หมอสิงห์คลั่งรัก

72.0K · จบแล้ว
จินต์พิชา
36
บท
11.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เขา... หมอศัลยกรรมประสาทผู้เงียบขรึม เจ้าระเบียบ และไม่เคยชายตามองผู้หญิงคนไหน แต่เพียงแค่เห็นเธอในคืนแรกที่ผับของเพื่อน "พีรญา" ก็กลายเป็น ยาที่เขาเสพติดที่สุดในชีวิต จากแค่ความสงสาร… กลายเป็นความหลงใหล จากแค่การอยากดูแล… กลายเป็นความคลั่งที่ไม่มีวันถอนตัวได้

นิยายรักโรแมนติกรักหวานๆโรแมนติกนักศึกษา21+เผด็จการรักหมอฟินๆ

1 น่าสนใจ

รถยุโรปสีดำเลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์คอนเทมโพลารี่ นรสิงห์หรือหมอสิงห์ ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างาม เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ถูกพับแขนขึ้นดูผ่อนคลาย เส้นผมดำขลับถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อย แม้จะเพิ่งเสร็จงานที่โรงพยาบาลแต่เขาก็ยังคงดูเนี้ยบและเคร่งขรึมอยู่เสมอ

เขาคือศัลยแพทย์ประสาทที่เพิ่งกลับจากอเมริกาหลังจากไปเรียนต่อและทำงานที่นั่นจนมีชื่อเสียง คุณหมอหนุ่มย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านใหม่หลังนี้ได้ไม่นาน ชีวิตของเขาถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบตามตารางที่วางไว้ 34 ปีของเขาไม่มีคำว่าหลุดหรือผิดแผน

เขาเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแร่เย็นเฉียบออกมาดื่ม ก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานที่เต็มไปด้วยตำราและเอกสารทางการแพทย์ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏหน้าจอก็รีบกดรับสายทันที

“ว่าไงทิว ราวน์เสร็จแล้วเหรอ”

“เพิ่งเสร็จ นายอยู่ที่ไหน ราวน์เสร็จหรือยัง” ทิวากรหรือหมอทิวคุณหมอหนุ่มประจำแผนกศัลยกรรมทั่วไปเพื่อนสนิทของนรสิงห์ถามกลับ

“เสร็จแล้วเพิ่งกลับมาถึงคอนโด”

“เฮ้ย!....จะรีบกลับไปคอนโดทำไม ออกมาดื่มกันไหม คืนอาทิตย์นี่ฉันไม่มีเวรคอนซัลนายก็เหมือนกันใช่ไหม” ทิวากรหมายถึงเวรให้คำปรึกษาซึ่งถ้าเป็นเวรในความรับผิดชอบของตัวเองก็จะต้องสแตนด์บายตลอดเวลา

“ไม่มี แต่นี่ยังหัวค่ำเลยนะ จะดื่มตั้งแต่ตอนนี้เหรอ”

“ก็ดื่มไปคุยไปไง เดี๋ยวฉันรอที่เดิมนะ”

“อือ เดี๋ยวจะตามไปนะ”

นรสิงห์วางสายแล้วก็รีบเดินเข้าห้องน้ำก่อนจะขับรถออกมายังผับหรูกลางกรุงที่สุรัชเพื่อนสนิทของเขาเป็นเจ้าของ เพื่อนส่วนใหญ่ของเขาเป็นหมอหรือไม่ก็อาจารย์จะมีก็แค่สุรัชที่ทำงานต่างจากคนอื่นแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา

นรสิงห์มาถึงผับของสุรัชในเวลาต่อมา บรรยากาศในผับเต็มไปด้วยเสียงดนตรีคึกคักและนักท่องเที่ยวที่พากันมาผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์

คุณหมอหนุ่มเข้ามาถึงก็รีบตรงไปยังมุมประจำของเขาที่อยู่บริเวณชั้นสองซึ่งเป็นโซนของลูกค้าวีไอพี

“นั่งสิ เอาเหมือนเดิมไหม”

“อือ

“เดี๋ยวให้เด็กขึ้นมาดูแลนะ”

“ขอบใจนะ นายไปดูแลลูกค้าโต๊ะอื่นเถอะ”

“อือ เดี๋ยวถ้าว่างจะมาคุยด้วย นายสองคนคุยกันไปก่อนนะ”

“งานยุ่งไหม” ทิวากรเริ่มชวนคุยเพราะตั้งแต่เพื่อนย้ายมาหนึ่งเดือนก็แทบไม่ค่อยได้คุยกันเลย

“พอตัวเลย คนไข้มาจากไหนก็ไม่รู้ มีผ่าตัดเกือบทุกวัน”

“ก็นายมันหมอชื่อดังจากอเมริกานี่หว่า โรงพยาบาลเขาซื้อตัวนายมาแล้วก็ต้องใช้นายให้คุ้ม” ทิวากรหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก

“ก็คงงั้น นายล่ะ ได้ข่าวว่าวันหนึ่งก็ผ่าหลายรายนี่”

“แต่ฉันก็ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน ไม่เหมือนหมอสมองอย่างนายที่ผ่ามีลากยาวหลายชั่วโมง”

“ก็งานมันละเอียดนี่ แต่อย่าคุยเรื่องงานเลย”

นรสิงห์กวาดมองไปรอบ ๆ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินถือเครื่องดื่มไปให้แขกอีกมุมหนึ่งของผับ เธอดูแตกต่างจากพนักงานคนอื่น ๆ ที่เขามักจะเห็น เธอสวมชุดเดรสขาว ไม่เปิดเผยเนื้อหนังมากเกินไป แต่ก็ดูโดดเด่นสะดุดตาอย่างน่าประหลาด เธอสวยสะกดสายตาเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ใบหน้าของหญิงสาวสวยหวาน ดวงตากลมโตมีความกังวลฉายอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเธอส่งยิ้มให้กับลูกค้าในโต๊ะที่เดินผ่าน รอยยิ้มนั้นกลับสดใสท่ามกลางความมืดมิดของผับ

เขาจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา ท่าทีเคร่งขรึมหายไปมีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ เขามองตามเธอที่เดินไปรับออเดอร์ ไปเสิร์ฟเครื่องดื่มและกลับมาที่เคาน์เตอร์

“มองอะไรวะสิงห์” สุรัชที่ดูแลลูกค้าเสร็จแล้วขึ้นมาคุยกับเพื่อนต่อ

“ก็มองทั่ว ๆ ไป คืนนี้คนเยอะดีนะ ดูไม่น่าเบื่อเลย”

“ดีแล้ว ผับฉันไม่ทำให้นายเบื่อแน่ คืนนี้มีเด็กใหม่มาทำงานด้วยสวยใช้ได้เลยล่ะ”

คำว่าเด็กใหม่ทำให้เขาหันไปมองผู้หญิงคนเดิมอีกครั้ง เธอถูก ลูกค้าเรียกไปพูดคุย แต่ดูเหมือนดูไม่คุ้นกับบรรยากาศรอบตัวเลยสักนิดและนั่นเองที่ทำให้นรสิงห์รู้ว่าเธอคือเด็กใหม่ที่เพื่อนพูดถึง

“คนนั้นชื่อพรีมไงที่ฉันพูดถึง อายุยี่สิบเอ็ดเป็นเด็กดริ๊งค์ใหม่ของร้าน นายสนใจเหรอ?” สุรัชเห็นท่าทางของเพื่อนก็พอจะเดาออก

“ก็ดูน่าสนใจดีนะ”

สายตาของนรสิงห์ไม่ละจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว

เขายกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากก่อนจะพูดออกไปตามที่ต้องการ

“เรียกเธอมานั่งด้วย”

“แน่ใจนะ หมอแบบแกจะเล่นกับเด็กพวกนี้เหรอ?” สุรัชถามอย่างไม่แน่ใจ

“อยากคุย” เขาตอบสั้น ๆ แต่แฝงบางอย่างในน้ำเสียง

ไม่กี่นาทีต่อมา เด็กสาวคนนั้นก็ถูกพามาที่โต๊ะ เสียงหัวใจเธอเต้นแรงเมื่อเห็นชายตรงหน้าที่นั่งนิ่งแต่มีรัศมีบางอย่างที่ทำให้เธอต้องหลบตา

“นี่เพื่อนฉันชื่อสิงห์” สุรัชแนะนำ

“สวัสดีค่ะคุณสิงห์ หนูพรีมค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบา ยิ้มบาง ๆ แบบที่ฝืนให้ดูเป็นมืออาชีพที่สุด

“นั่งสิ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ฝากดูแลเพื่อนฉันด้วยนะ”

“ได้ค่ะคุณสุรัช” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน

ทั้งสุรัชและทิวากรมองตากันก่อนละลุกขึ้นและย้ายลงไปนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์เพราะอยากให้นรสิงห์คุยกับหญิงสาวตามลำพัง

“เรียนอยู่หรือเปล่า?”

“ค่ะ... ปีสามค่ะ อีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้นปีสี่”

“ทำงานที่นี่นานหรือยัง”

“เพิ่งวันแรกค่ะ”

“อืม... ดูออก” นรสิงห์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตายังจับจ้องหญิงสาวไม่ละไปไหน

“เด็กเกินกว่าจะอยู่ที่นี่” เขาพูดเบา ๆ

“ไม่มีใครอยากออกมาทำงานในเวลาที่ควรจะนอนอยู่บ้านแบบนี้หรอกนะคะ”

“เธอมีความจำเป็นอะไรเหรอ”

“คุณหมออย่ารู้เลยค่ะ ทุกคนที่มาเที่ยวที่นี่ก็อยากมาผ่อนคลาย มาหาความสุข อย่าเอาเรื่องของพรีมไปกวนใจคุณเลยนะคะ” หญิงสาวไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกฟัง

“ฉันเข้าใจ แล้วงานที่นี่โอเคไหม”

“ก็ดีค่ะ พรีมเพิ่งมาทำคืนแรกเลยยังไม่คล่องเท่าไหร่ แต่อีกหน่อยก็คงดีขึ้น คุณหมอล่ะคะมาเที่ยวที่นี่บ่อยไหม”

“ก็ไม่บ่อยเท่าไหร่”

บทสนทนาของทั้งสองเป็นเรื่องทั่ว ๆ นรสิงห์คุยกับหญิงสาวไม่นานสุรัชก็เรียกให้เธอไปคุยกับแขกท่านอื่นต่อ