Chapter : 6 บทลงโทษ (2)
"เป็นอย่างไรบ้าง?" เซทท์เดินปราดเข้าไปถามอาการของชาไทยทันทีที่หมอกายวิทย์ย่างก้าวออกมาจากห้องไอซียู
"พ้นขีดอันตรายแล้ว โชคดีนะที่ไม่โดยสารแอมโมเนีย (สารทำความเย็น) ไม่งั้นเตรียมเผาศพได้เลย"
"ปากเสียไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ" สายตาเย็นชาที่จ้องเขม็งไปยังหมอหนุ่มร่างสูงโปร่ง สวมชุดกาว ดูดีมาฐานะ แววตาที่เซทท์มองเขาบ่งบอกถึงความเกลียดชัง ที่ทับถมมานานนับปี มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา
กายวิทย์ อดีตเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาลัยเดียวดัน เพื่อนที่มองตาก็รู้ใจ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพื่อนที่ถูกตีตรา ว่า 'ทรยศ' หักหลัง
"จุ๊ ๆ ดูท่าทางที่ร้อนรนของนาย ไม่สมกับเป็นท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่เอาเสียเลย อืม..ว่าแต่น้องเค้าหน้าตาน่ารักมากเลยนะ ขนาดนอนซมบนเตียงยังน่ารัก สเป๊กหมออย่างฉันเลย ว่าไหม"
"หุบปากเดียวนะ! อั้ยหมอทรยศ คนนี้ของไอเซทท์ ห้ามยุ่ง!" น้ำเสียงจริงจัง ตะโกนโหวกเหวกโวยดังขึ้นมาแต่ไกล เผยให้เห็นผู้ชายที่เดินดุ่ยๆ มายังบุรุษทั้งสอง กายวิทย์เผยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย
"อ้าว! เพื่อนกวินที่รัก ไม่เจอกันนาน โลกกลมเป็นบ้า โชคดีหรือโชคร้ายนะที่ฉันต้องมาเจอพวกนาย "
"คำนั้น ควรเป็นฉันมากกว่าที่ควรพูด อั้ยหมอสารเลว!!" กวินเดินมาหยุดตรงหน้ากายวิทย์ สายตาที่เพ่งมองไปยังเขา เต็มด้วยความเกลียดชัง
"ถ้าฉันเลวอย่างที่นายว่าจริง! ฉันคงไม่เป็นหมอถึงทุกวันนี้หรอก" กายวิทย์เดินเข้าไปอย่างกระชั้นชิดก่อนจะกระซิบใกล้หูของอดีตเพื่อนรัก
"พอเถอะ! " เซทท์ ห้ามปรามทั้งสองไว้ เพราะว่าในใจตนตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า
"น้องอาการดีขึ้นแล้ว นายจะหิ้วกลับคอนโดเลยก็ได้นะ แต่.....อย่าหักโหมมากล่ะ เดียวน้องเขาจะตายซะก่อน หึหึ " กายวิทย์พูดขึ้นก่อนจะตบไหล่เซทท์เบาๆ ใบหน้านั้นยิ้มเยาะด้วยความสะใจ
"อั้ย เวรนี่..."
"ช่างมันเถอะ!"
"นายจะเอาอย่างไงต่อ" กวินถามเพื่อนสนิทที่ยืนมองหน้าห้องไอซียูด้วยแววตาที่ห่วงใย
"อุ้มน้องกลับคอนโดไง"
"เอาจริงดิ" กวินอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำตามที่หมอนั่นพูดจริงๆ
ม่านสีเทาถูกคลี่ออก เผยให้เห็นแสงอรุณยามเช้าที่สาดส่องทั่วทุกมุมห้อง ใบหน้าขาวผ่องที่กำลังนอนไร้สติบนเตียงนุ่มๆ ผิวเรียบเนียนตรงอกขาวที่เผยออกมาจากเสื้อ เมื่อกระทบกลับแสงอรุณชวนให้น่าหลงใหลยิ่งนัก เซทท์ยืนกอดอกกลืนน้ำลายตัวเอง มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา ภายในใจรุ่มร้อนผิดปกติ เพราะตลอดทั้งคืนที่เขาเดินวนไปวนมาอย่างกะคนที่เป็นกำลังจะบ้า เป็นครั้งแรกเขาไม่สามารถข่มตาหลับได้
"มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ" เขาพึมพำกลับตัวเอง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ชาไทยลืมตาตื่นขึ้น สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่คุ้นเคย แม้กระทั่งเพดานห้องที่เปลี่ยนไป ทำให้เขาลุกขึ้นจากเตียงด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะมองนาฬิกาตั้งโต๊ะตรงหัวเตียงบอกที่เวลาเที่ยงตรง
ชาไทยกุมขมับตัวเอง แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแต่ก็ยังคงรู้สึกวิงเวียนตึงๆ ตรงศีรษะ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงเพื่อออกไปสำรวจว่าตนเองกำลังนอนอยู่ที่ไหนกัน แต่ด้วยความอิดโรยของร่างกาย ทำให้เขาเดินโซซัดโซเซ อีกทั้งสายตาที่พร่ามัว ดันเดินไปสะดุดเข้ากลับโซฟา ก่อนที่ร่างบางจะล้มลงทับร่างใครอีกคนที่กำลังนอนพักสายตา ดวงตาเรียวคู่นั้นเบิกตาขึ้นมองผู้ที่หล่นลงมาทับร่างตน แววตาทั้งคู่ต่างประสานกันด้วยความบังเอิญ
เซทท์จับจ้องไปยังแววตาคู่นั้น แววตาที่ไร้เดียงสาบนใบหน้าเรียวขาวซีดอย่างแนบชิด ริมฝีปากอันอวบอิ่ม ทำให้อุณหภูมิร่างกายของเขาสูงขึ้น พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก
"อ่ะ...คุณเซทท์นี่เอง" ชาไทยตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ จู่ๆผู้ชายเขานอนทับร่างอยู่ตอนนี้ คือ ผู้ที่เกือบจะพรากชีวิตตนไป ชาไทยพยายามลุกขึ้นอย่างไวที่สุด ทว่าเซทท์กับโอบกอดร่างกายเขาไว้อย่างแน่นหนา
"รู้ไหม! โทษของปลุกเจ้านายที่กำลังจะพักสายตาคืออะไร ฮึ!"
"ผมไม่รู้หรอก ผมรู้แค่ว่าผมต้องไปจากที่นี่ ปล่อยผมเถอะ!" ชาไทยพยายามรั้งตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่ง ด้วยแรงทั้งหมดที่ตนมี แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ ด้วยสภาพร่างกายที่อิดโรยตอนนี้ ทำให้ตนมีแรงต้านทานคนเบื้องหน้าไม่ไหวจริงๆ
"หึ ๆ " เขาเผยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะที่ริมฝีปากหนาขย้ำไปยังริมฝีปากบาง อย่างหื่นกระหาย เกินจะห้ามใจตนได้อีกต่อไป
"อื๊อ..ฮื๊อ อึก" ชาไทยเบิกตาโตด้วยตกตะลึงไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าทำกับเขาแบบนี้ได้ แม้ตัวเองพยายามเบนปากออกห่าง แต่ก็ไร้ประโยชน์ เสียงอู้อี้ที่ดังออกมาจากในลำคอไม่สามารถหยุดความกระหายของคนตรงหน้าไว้ได้ เซทท์พยายามซุกลิ้นหนาของเขาเพื่อชิมรสอันแสนหวานของคนในอ้อมกอด ชายหนุ่มจึงใช้มืออีกข้างเพื่อบีบจมูกของเขาไว้ ชาไทยเริ่มหายใจไม่ออก เขาเปิดปากรับลิ้นรสหวานของอีกคนด้วยความจำยอม เซทท์เผยยิ้มเล็กน้อย อย่างผู้ได้รับชัยชนะ ก่อนรีบปล่อยมือออกอย่างนุ่มนวล
"เป็นไง ดีกว่าอยู่ห้องเย็นอีก ว่าไหม" เขากระซิบเข้าที่หูของชายหนุ่ม ก่อนลุกขึ้นยืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาไทยได้แต่นั่งนิ่งอึ้งด้วยความตกตะลึงกับท่าทีที่ไร้ความเป็นคนของเขา
"นาย...ไม่ควรเป็นคู่หมั้นฉัน" ชาไทยพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะมองหน้าเขาด้วยแววตาที่ขุ่นเคืองใจ
"นายต่างหากที่ไม่คู่ควรกับฉัน กะอีแค่ลูกคนขับรถ สะเออะขึ้นมาเป็นภรรยาฉัน นายมีอะไรที่เหมาะสมกับฉันบ้าง คิดดูสิ ฮึ!" เซทท์ ตวาดออกไปอย่างสุดเสียง ราวกับเสือที่คำรามให้เยื่อหวาดกลัว
"ฉันควรกลับบ้าน เหมาะสมกับฉันที่สุด" ชาไทยลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตูเพื่อก้าวออกจากที่แห่งนี้ไปให้เร็ว ทว่ากลับโดนฝ่ามือใหญ่กดประตูไว้ไม่สามารถเปิดออกได้ ชาไทยมองกลับมายังคนตรงหน้าแววตาคู่น้อยเผยให้เห็นชิงชังที่มีต่อเขา มันทำให้เซทท์รู้เจ็บจี๊ดขึ้นมาตรงกลางใจอย่างที่ไม่เคยเป็นก่อน
"ไม่ได้! ฉันไม่อนุญาต"น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูอ่อนลง
"แล้วนายจะให้ฉันอยู่ที่นี่ไปเพื่ออะไร" แววตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำใสๆ ถามขึ้น เหมือนต้องการคำตอบที่แท้จริงจากปากของชายหนุ่มตรงหน้า
"เพื่อเป็นของเล่นฉันไง"
ชายหนุ่มรู้ดีว่า วาจาที่ตนลั่นออกไปนั้น ทำร้ายจิตใจคนตรงหน้าเพียงใด แต่เพราะตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม? ถึงไม่พูดจากับเขาดีๆ หากวันนี้เขาปล่อยให้อีกคนกลับไป ก็เท่ากับว่าตนเองได้ปล่อยโอกาสบางอย่างให้หลุดลอยไปเช่นกัน....โอกาสที่เขาจะครอบครองทั้งตัวและหัวใจ
