บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5: ค่าของชีวิต

หน้าห้องไอซียู (ICU) โรงพยาบาลรัฐบาล

เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นกระเบื้องดังสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่เงียบเชียบ เรนวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่มีป้ายไฟสีแดงสว่างวาบเขียนว่า 'ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต'

ร่างกายที่เคยสั่นเทาเพราะความกลัวจับผิดของอาทิตย์ บัดนี้กลับสั่นสะท้านด้วยความกลัวที่ยิ่งใหญ่กว่า... คือความกลัวที่จะสูญเสียคนเดียวในชีวิตที่เธอเหลืออยู่

"ขอโทษนะคะ... คนไข้ชื่อคุณวิไล รัตนรักษ์ ที่ทางโรงพยาบาลโทรหาฉันนะคะ.." เรนถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์ด้วยน้ำเสียงขาดห้วง

"รอสักครู่นะคะคุณรินรดา คุณหมอเจ้าของไข้กำลังรอคุยอยู่ค่ะ"

ไม่กี่นาทีต่อมา เรนถูกเชิญเข้าไปในห้องทำงานเล็ก ๆ ที่ผนังเต็มไปด้วยฟิล์มเอกซเรย์ นายแพทย์วัยกลางคนมองเธอผ่านแว่นตาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเห็นใจแต่ก็แฝงความจริงจัง

"คุณแม่ของคุณ มีอาการเส้นเลือดในสมองโป่งพองและแตกซึมครับ" คุณหมอเริ่มอธิบายพลางชี้ไปที่ภาพสแกนสมอง

"ตอนนี้หมอให้ยาควบคุมความดันไว้ แต่นั่นเป็นเพียงการประทังเวลา"

"เราจำเป็นต้องทำการผ่าตัดด่วนเพื่อหนีบเส้นเลือดที่แตก ไม่อย่างนั้นเลือดจะคั่งจนกดทับสมองส่วนสำคัญ"

"ผ่า... หรือคะ"

"ผ่าเลยได้ไหมคะคุณหมอ เรนอนุญาตค่ะ ผ่าตอนนี้เลยได้ไหม" เรนละล่ำละลักบอก มือเล็กกำชายเสื้อช็อปแน่นจนนิ้วซีด

"หมอพร้อมครับ... "

"แต่ต้องเรียนให้ทราบตามตรงว่า อุปกรณ์บางอย่างและค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากสิทธิ์เบิกจ่ายเบื้องต้นมีมูลค่าสูงพอสมควร"

"เนื่องจากต้องใช้คลิปหนีบเส้นเลือดชนิดพิเศษ และการผ่าตัดนี้มีความเสี่ยงสูง"

คุณหมอเลื่อนเอกสารใบประมาณการค่าใช้จ่ายมาตรงหน้า ตัวเลขหกหลักที่ปรากฏอยู่ทำให้เรนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาทับหน้าอก

"ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีการวางเงินมัดจำค่าอุปกรณ์และค่าผ่าตัดส่วนแรกก่อนครับ ถึงจะดำเนินการส่งตัวเข้าห้องศัลยกรรมได้ทันที"

"เท่าไหร่คะ... ที่ต้องวางมัดจำก่อน"

"สามหมื่นบาทครับ..."

"หากทางคุณเตรียมค่าธรรมเนียมพิเศษและค่าอุปกรณ์ส่วนเกินได้ทันภายในสัปดาห์นี้"

"หมอจะรีบยื่นเรื่องขอคิวผ่าตัดด่วนให้คุณแม่ได้ในเช้าวันจันทร์ที่จะถึงนี้ครับ"

ประโยคของคุณหมอดังสะท้อนอยู่ในหัวเรนซ้ำไปซ้ำมา แม้จะดูเหมือนมีเวลาอีกหลายวัน แต่สำหรับเด็กนักศึกษาที่ลำพังแค่เงินกินใช้แต่ละเดือนยังต้องประหยัดอย่างเธอ เงินสามหมื่นบาทภายในหนึ่งสัปดาห์ก็เปรียบเสมือนกำแพงสูงชันที่มองไม่เห็นทางข้าม

