บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 การทดลองของพ่อ

เช้าวันจันทร์ พ่อไม่ได้ไปทำงาน

เขาบอกบริษัทว่าขอลาพักหนึ่งวัน

เหตุผลคือ “ไฟฟ้าในบ้านมีปัญหา”

แต่ความจริง เขาอยากพิสูจน์บางอย่าง

บนโต๊ะกินข้าวตอนสาย มีอุปกรณ์วางเรียงกัน

• ระดับน้ำวัดความเอียง

• เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็ก

• มัลติมิเตอร์วัดกระแสไฟ

• โทรศัพท์ตั้งโหมดบันทึกวิดีโอ

แม่ยืนมองเงียบ ๆ

“คุณคิดว่าเป็นอะไร”

พ่อสูดหายใจลึก

“ถ้าไม่ใช่ภาพลวงตา…ก็ต้องมีเหตุผลทางฟิสิกส์”

เขาไม่พูดคำว่า “พลัง”

ไม่พูดคำว่า “สิ่งเหนือธรรมชาติ”

เขายังไม่พร้อมยอมรับ

ลลิลนั่งอยู่บนพื้นตามปกติ

วันนี้เธอกำลังเล่นรถของเล่นสีแดงคันเล็ก

พ่อวางระดับน้ำบนโต๊ะกลางห้อง

ฟองอากาศอยู่ตรงกลางพอดี

“พื้นบ้านเรียบ” เขาพึมพำ

จากนั้นเขาวางลูกแก้วไว้กลางโต๊ะ

“ถ้ามีแรงสั่นสะเทือน มันต้องกลิ้ง”

ทุกอย่างนิ่งสนิท

พ่อพยักหน้าเบา ๆ

“ลลิล ลูกเล่นตามสบายเลยนะ”

เด็กหญิงพยักหน้า

เธอจับรถของเล่นวิ่งไปบนพื้น

“บรื๊นนนน…”

เสียงเล็กใสตามวัย

พ่อเฝ้ามองเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน

ค่าคงที่

ไม่มีอะไรผิดปกติ

จนกระทั่ง—

รถของเล่นไปชนขอบพรมแล้วพลิกคว่ำ

ลลิลหยุด

เธอทำหน้างอ

“ไม่เอา…”

เสียงเธอเบา แต่ชัด

รถของเล่นนิ่งอยู่ตรงนั้น

แม่กำลังจะพูดปลอบ

ทันใดนั้น—

รถสีแดงค่อย ๆ ขยับ

ไม่ใช่กลิ้งจากแรงพื้นเอียง

ไม่ใช่สั่นจากแรงกระแทก

มัน “ลอย” สูงจากพื้นไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร

แล้วพลิกตัวกลับด้านอย่างช้า ๆ

ตั้งล้อทั้งสี่ลงบนพื้น

พ่อจ้องเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน

ค่าคงที่

ไม่มีแรงสั่นแม้แต่น้อย

ลูกแก้วบนโต๊ะยังนิ่ง

ระดับน้ำยังอยู่ตรงกลาง

“เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำ

ลลิลยิ้มออกมา

“เงาช่วยค่ะ”

พ่อหันมามองลูกทันที

“เงาไหนลูก”

เด็กหญิงชี้ไปมุมห้อง

มุมเดิม

พ่อมองตาม

เขาไม่เห็นอะไร

แต่…เขารู้สึกได้

เหมือนอากาศตรงนั้นหนาแน่นกว่า

เขาลุกขึ้น เดินเข้าไปใกล้มุมห้อง

เครื่องวัดสนามแม่เหล็กในมือส่งเสียงติ๊ดเบา ๆ

ค่ากระโดดขึ้นชั่วครู่

แล้วกลับสู่ปกติ

พ่อขมวดคิ้ว

“ไฟฟ้าสถิต?”

เขาเอามือแตะผนัง

ไม่มีประกาย

ไม่มีความร้อน

ลลิลมองเขาเงียบ ๆ

จากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่เด็กสามขวบไม่ควรมี

“พ่อไม่ต้องจับ มันไม่ชอบ”

พ่อชะงัก

“ใครไม่ชอบ”

เด็กหญิงไม่ตอบทันที

เธอหันไปมุมห้อง

เหมือนกำลังฟังอะไรบางอย่าง

แล้วพูดช้า ๆ

“เงาบอกว่าพ่อเสียงดังในหัว”

แม่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

“เสียงดังในหัว…?”

ลลิลพยักหน้า

“พ่อคิดดัง”

พ่อหัวเราะเบา ๆ อย่างฝืน ๆ

“หนูเดาเอาใช่ไหม”

เด็กหญิงส่ายหน้า

“เงาบอก”

ทันใดนั้น ลูกแก้วบนโต๊ะกลิ้งไปเอง

ช้า ๆ

หยุดตรงขอบโต๊ะ

แล้วหยุดนิ่ง

พ่อมองเครื่องวัดอีกครั้ง

ไม่มีแรงสั่น

ไม่มีความเอียง

ทุกอย่างทางฟิสิกส์ปกติ

แต่ลูกแก้วไม่ปกติ

พ่อหันไปหาลูกสาว

“ลลิล…ลองบอกให้มันกลิ้งกลับสิ”

แม่รีบพูดแทรก

“คุณจะทำอะไร!”

แต่พ่อจ้องลูกแน่น

เขาอยากรู้ความจริง

ลลิลมองลูกแก้ว

เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อย

เหมือนลังเล

จากนั้นพูดเบา ๆ

“กลิ้งกลับมานะ”

ลูกแก้วสั่นหนึ่งครั้ง

แล้วกลิ้งกลับมาที่กลางโต๊ะ

หยุดตรงตำแหน่งเดิมพอดี

ระดับน้ำไม่ขยับแม้แต่นิด

ความเงียบปกคลุมทั้งห้อง

พ่อค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้

มือสั่นเล็กน้อย

นี่ไม่ใช่ไฟฟ้าสถิต

ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือน

ไม่ใช่ความบังเอิญ

นี่คือ “การตอบสนอง”

และที่น่ากลัวที่สุด—

มันตอบสนองต่อคำพูดของลูกเขา

ลลิลยิ้มอย่างภูมิใจเล็ก ๆ

“เห็นไหมคะ เงาฟังหนู”

แม่เดินมากอดลูกแน่นทันที

น้ำเสียงสั่น

“ลูก…หนูคุยกับมันมานานแค่ไหนแล้ว”

เด็กหญิงเอียงคอคิด

“ตั้งแต่ก่อนหนูจำได้”

คำตอบนั้นทำให้พ่อแม่สบตากัน

ถ้าเธอคุยกับมันมาตลอด

แปลว่า—

มันอยู่ที่นี่มาตลอดเช่นกัน

ลลิลหันไปมุมห้องอีกครั้ง

ดวงตาเธออ่อนโยน

“อย่าทำพ่อกลัวนะ…”

เงาบนผนังขยับเบา ๆ

เหมือนรับคำ

แต่ในมุมนั้น

ความมืดดูเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

ราวกับมันกำลังเติบโต

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel