไปหามุมสงบอ่านตำรา