เรนเดินโซเซออกมาจากห้องตรวจ ก่อนจะรีบหาพื้นที่ปลอดคนเงียบ ๆ เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งยาวพลาสติก สองมือยกขึ้นกุมขมับอย่างคนหาทางออกไม่เจอ

ในหัวประมวลผลทุกวิถีทางที่จะหาเงินก้อนนี้มาให้ได้ ทั้งเงินกู้กองทุน หรือการหยิบยืมเพื่อน... แต่ไม่มีทางไหนเลยที่จะได้เงินเร็วและมากพอในเวลาอันสั้น

สุดท้าย... เธอก็ต้องกลับมาที่ทางเลือกที่เธอหวาดกลัวที่สุด เรนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยมือที่สั่นเทา นิ้วเรียวไล่หาเบอร์ติดต่อที่เธอเมมไว้เพียงสั้น ๆ ว่า 'เจ่เจ้'

"ฮัลโหล... เจ่เจ้ค่ะ เรนเองค่ะ"

"อ้าวเรน! ว่าไงจ๊ะ เห็นเงียบไปเลยตั้งแต่เมื่อวาน นึกว่าเบื่องานทางนี้แล้วซะอีก" เสียงแหลมที่แฝงความเอ็นดูดังมาจากปลายสาย

"เรนต้องการเงินค่ะเจ่เจ้... สามหมื่นบาท ภายในอาทิตย์นี้"

"เจ่เจ้พอจะมีงานไหนที่ได้เงินก้อนใหญ่ทันทีไหมคะ นั่งคุย นั่งดื่ม ชงเหล้าอะไรก็ได้ เรนรับหมดค่ะ ขอแค่ได้เงินภายในสิ้นสัปดาห์นี้"

"หือ สามหมื่นภายในอาทิตย์เดียวเหรอ" เจ่เจ้ลากเสียงยาว

"งานนั่งดริงก์ทั่วไปมันไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกนะเรน"

"นอกจากจะเจอแขกถูกใจแล้วเปย์หนัก..."

"ช่วงนี้มีเสี่ยเจ้าของโรงแรมรายใหญ่เขากำลังมองหาเด็กไปรับรองแขกวีไอพีที่ห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว"

"เขาเน้นคนที่ดูแพง และที่สำคัญคือหุบปากเงียบไม่วุ่นวาย"

"เรนทำได้ค่ะเจ่เจ้ เรนขอแค่ได้เงินก้อนนี้ เจ่เจ้ช่วยเรนหน่อยนะคะ เรนมีความจำเป็นจริง ๆ" เรนกรอกเสียงลงไปด้วยความร้อนรน

"เฮ้อ... ก็ได้ ๆ เดี๋ยวเจ้ลองเสนอให้"

วางสายไปเพียงไม่นาน เสียงเรียกเข้าจากเจ่เจ้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งมันคือเสียงสวรรค์ที่ทำให้เรนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

"เรน ดวงดีนะเนี่ย เสี่ยเขาสนใจ แต่เขาระบุมาเลยว่าขอเป็น 'น้ำฝน' คนที่เขาเห็นในรูปที่เจ้เคยส่งให้..."

"รอบนี้ลูกค้าเป็นรุ่นใหญ่ใจป๋า เขาแค่ต้องการเด็กไปนั่งดริงก์ ชงเหล้า และเป็นเพื่อนคุยให้แขกเขาเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรเกินเลย"

"เพราะแต่ละคนมีเมียแล้วทั้งนั้น แค่มาหาความสุขเล็ก ๆ นอกบ้าน ไหวไหมล่ะ"

"แค่ชงเหล้ากับนั่งดริงก์ใช่ไหมคะ" เรนย้ำถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

"ใช่จ้ะ รอบนี้เขาจ่ายหนักเพราะเขาต้องการคนบุคลิกดีไปรับแขกให้เขา"

"งานเริ่มช่วงหัวค่ำที่คลับแถวทองหล่อ ถ้าตกลงเจ้จะส่งโลเคชั่นให้"

