Chapter :3 แผนร้ายหรือจะสู้กลยุทธ์ที่หนึ่งได้ (2)
"ชาไทยจำไว้นะลูก กลยุทธ์ที่หนึ่งของการทำอาหาร คือทำอาหารด้วยจิตวิญญาณแห่งความใส่ใจต่อผู้ทานอย่างใจจริง"
"อย่างไรครับ?" เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีกำลังมองแม่ด้วยแววตาสงสัย
"ไม่ยากเลย อันดับแรกเราต้องรู้เสียก่อนว่า คนผู้นั้นชอบอาหารประเภทไหน สองรสชาติแบบไหนที่เขาจดจำเราไปตลอดชีวิต สามสำคัญที่สุดคือความใส่ใจต่อผู้ทาน ลองใช้หัวใจในการทำอาหาร เพราะนั่นจะทำให้เราเป็นเชฟที่ดีได้ เชื่อแม่ซิ ต้าวชาไทยของแม่^^ "
รอยยิ้มสดใสของแม่ยังคงตราตรึงใจ เพราะนั่นคือรอยยิ้มครั้งสุดท้ายที่มอบให้ชายหนุ่ม และนั่นคือวิธีที่ชาไทยนำมาใช้ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้
หากวันนี้ชายหนุ่มไม่เข้าไปถามความต้องการของคุณวอร์เทอร์ถึงในห้องน้ำ แม้มันจะพิลึกไปหน่อย แต่ด้วยความจริงใจของชายหนุ่ม ทำให้เกิดความเอ็นดู ชาไทยจึงได้รู้ว่าคุณวอร์เทอร์ปวดฟันมาก สเต๊กเนื้อฝีมือเชฟหมวยมันทำให้เขาปวดฟันจนไม่สามารถขบเคี้ยวได้เลย หลังที่ปวดฟันมาได้สักพัก บวกกับตัวเขาเองก็ไม่ชอบหาหมอฟันเท่าไหร่ จึงทำให้ทรมานขนาดนี้ งดอาหารจานโปรดอย่างสเต๊กเนื้อมันทำคุณวอร์เทอร์ทรมานใจยิ่งนัก
ดังนั้นชายหนุ่มจึงทำให้เนื้ออ่อนนุ่ม และขบเคี้ยวได้โดยไม่ปวดฟันอีกต่อไป ด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมนั่นคือ มักเนื้อกับกระเทียม เกลือ พริกไทยดำ นำมันมะกอก และสูตรลับเฉพาะคือ ใบชา เพราะใบชานอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณ ช่วยลดอาการอักเสบ และลดอาการเหงือกบวมได้ แล้วมักทิ้งไว้ประมาณสิบห้านาทีจึงได้เนื้อที่อ่อนนุ่มละมุน ขบเคี้ยวได้เพลิดเพลินจนลืมความเจ็บปวดนั้นจนหมดสิ้น
"ชาไทย!"
"อ..อะ..ครับ" ชายหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจ
"เหม่ออะไรเนี่ย! ปลาไหม้หมดแล้ว ฮื้อ..." ผู้ช่วยหมีรีบตักปลาทอดสีดำขึ้นมาดูก่อนจะทิ้งมันลงถังขยะไปอย่างน่าเสียดาย
"ขอโทษครับ"
"อาหารเป็นของมีค่า ทำอาหารต้องมีสติ" เชฟอาร์ทพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เฉยชา
"เก่งมากนะเรา อนาคตเชฟไม่ไกลแน่ๆ เชื่อพี่หมวยซิ" เธอยิ้มกว้างถึงตาด้วยความจริงใจ
"เลิกงานแล้วเราไปฉลองกันดีกว่าทุกคน!!"ผู้ช่วยหมียิ้มแย้มอย่างสดใสเมื่อนึกถึงเนื้อกระทะย่างร้อนที่แสนอร่อย
"น้ำใสด้วยค่ะ ยังไม่ได้ฉลองต้อนรับน้องชาไทยเลย"
"ชาไทยยังกลับบ้านไม่ได้!!! " เสียงที่คุ้นเคยทำให้วงแตกทุกคนกลับไปประจำตำแหน่งของตนด้วยท่าทางตื่นตระหนก เซทท์เดินตรงมายังชาไทยที่ยืนครุ่นคิดหาวิธีรับมือเพราะต่อไปนี้ ในทุกวันของการฝึกงานจะไม่มีความสงบอีกต่อไป
"ไงครับ คิดจะกำจัดผมอย่างไรอีกท่านประธานจอมโหด ม้าพยศอย่างคุณ ผมคนนี้จะปราบให้อยู่มัดเลยคอยดู" เอาอีกแล้วชาไทยเอ่ย ทำไมไม่คิดก่อนพูดหาเรื่องใส่ตัวจนได้
"ฮึก อิอิ ฮุ๊บ อิอิ ฮ่า"เชฟหมวยแอบหัวเราะด้วยความถูกใจที่ตอนนี้เจอผู้เข้ามาปราบปรามม้าพยศได้แล้ว
"คุณหมวยคงอยากอยู่ต่อใช่ไหมครับ" สีหน้าเรียบเฉยนั่นช่างน่าขนลุกนัก
"อุ๋ย!! คุณเซทท์อยู่ต่อไม่ได้หรอกค่ะ เจมมี่ และลิลลี่รอทานอาหารเย็นอยู่.. โอ๊ะได้เวลาเลิกงานแล้ว ขออนุญาตนะคะ ไปซิคุณอารท์"
"ลูกพี่หมวยผู้หญิงหรือชายครับ"
"แมวย๊ะ! น้องชาไทย กำลังซนเลย อิอิ พวกเราไปก่อนน้า.. ไฟติ้ง!" ทุกคนรีบเดินออกไปห้องเปลี่ยนชุดเพื่อกลับบ้าน ในห้องครัว ณ ตอนนี้มีเพียงเขาสองคน
"เก่งนี่!! ที่รับมือได้ ขนาดลงทุนเชิญเพื่อนที่กำลังปวดฟันบินมาตั้งไกล เพื่อกำจัดนายโดยเฉพาะ หึหึ แต่ไม่นึกว่านายจะเอาตัวรอดได้ดีนี่" แววตาที่มองชาไทยด้วยความรังเกียจ
"ผมไม่ใช่เชื้อโรคนะ ที่คุณต้องมาคอยกำจัดให้หมดไป แต่ถ้าผมเป็นเชื้อโรคจริงๆ ต่อให้คุณใช้ทุกวิธีกำจัดผม ผมก็จะเติบโตขึ้นมาใหม่อยู่ใกล้คุณ เอาไหมล่ะ"
"ปากเก่งนักนะ"
อึก!!
ปากนุ่มนิ่มของชาไทยตอนนี้ถูกบดขยี้ด้วยปากที่ร้อนระอุดั่งไฟของผู้เป็นถึงประธาน ชายหนุ่มรีบผงะตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"เป็นไงล่ะ! ชอบยั่วโมโหนัก จำไว้ว่าฉันเป็นสุนัข สุนัขที่กัดแล้วไม่ปล่อย ทนได้ทน ทนไม่ได้ก็ลาออกไป ฮ่าฮ่า"
"อั้ยบ้านี่ ! "
เซทท์เดินจากไปอย่างผู้ชนะ จนลืมไปว่าสิ่งที่เขากระทำเพื่อต้องการอยากเอาชนะจริงใช่ไหม หรือทำลงไปเพราะใจต้องการกันแน่
"ไม่เคยซินะ" เขายิ้มอย่างสะใจโดยไม่ทันสังเกตว่าหูทั้งสองข้างของตนกำลังแดงระเรื่อ
แมนชั่นห้อง 405
"เฮ่อ...เหนื่อยชะมัด ว่าแต่อั้ยหมอนั้นมันคงบ้าไปแล้วจริง จูบแรกของฉันหมดกัน" เขาก้มผลุบลงกับโต๊ะมองภาพถ่ายทำให้นึกถึงอดีต
"ครืด...ครืด..."
เสียงมือถือดังขึ้นชายหนุ่มมองเบอร์ปลายทางที่โทรคือพ่อบังเกิดเกล้าของเขาเอง
"ครับพ่อ"
"ลูกสบายดีไหม? ไม่ติดต่อมาเลย พ่อเป็นห่วงแกมากรู้ไหม ฮึ!"
"สบายดีครับ แต่คุณชายของพ่อไม่ใช่ย่อยเลยนะ รับน้องตั้งแต่วันแรก เล่นเอาผมย่อยยับยู้ยี้ ดั่งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้ว"
"ฮ่าฮ่า ถึงคุณเซทท์จะปากร้าย ดูเอาแต่ใจ แท้จริงแล้วใจดีมาก เชื่อพ่อซิ! แต่งงานกับคุณเซทท์แล้วลูกจะมีความสุข"
'มีความสุขกับผีนะซิ' ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจ
"ครับโชคดีมาก"
"ฮ่าฮ่า ดูแลตัวเองด้วย รักนะ ต้าวชาไทยของพ่อ"
"ดูแลสุขภาพด้วยครับ ฝากความคิดถึง ถึงคุณปู่คุณย่าด้วยครับ บาย "
การที่ผมเลือกฝึกงานที่นั่นก็เพราะความต้องการของพี่เชนที่ขอร้องให้ผมมาอยู่ที่นี่ เพื่อศึกษาดูใจว่าที่คู่หมั้น และตอบสนองความต้องการคำสั่งของผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว
ถึงแม้จะฟังดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่เพื่อพ่อที่รักของผม ผู้ที่เคยเป็นคนขับรถคนสนิทของพ่อพี่เชน ก็คงต้องยอมรับต่อโชคชะตา มันคงง่ายขึ้นถ้าหากท่านประธานจอมโหดผู้นั้น มีใจให้ผมสักนิด
"คุณท่านรู้ไหมครับ? ว่าความหวังดีของท่านทำให้ผมตกที่นั่งลำบาก หมอนั่นมีจุดอ่อนตรงไหนบ้างนะ อาหารยังมีสูตรลับ แล้วความรักมีสูตรอะไรครับ เฮ่อออ"
ชาไทยนอนคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกทั้งคืน จนกระทั่งเช้ามืด ปริ๊ง!
"คิดออกแล้ว หนามย่อต้องเอาหนามบก! เสร็จฉันแน่นายจอมโหด ฮ่าฮ่า"
ชายหนุ่มรีบลุกจากขึ้นเตียงนอน ปลดเสื้อผ้า อาบน้ำ แต่งตัวเพื่อไปทำงานทั้งที่ตนยังไม่ได้นอนเลยสักนิด เพราะมัวแต่คิดหาวิธีทำให้เขายอมรับตนให้ได้ ไม่รู้ว่าความคิดครั้งนี้ได้ผลหรือไม่ ก็ต้องเสี่ยงดูหน่อยก็แล้วกัน
'แต่ว่านะ! ทำไมรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างนี้'
