ฉันจะไม่นับแกเป็นเพื่อนอีก
“ที่นี้ก็ป่วยทั้งแม่ทั้งลูกเลยแหะ” ร่างสูงยืนฟังคุณหมอที่ตรวจอาการของร่างบางเงียบๆ ก่อนจะสะดุดตรงประโยคที่หมอพึ่งเอ่ยออกมา
“หมายความว่ายังไงหรอครับ?” ธีร์เอ่ยถาม
“ก็แม่ของแม่หนูคนนี้ก็นอนโคม่าอยู่น่ะสิอาการก็50:50” ธีร์พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะมองร่างบางที่ยังคงหลับสนิทถ้าหากว่าเขาไม่เข้าไปเห็นป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ไหนจะสภาพบ้านที่เละเทะแบบนั้นอีกทำไมแพรที่เป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆ ถึงไม่เคยรู้ข่าวพวกนี้เลย
Rrrr
“ครับแพร” ธีร์กดรับสายก่อนจะเดินออกไปคุยข้างนอก
(พี่ธีร์คะพรุ่งนี้แพรจะไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัดนะคะสัญญาณมือถืออาจจะไม่ค่อยมีถ้าติดต่อไม่ได้ต้องขอโทษด้วยนะคะ) แพรเอ่ยพูดยาวและน้ำเสียงก็ปกติมากเลยทีเดียว
“อ่าครับให้พี่ไปส่งมั้ย”
(ไม่เป็นไรค่ะแพรไม่อยากรบกวนเวลางานพี่)
“แล้วช่วงนี้แสนดีเป็นไงบ้างหรอพี่ไม่ค่อยเห็นเลย” ร่างสูงแกล้งถามออกไป
(ก็ปกตินะคะ)
“ครับๆ เดินทางดีๆ นะครับ” ร่างสูงกดตัดสายพร้อมกับคิดในใจว่าทั้งสองอาจมีเรื่องทะเลาะอะไรกันรึเปล่าแต่สุดท้ายก็เลิกคิดไปรวมถึงแชทข้อความที่แพรส่งมาให้กับแสนดีด้วยนั่นมันไม่ได้สื่อความหมายว่าเธอต้องการไปเยี่ยมแม่เลยสักนิดแต่เหมือนกำลังทำอะไรหลับหลังเขาอยู่
ธีร์เดินตรงไปยังหัวเตียงที่เขาวางมือถือของแสนดีเอาไว้ก่อนจะจับมือเรียวมาสแกนเพื่อปลดล็อคแม้จะรู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นไม่ดีเท่าไหร่แต่เพราะความอยากรู้เรื่องของแฟนมากๆ จึงทำให้เขากลายเป็นคนเช่นนี้
ร่างสูงกดเข้าแอปไลน์ที่ทั้งสองใช้คุยกันก่อนจะที่แกล้งเป็นแสนดีแล้วพิพม์ข้อความส่งให้แฟนสาว
แสนดี : แล้วแกจะไปไหนฉันจะได้บอกพี่ธีร์ถูก ร่างสูงพิมพ์ข้อความตามสรรพนามที่ทั้งคู่ใช้กันไม่นานก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว
แพร : สะสางเรื่องเก่าๆ เมื่อกี้ฉันโทรไปบอกพี่ธีร์แล้วว่าจะไปเยี่ยมแม่บางทีเขาอาจจะไม่โทรหาแกแล้วก็ได้
ข้อความของแพรทำให้เขายิ่งอยากรู้เข้าไปอีกนั่นหมายความว่าสิ่งที่เธอพูดออกมานั้นเป็นเรื่องโกหกร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกดปิดล็อคหน้าจอแต่ก็ดันมีข้อความเข้าเสียก่อน
(แจ้งเตือนการชำระหนี้ครั้งสุดท้ายยอดเงิน1,300,000บาทครบกำหนดวันที่1มิถุนายนหากไม่ชำระจะเข้ายึดทรัพย์สินทันที)
ร่างสูงขมวดคิ้วให้กับข้อความข้างต้นเพราะไมคิดว่าเด็กสาวอายุน้อยอย่างเธอจะมีหนี้เป็นล้านแบบนี้แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สนใจอะไรและวางมือถือของเธอไว้ที่เดิมก่อนจะกลับไปทำงานตามเดิม
“พี่ธีร์แสนดีเป็นไงบ้าง” พีร์ผู้เป็นน้องชายเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าพี่ชาย
“ก็นอนพักอยู่” ธีร์ตอบเสียงเรียบพร้อมกับมองน้องชายที่ดูจะสนใจคนที่พึ่งเจอกันเสียเหลือเกิน
“ผมว่าแล้วว่าจะต้องอาการหนักผู้หญิงนี่นะเป็นอะไรก็ไม่ชอบบอกชอบบอกแต่ว่าไม่เป็นอะไร” พีร์เอ่ยบ่นบลาๆ แต่ร่างสูงไม่ได้ใส่ใจมากนักและเริ่มเคลียร์งานที่กองจะท่วมหัวตรงหน้าทันทีอีกไม่กี่วันเขาก็จะกลายเป็นผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุดของประเทศไทยและเหตุผลที่ต้องขึ้นรับตำแหน่งเร็วนั้นก็เพราะว่าพ่อของเขาเริ่มที่จะป่วยและเบื่อกับงานที่ทำเลยโยนทุกอย่างที่ต้องเป็นของเขาในวันข้างหน้าส่งมาให้เร็วขึ้นเป็นเท่าตัว
“แล้วเมื่อไหร่พี่จะพาแฟนพี่มาเปิดตัวกับครอบครัว” พีร์เอ่ยถามผู้เป็นพี่ชายที่จู่ๆ ก็มาบอกที่บ้านว่ากำลังคบหากับใครบางคนอยู่
“เร็วๆ นี้” ธีร์ตอบกลับเสียงเรียบ
“ยินดีด้วยนะพี่ในที่สุดก็มีคนในใจสักทีผมนึกว่าพี่จะเป็นพวกไม่มองหญิงซะแล้ว” ร่างสูงเงยหน้ามองน้องชายด้วยสายตาดุส่วนอีกคนที่เจอรังสีอาฆาตผ่านสายตาก็รีบวิ่งแจ้นออกจากห้องไปทันทีแต่พอมาคิดไปคิดมาก็คงต้องขอบคุณน้องชายนี่แหละที่โหลดแอปหาคู่ให้เขาจนได้เจอกับแพรแบบนี้
วันต่อมา
“รู้สึกตัวแล้วหรอคะ”
“ค่ะฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงหรอคะ” แสนดีเอ่ยถามพยาบาลหลังจากที่ตื่นมาก็พบว่าตัวนอนอยู่ในโรงพยาบาลทั้งๆ ที่ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือการนอนอยู่ที่บ้านหลังจากที่ธีร์มาส่งเธอ
“แฟนน้องอุ้มมาค่ะอาการตอนนั้นก็หนักอยู่นะคะถ้าไม่รีบให้หมอรักษาก็อาจจะช็อกเพราะไข้ขึ้นสูงก็ได้” คำพูดของพยาบาลทำเอาเธอมึนหนักเข้าไปใหญ่แล้วคนที่พยาบาลเรียกว่าแฟนของเธอนั้นเป็นใครกัน
“ยังไงนอนพักก่อนนะคะถึงไข้จะลดลงแล้วแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไข้สูงอยู่ดี” ร่างบางพยักหน้ารับเบาๆ เพราะตอนนี้ร่างกายของเธอก็ยังไม่ได้ฟื้นฟูมากเท่าไหร่และกล้ามเนื้อตาก็มักจะปิดอยู่เสมอเลยตัดสินใจที่นอนพักอีกนิด
“หยุดรถก่อน” ร่างสูงเอ่ยบอกคนขับรถพร้อมสายตาที่มองไปยังร้านกาแฟร้านหนึ่งที่มีคนคุ้นตานั่งอยู่กับใครบางคน
“มีอะไรหรอครับ” คนขับรถเอ่ยถามเพราะอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาประชุมแล้วร่างสูงไม่เอ่ยตอบแต่หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาใครบางคนพร้อมกับมองไปยังบุคคลหนึ่งที่รู้ว่ามีสายเข้าแต่ก็ยังไม่กดรับและเก็บมือถือเข้าที่เดิม
“ไปเถอะ” ธีร์เอ่ยบอกคนขับรถภายในใจมีคำถามมากมายแต่ไม่สามารถที่เอ่ยออกไปได้
“ตอนนี้อาการก็คงที่นะคะยังน่าเป็นห่วงอยู่” แสนดีมองร่างของแม่ตัวเองที่นอนอยู่ภายในห้องICUก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเหนื่อยและท้อแท้เนื่องจากอาการของแม่เธอนั้นไม่ดีขึ้นเลย
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ” แสนดีกล่าวขอบบคุณคุณหมอที่คอยช่วยเหลือแม่ของเธออย่างเต็มที่
Rrrr
“ฮัลโหล” ร่างบางกรอกเสียงใส่ปลายสายก็คือเพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง
(แกอยู่ไหน)
“โรงพยาบาล”
(ฉันจะรีบไป) แพรพูดพร้อมกับกดตัดสายไปในทันทีแม้น้ำเสียงจะดูเหมือนโกรธใครมาก็ตามร่างบางจึงเลือกที่จะกลับไปยังที่พักของตัวเองอีกครั้งเพื่อทำเรื่องขอออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากกลัวค่ารักษาจะเยอะเกินกำลังของเธอและเมื่อขอทำเรื่องออกแล้วจ่ายเงินเรียบร้อยก็มานั่งรอแพรอยู่หน้าโรงพยาบาลรอไม่นานร่างสูงที่รีบเดินตรงมาหาเธอทันทีพร้อมกับมือเรียวที่ฟาดเข้ามาที่ใบหน้าของเธออย่างจัง
เพี้ยะ!!
“พะแพร…” แสนดีเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนของเธอเสียงสั่นความชาและความเจ็บยังคงอยู่บนใบหน้าของเธอและเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงทำเช่นนี้
“แก!ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าห้ามบอกพี่ธีร์ว่าฉันไปไหน!!” แพรเอ่ยขึ้นอย่างโมโหพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากนั่นยิ่งทำให้แสนดียิ่งไม่เข้าใจใหญ่
“เดี๋ยว..นี่มันเรื่องอะไรฉันไม่รู้ระ..”
เพี้ยะ!!
“อึก..” ร่างบางล้มไปกองกับพื้นทันทีเมื่อเจอแรงตบจากเพื่อนอีกครั้งที่ย้ำมาที่เดิม
“ต่อไปนี้ราสองคนขาดกัน!ฉันจะไม่นับแกเป็นเพื่อนอีก” แพรพูดจบก็หันหลังเดินจากไปทันทีทิ้งให้แสนดีจมอยู่กับความไม่เข้าใจพยายามที่จะลุกขึ้นวิ่งตามไปแต่ก็ทำไม่ได้เพราะร่างกายของเธอก็ยังไม่แข็งแรง
“คุณแสนดี!” แสนดีเงยหน้ามองบุคคลที่เธอพึ่งเจอเขาเมื่อวานน้องชายของพี่ธีร์ร่างสูงรีบวิ่งเข้ามาหาเธอก่อนจะค่อยๆ ประคองเธอลุกขึ้นอย่างอ่อนโยน
“มีเรื่องอะไรกันครับแล้วทำไมหน้าถึงเป็นแบบนี้” พีร์เอ่ยถามด้วยความร้อนรนเขาเพียงแค่อยากมาเยี่ยมร่างบางแต่ก็มาเจอเธอนั่งแหมะอยู่กับพื้นอยู่พร้อมกับใบหน้าที่แดงฉาด
“คือ… มือถือ” ร่างบางรีบหามือถือของตัวเองแต่ก็พบว่าตอนนี้หน้าจอของมันแตกละเอียดหมดแล้วพีร์อาสาเดินไปหยิบมาให้มือเรียวกดเปิดหน้าจอแต่ก็พบว่ามันไม่ติดเสียแล้วเธอเพียงแค่อยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมแพรถึงทำแบบนี้กับเธอไหนจะประโยคที่เธอไม่เคยได้ยินอีกแต่ตอนนี้คงไม่สามารถติดต่อแพรได้อีกแล้ว
“ฮึกก..” แสนดีเม้มปากเข้าหากันน้ำตาของเธอค่อยๆ ไหลลงมาเธอเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่สามารถที่จะอธิบายอะไรได้เลยสักอย่าง
“ไปนั่งก่อนนะครับ” พีร์ที่ไม่รู้เรื่องราวค่อยๆ ประคองแสนดีไปนั่งพักและคอยอยู่กับเธอแม้ร่างบางจะเอาแต่ร้องไห้ก็ตาม
ธีร์แกทำอะไรลงไปปปปปป