"แต่จำไว้นะ... ต้องแต่งหน้าทำผมให้เป๊ะเหมือนในรูป ห้ามยัยแว่นหน้าจืดโผล่ไปเด็ดขาด"

เจ่เจ้ที่รู้ว่าเรนใส่แว่นหนาเพื่อปกปิดตัวเอง เรนสูดลมหายใจเข้าลึก ความหวังที่จะช่วยแม่ทำให้เธอกลั้นใจตอบตกลง

"เรนตกลงค่ะเจ่เจ้... ขอบคุณนะคะ"

เธอวางสายพร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก แม้จะมีเวลาถึงสิ้นสัปดาห์ แต่งานประเภทนี้มีความเสี่ยงที่เธอไม่อยากจะนึกถึง

เรนหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจกใสบานใหญ่ของห้องไอซียู สายตาพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างผอมบางของแม่ที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงรายล้อมไปด้วยสายระโยงระยางและเสียงสัญญาณชีพจรที่ดังสม่ำเสมอ แผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างแผ่วเบานั่นคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าแม่ยังอยู่กับเธอ

"รอเรนก่อนนะคะแม่... อีกแค่นิดเดียว เรนจะพาแม่กลับบ้านเราให้ได้"

เธอพึมพำกับความเงียบ ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับ เดินออกจากโรงพยาบาลมุ่งตรงไปยังหอพักเพื่อทำภารกิจที่เดิมพันด้วยชีวิต

ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัด

แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดนีออนถูกปิดลง แทนที่ด้วยแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เรนรู้สึกปลอดภัยกว่าในการเปลี่ยนตัวตน

เรนก้าวออกมาจากห้องน้ำ กลิ่นสบู่ราคาถูกที่เธอใช้เป็นประจำผสมกับความเย็นเยียบของน้ำที่เพิ่งชะล้างร่างกายไม่ได้ช่วยลดความอึดอัดในอกลงได้เลย รินรดาคนเดิมที่ดูซื่อ ๆ และรักสงบกำลังจะหายไป... ถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่เธอเคยตั้งปณิธานว่าจะไม่ก้าวเข้าไปข้องแวะ

เธอนั่งลงหน้ากระจกบานใหญ่ มองเงาสะท้อนของหญิงสาวหน้าจืด ๆ ที่สวมแว่นหนาเตอะ มันคือเกราะที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกภายนอก

"ทำไมเราต้องทำถึงขนาดนี้..." เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาจากปาก ขณะที่นิ้วเรียวเล็กค่อย ๆ ถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างเบามือ มันดูโดดเดี่ยวและแปลกแยกในสายตาของเธอตอนนี้

เธอหยิบเครื่องสำอางชุดพิเศษที่ซ่อนไว้ในกล่องลับออกมา เริ่มบรรจงแต่งแต้มใบหน้าทีละขั้นตอน

ขณะที่เธอจับแปรงทาลิปสติกสีแดงสด... มือเล็ก ๆ ของเธอกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ สีแดงจัดจ้านของลิปสติกเปรียบเสมือน 'ตราบาป' ที่เธอกำลังประทับลงบนริมฝีปากของตัวเอง เธอหยุดชะงัก หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อขจัดความรู้สึกรังเกียจที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ

'เพื่อแม่... เพื่อแม่ ' คำนี้ดังก้องอยู่ในหัวเป็นเหมือนแรงผลักดันเดียวที่ทำให้เธอฝืนทำต่อ

เธอกลั้นใจกรีดอายไลเนอร์คมกริบ ดูพราวเสน่ห์ชวนมอง แต่ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์นั้นกลับไร้แววสดใสเหมือนเคย มันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและความเศร้าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เครื่องสำอางหนาเตอะ และเมื่อเธอสำรวจเงาสะท้อนในกระจก... หญิงสาวที่ดูสวยหรู ทรงพลัง และมีเสน่ห์จนแม้แต่ตัวเธอเองยังเกือบจำไม่ได้ปรากฏขึ้น

