บทที่ 2 คุณคิมหันต์ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
ปัง
หน้าผากชนไปที่กระจกแก้วอย่างจัง รู้สึกเจ็บเล็กน้อย ทัดดาวนวดคลึงไปพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาอยากจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เห็นคนขับรถบ่นด่า แต่ในที่สุดก็ลงจากรถ
เมื่อเห็นว่ารถที่ชนคือเบนท์ลีย์ ใบหน้าเขาซีดลงทันที
"ซวยจริงๆ ผมว่าแล้วรับส่งกากเดนที่ออกมาจากเรือนจำทุกวันจะไม่มีความโชคดีอะไร เป็นไปตามคาดไม่มีเรื่องดีเลย......."
ทัดดาวกำลังลงจากรถ ถูกคนขับรถที่อารมณ์เสียผลักหนึ่งที จนล้มลงในหิมะอย่างแรงๆ
ผู้คนรอบข้างมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น สายตาส่วนใหญ่จะดูถูก เธอหน้าซีดและก้มหน้าลง รู้สึกอับอายและก็รู้สึกเจ็บด้วย
จนกระทั่ง มีรองเท้าหนังขัดเงาคู่หนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาเธอ
เธอตกตะลึง เงยหน้ามองตามเสื้อสูทสั่งตัดขึ้นไป ปรากฏเป็นใบหน้าที่เธอเห็นในฝันนับครั้งไม่ถ้วน.......
ในปีที่ทัดดาวเกิด คุณนีรัมพรผู้เป็นแม่ทัดดาวได้หาคนมาทำนายดวงชะตาของเธอ คนคนนั้นบอกว่าเธอมีชีวิตที่ราบรื่นในช่วงยี่สิบปีแรก แต่ครึ่งหลังของชีวิตเธอขรุขระผิดปกติ
ไม่คิดว่าหลายปีผ่านไป เป็นไปตามคำทำนาย
ดูไปแล้วคิมหันต์เหมือนจะหล่อล่ำกว่าเมื่อสองปีก่อนมาก เพียงแต่สายตาที่มองดูเธออย่างเกลียดชังไม่แตกต่างจากเมื่อสองปีก่อนเลย
เธอมองดูเขานิ่งๆ ครู่หนึ่ง จึงตระหนักว่าตอนนี้ตัวเองน่าเกลียดมากขนาดไหน ก้มหน้าลง กำลังดิ้นรนพยายามจะลุกขึ้นจากพื้น แต่เพิ่งจะขยับ ก็ถูกร่มดำในมือของเขากดไหล่เธอไว้
"ไม่เจอกันสองปี เป็นใบ้ไปแล้วหรือ ? แม้แต่ทักทายก็ไม่เป็นแล้วหรือ ?"
เธอเจ็บขามาก ถูกเขากดไว้แบบนี้ ตรงหัวเข่าเหมือนถูกเข็มทิ่ม อากาศที่หนาวแบบนี้ แต่เธอเจ็บจนเหงื่อท่วมหัว กัดฟันแน่นแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณ....คุณคิมหันต์ ไม่เจอกันตั้งนาน "
คิมหันต์ยืนมองพิจารณาดูเธออยู่สูงๆ เมื่อกี้เขาอยู่ในรถมองไม่ค่อยชัดเจน ลงจากรถแล้วจึงพบว่าเป็นเธอจริงๆ ปรากฏว่าเขาลืมไปว่าวันนี้เป็นวันที่เธอออกจากเรือนจำ
ต้องบอกว่าทัดดาวเปลี่ยนแปลงไปมาก
ผมยาวสลวยที่ดูแลเอาใจใส่อย่างดีได้กลายเป็นผมสั้นเสมอหูแบบเดียวกับในศูนย์กักกัน แห้งเหมือนฟางข้าว ใบหน้าซีดเหลือง โดยเฉพาะบนนั้นยังมีบาดแผลเก่าใหม่ที่ทับซ้อนกันหลายจุด
ไม่ว่าจะดูอย่างไร ก็เทียบกับคุณหนูที่ร่าเริงของตระกูลบุษยานันท์ในตอนนั้นไม่ได้เลย
แต่เขาไม่แปลกใจ อย่างไรก็ตามคนที่ออกมาจากข้างในนั้น จะสุขสบายได้แค่ไหนกัน มองดูท่าทางน่าสมเพชของเธอแบบนี้ แววตาคิมหันต์เต็มไปด้วยความเย็นชา เย็นยิ่งกว่าหิมะเต็มท้องฟ้านี้เล็กน้อย
"เปลี่ยนไปจริงๆ"
เธอตะลึง เงยหน้าขึ้น ก็เห็นเขาหยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนจุดไฟ ควันสีขาวโพลงอ้อยอิ่งโชยขึ้น สะท้อนให้ใบหน้าที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ยิ่งดูยิ่งเหมือนปีศาจ
หลังจากนั้นเขาหัวเราะเสียงเบาที่สุด "ในเมื่อวันนี้คนขับรถคนนี้เชื่อว่าวันนี้ตัวเองซวย ถ้าอย่างนั้นก็อย่าทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเลย ปราการจดบันทึกรหัสพนักงานของเขาไว้ กลับไปแล้วส่งหนังสือสัญญาค่าชดเชยไปให้เขา "
ทันใดนั้น คนขับรถรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า
ทัดดาวอึ้งอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าควรจะมีปฏิกิริยาแบบไหน เธอไม่กล้าขยับ คิมหันต์ที่อยู่ตรงหน้ายังเหมือนเมื่อสองปีก่อน ฆ่าอย่างเด็ดขาด ไม่เหลือเยื่อใยแม้แต่น้อย
เธอมิกล้ามีเรื่องด้วย
"คุณคิมหันต์ หากคุณไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ปล่อยฉันไปได้หรือยัง?"
"จากไปเหรอ?" เขาย้ำคำพูดนี้ แล้วใช้ปลายร่มเชยคางของเธอขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย็นชา : "ทัดดาว คุณน่าจะรู้ เวลาสองปีในการไถ่บาป มันสั้นมาก "
ทัดดาวตัวสั่นเทา ไม่ใช่เพราะสภาพอากาศ แต่เป็นเพราะความกลัว
การทรมานที่ไร้มนุษยธรรมในเรือนจำนั้นเธอจำติดตา แค่คิดเธอก็สั่นไปทั้งตัว ตอนที่เธอถูกส่งเข้าไปในเรือนจำ เธอก็ถูกตระกูลบุษยานันท์ตัดหางปล่อยวัดไปโดยปริยาย สองปีมานี้ ไม่มีใครสักคนเคยไปเยี่ยมเธอในเรือนจำเลย
เธอรู้ นั่นเป็นความต้องการของคิมหันต์ สำหรับเขาแล้วเธอนั้นเหมือนปลาบนเขียง แล้วแต่จะฆ่าจะแกงไม่มีทางจะขัดขืนได้
แต่วันนี้ ..........
