ตอนที่ 3.พอมีงานทำอารมณ์ก็สดใสขึ้น
“ฉันเคยทำค่ะ นี่ไงคะ สมัยเรียน ฉันทำงานพาร์ทไทม์หลายที่การเป็นบาร์เทนเดอร์ก็เป็นงานหนึ่งที่ฉันเคยทำค่ะ” พบูล้วงโทรศัพท์ออกมาสไลด์หน้าจอให้คนตรงหน้าดูรูปที่เธอถ่ายเก็บเอาไว้
“คุณพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่าครับ?” เผ่าพงษ์ถามซ้ำ
“พอได้ค่ะ ถึงไม่เก่งแต่ก็พอสื่อสารได้” พบูตอบแล้วก็ยิ้ม
“ที่นี้เธอคิดว่าคุณคนนี้ยังไม่เหมาะอีกเรอะ” แล้วก็หันไปพูดกับสาวเสิร์ฟตรงหน้าเธอ
“ขอเอกสารหน่อย จะส่งให้บัญชีทำเรื่องให้ ค่าแรงจะให้เท่ากับพนักงานคนอื่นแต่จะไม่ได้เบี้ยขยันหรือสวัสดิการอื่นๆ นะ เพราะคุณทำแค่ชั่วคราว” เผ่าพงษ์อธิบาย
“เอกสารเหรอคะ ขอฉันกลับไปเอาที่ห้องได้ไหมคะ พอดีฉันไม่ได้ถืออะไรติดตัวมาด้วยเลย”
“ได้ครับ ก่อนเที่ยงนะ เพราะคุณต้องเริ่มงานตอนบ่ายสาม ต้องเซ็นสัญญาก่อนเริ่มงานจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง” เผ่าพงษ์ย้ำ
“ค่ะ” พบูรับปากแล้วก็เดินอารมณ์ดีไปนั่งที่เดิม เธอลืมสายตาใครบางคนไปสนิทใจ ตอนนี้เธอไม่หงุดหงิดเพราะถูกมองอีกต่อไปแล้ว
ตอนที่ 3.พอมีงานทำอารมณ์ก็สดใสขึ้น
พอกินจนอิ่ม อารมณ์ที่ดีอยู่แล้วก็ดีขึ้นทวีคูณ “เธอๆ เธอชื่ออะไรเหรอ ฉันชื่อพบูนะ” พบูสะกิดสาวเสิร์ฟคนที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วแนะนำตัวเสียงใส
“อย่าดีใจไปหน่อยเลย เธอต้องลองทำก่อนเดี๋ยวจะรู้ว่างานมันสาหัสขนาดไหน” เกศแก้วตอบเสียงขุ่น เธอทำงานเป็นสาวเสิร์ฟอยู่บนเรือมาหลายปียังไม่เคยได้เฉียดไปใกล้บาร์น้ำฝั่งโน้นเลย
“ฉันคิดว่าตัวเองไหวนะ สมัยก่อนฉันทำงานหนักกว่านี้อีก แค่อยู่ที่บาร์น้ำ ไม่ได้หนักหนาอะไรเลย”
“คุณไม่ได้วางแผนมาก่อนใช่ไหมคะ!!”
“เปล่า ฉันเล่นเกมได้ตั๋วฟรีมา ไม่เชื่อก็ตรวจจากต้นขั้วตั๋วของฉันได้นะ ความจริงฉันไม่มีเวลาว่างหรอก ฉันต้องทำมาหากิน ว่าแต่ ค่าแรงที่นี้ได้เท่าไหร่เหรอ ฉันจะได้คำนวนค่าแรงไว้เนิ่นๆ” พบูพยายามผูกมิตร
“ท่าทางคุณคงไม่ใช่นักตกทองใช่ไหม?”
“ท่าทางแบบฉันเป็นแบบนั้นเหรอไง?” พบูย้อนถาม
“ไม่ใช่ก็ดี บนเรือนี่มีแต่ฝรั่งหล่อๆ รวยๆ อย่าเผลอตัวไปกับลูกค้าเชียวนะ ผู้ชายฝรั่งกับผู้ชายไทยไม่ต่างกันหรอกค่ะ” พบูพยักหน้า เธอเข้าใจดี ผู้หญิงหน้าตาแบบเธอยิ่งมีแต่อันตราย
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลย ฉันไม่ชอบใช้หน้าตาเป็นใบเบิกทางอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะมาลำบากอยู่ที่นี่เหรอ”
“ฉันชื่อเกศแก้วค่ะ จะเรียกเกศหรือแก้วก็ได้ค่ะ”
“ยินดีที่ได้ร่วมงานนะเกศ ฉันเรียนรู้เร็ว อะไรที่ฉันทำแล้วขวางตา บอกให้ฉันรู้ตัวได้ทันทีเลย ฉันกลับห้องก่อนดีกว่า ฉันต้องรีบเอาเอกสารมายื่น ถ้าลุงคนนั้นเปลี่ยนใจฉันคงเสียดายแย่เลย” พบูทรงตัวลุกขึ้นยืน “ว่าแต่...พนักงานที่นี่มีอาหารฟรีครบทุกมื้อไหม?” เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่กระเป๋าแฟบอย่างเธอ
เกศแก้วหัวเราะคิก “คุณกินเก่งจัง เกศเห็นคุณตักมาตั้งเยอะไม่คิดว่าคุณจะกินจนหมด” เกศแก้วมองเลยไปที่จานว่างเปล่าบนโต๊ะ
“ฉันเคยอดมาก่อน เลยรู้คุณค่าของข้าวทุกเม็ด ขนมปังทุกชิ้น”
ความลำบากในเยาว์วัยคอยเตือนใจพบูตลอด เธอไม่ใช่คนสุรุ่ยสุร่าย แถมประหยัดจนติดเป็นนิสัย
“เกศก็เหมือนกันค่ะ เกศยอมทำงานหนักเพื่อให้พ่อแม่อยู่สบาย”
“เธอโชคดีกว่าฉันเยอะ ถึงจะจนแต่ก็ยังมีพ่อมีแม่ แต่ฉันไม่มีใครเลย” หางเสียงพบูสั่นพร่า
“ตอนนี้คุณมีเกศเป็นเพื่อนแล้วไงคะ เกศไม่ใช่คนขี้หวงหรอกค่ะ หากคุณจะใช้พ่อกับแม่ของเกศแทนพ่อแม่ของคุณ” เกศแก้วยิ้มแผล่ ท่าทางยินดีเหมือนที่พูดออกมา
“อืม สักวันนะ หากฉันทำงานที่นี่นานๆ จนมีโอกาสได้เจอพ่อกับแม่ของเธอนะเกศ”
“คุณรู้ไหมคะ ที่บาร์นั่นได้ทิปดีมากเลย ฝรั่งโซนนั้นมีแต่คนรวยและเปย์เก่ง คืนๆ หนึ่งหากถูกใจพวกเขา ได้กันเป็นหมื่นเลยนะคะ เกศน่ะอยากไปอยู่โซนโน้นจะแย่ แต่คุณสมบัติไม่ได้ เกศเรียนมาน้อย” เกศแก้วบ่นพึม
“จริงเหรอ แหม...ถ้าฉันได้ทิปขนาดนั้นก็ดีสิ”
“ยิ้มเยอะๆ ค่ะ ยิ่งคุณเคยอยู่บาร์น้ำคุณก็น่าจะรู้วิธี”
พบูถอนใจแรงๆ เพราะสาเหตุนี้นั่นแหละเธอถึงทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ได้ไม่นาน ลูกค้าชีกอทำให้ต่อมความอดทนเธอขาดผึ่ง พบูไม่อยากลงมือกับลูกค้าเลย แต่ผู้ชายพวกนั้นห้ามแล้วไม่ฟังเอง