เรนรู้สึกสะอิดสะเอียนกับภาพที่เห็นตรงหน้า หญิงสาวในกระจกดู 'ปลอม' และ 'ไร้ศักดิ์ศรี' ในสายตาของเธอ แต่ทว่า... เพื่อให้ดูเป็น 'น้ำฝน' ที่สมบูรณ์แบบที่เจ่เจ้ต้องการ เธอต้องฝืนยิ้ม ยิ้มที่ดูเย้ายวนและมีเสน่ห์ ยิ้มที่ซ่อนความบอบช้ำในใจไว้ลึกสุด ยิ้มนั้นแข็งทื่อและดูฝืนธรรมชาติ... แต่เธอก็ต้องทำมันให้ได้

เธอปล่อยผมยาวสลวยลอนใหญ่ให้ตกลงมาปรกไหล่บาง ทิ้งท้ายด้วยการแตะน้ำหอม Midnight Rose ลงที่ข้อมือ กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลอยฟุ้งไปทั่วห้อง มันเป็นกลิ่นที่เธอเคยชอบ แต่คืนนี้มันกลับรู้สึก 'ฉุน' และ 'น่าอาย' สำหรับเธอ

เธอมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาใกล้ถึงนัดหมาย พลันภาพสมุดโน้ตของเธอหายไปไหน แม้ตอนนี้ภารกิจสำคัญคือการหาเงินช่วยแม่ แต่การที่สมุดเล่มนั้นหายซึ่งอาจมีบันทึกหรือความลับบางอย่างที่เธอไม่อยากให้ใครเห็น ตกอยู่ในมือของเฮดว้ากจอมวายร้ายนั่น ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกคุกคามไม่ต่างกัน

ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวออกจากห้อง ข้อความแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนที่เธอยังไม่ได้อ่านแสดงขึ้นมา เรนหยิบขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความรีบเร่ง มันเป็นข้อความจากก้อยที่ส่งมาทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน

Koy: เรน แกถึงไหนแล้ว ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ เดี๋ยวฉันเช็กชื่อคาบบ่ายให้

Koy: อ้อ... แล้วก็สมุดโน้ตแก พี่อาทิตย์เก็บไว้นะ เขาบอกว่าถ้าแกอยากได้คืน... ให้ไปเอากับพี่เขาที่ลานเกียร์เอง

เรนยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู หัวใจที่เคยเต้นรัวเพราะความตื่นเต้นกับงานใหม่ กลับเต้นผิดจังหวะด้วยความตระหนกที่มากกว่าเดิมหลายเท่า

"พี่อาทิตย์เหรอ..." เธอพึมพำ เสียงสั่นเครืออย่างห้ามไม่ได้

ความกังวลใจแล่นริ้วขึ้นมาจนเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง สมุดโน้ตเล่มนั้นไม่ใช่แค่สมุดจดเล็คเชอร์ธรรมดา ความลับอีกหลายอย่างที่เธอไม่ต้องการให้ใครในคณะล่วงรู้ โดยเฉพาะคนอย่างอาทิตย์ที่มีนิสัยขี้จับผิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เขาจะเปิดอ่านไหม เขาจะเห็นสิ่งที่ฉันจดไว้หรือเปล่า

คำถามมากมายตีกันอยู่ในหัวจนเธอแทบอยากจะทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งกลับไปที่ลานเกียร์เพื่อแย่งสมุดคืนมา แต่ความจริงที่โหดร้ายก็ฉุดรั้งเธอไว้... เงินสามหมื่นเพื่อต่อชีวิตแม่สำคัญกว่าความลับในสมุดเล่มนั้น

"เรื่องสมุด... ค่อยไปเอาคืนพรุ่งนี้ คืนนี้เรนต้องเป็นน้ำฝนให้รอดก่อน"

เธอล็อคประตูห้องทิ้งความอ่อนแอของรินรดาไว้เบื้องหลัง ก้าวเท้าลงบันไดด้วยส้นเข็มที่สูงชัน... คืนนี้ไม่มีเด็กวิศวะ มีเพียงสินค้าเกรดพรีเมียมที่ชื่อ 'น้ำฝน' เท่านั้น"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel