3 หนีเที่ยว
“เสร็จแล้วค่ะ พร้อมแล้ว พร้อมแล้ว ตื่นเต้น ตื่นเต้น” เสียงที่มาพร้อมท่าทางว่าตื่นเต้นหนักหนา ทำท่าเป็นเป็ดเดินมาหาเขา ตอนนี้ร่างเล็กอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขายาวสีซีด ผมยาวสวยถูกรวบตึงไว้ด้านหลัง และมีกระเป๋าเป้สะพายหลัง 1 ใบถ้วน โอเค นี่เขาจะไปส่งลูกเข้าเรียนหรืออย่างไร ยังดีที่วันนี้พาเข้าไร่ หากพาไปเดินข้างนอกไม่พ้นถูกเข้าใจว่าเดินอยู่กับลูกสาว
“เดินดีๆหน่อย เล่นอะไรเป็นเด็ก”
ร่างเล็กของน้ำหวานเดินนำมาที่รถ ซึ่งเป็นรถกระบะลูกรักของกลกันต์ที่ใช้สำหรับลุยงานในไร่ ระหว่างรอกลกันต์ปิดบ้านอยู่นั้น น้ำหวานจึงหาเพลงเพราะๆเปิดฟังรอ
“นั่งสบายเชียวนะ”
“น้ำหวานตื่นเต้นจะแย่แล้ว อยากเรียนรู้มาก”
“ดีเป็นแบบนี้ให้ได้ตลอด”
รถกระบะคันคู่ใจแล่นออกจากตัวบ้านผ่านพื้นที่ภายในไร่ที่โอบล้อมไปด้วยทิวเขาสวยงาม ไร่เกียรติอรุณเป็นไร่ที่พ่อของกลกันต์เริ่มก่อตั้งด้วยตัวเองตั้งแต่วัยรุ่นมีคุณอรุณคนรักเก่าเป็นแรงบันดาลใจ และด้วยความชอบด้านการเกษตร เพาะปลูกเป็นทุนเดิมก่อนขยายให้มีการดำเนินการเลี้ยงสัตว์เพิ่มเติมในเวลาต่อมา หกปีให้หลังจากที่กลกันต์เข้ามาบริหารเขาได้จัดตั้งศูนย์วิจัยขึ้นภายในไร่เพื่อศึกษาองค์ความรู้ใหม่และมีหน่วยงานสำหรับให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ ผืนดินในไร่นี้เดิมทีเป็นของปู่และได้มอบให้ลูกชายคือกลเกียรติเป็นผืนดินที่เรียกได้ว่าทำเลทองเพราะมีหน้ากว้างติดถนนหลักที่มีการสัญจรไปมา ดังนั้นด้านหน้าของไร่จึงจัดจุดพักรถ ที่มีศูนย์อาหาร มินิมาร์ทที่ขายผลิตผลจากไร่ นอกจากนี้หากนักท่องเที่ยวต้องการเยี่ยมชมไร่ก็มีบริการไว้ด้วยเช่นกัน
การจัดสรรพื้นที่ภายในไร่เรียกว่าเป็นเกษตรผสมผสานอย่างแท้จริง มีการเพราะปลูกที่หลากหลาย เรียกว่าครบจบในที่เดียวแถมบรรยากาศภายในไร่ยังสดชื่นบริสุทธิ์
ไร่เกียรติอรุณถือเป็นแลนด์มาร์คจุดสำคัญสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ เพราะนอกจะจากจะมีพืชผลและอาหารที่แปรรูปที่หลากหลายจากไร่ออกจำหน่ายไว้ให้แวะเลือกซื้อหรือเป็นของฝากแล้ว ภายในไร่ยังมีคาเฟ่ที่จัดมุมสวยๆไว้ถ่ายรูป อยากมาพักผ่อนก็มีส่วนของรีสอร์ทรองรับ หรือหากต้องการทำกิจกรรมก็มีให้เลือกทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมไร่โดยไกด์ประจำไร่ กิจกรรมขี่ม้า ให้อาหารสัตว์ เรียนรู้การเกษตร เรียกว่าใช้เวลาทั้งวันก็คงจะไม่พอ
รถกระบะคันเก่งแล่นเข้ามาจอดที่ออฟฟิศซึ่งเป็นส่วนของงานออฟฟิศที่อยู่บริเวณด้านหลังของมินิมาร์ท ซึ่งอยู่ติดกับศูนย์อาหาร ทันทีที่รถหยุดลงร่างเล็กเปิดประตูก้าวลงพร้อมกระเป๋าคู่ใจ เดินนำหน้าเขาไปยืนรอที่ประตูทางเข้า เพราะไม่รู้ว่าจะเข้าไปอย่างไรคงทำตัวไม่ถูกหากเข้าไปก่อน ถึงน้ำหวานจะรู้จักพี่ๆทุกคนแต่เธอไม่ได้สนิทกับใคร ช่วงที่เรียนมัธยมปลายเธอพักที่โรงเรียนประจำตลอดมีกลับมาที่ไร่บ้างในเสาร์อาทิตย์ และบางสัปดาห์ที่ต้องไปเรียนพิเศษ โดยเฉพาะช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนหนักเป็นพิเศษเพื่อเตรียมเข้าคณะในฝัน การบัญชี จนกระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่มีกิจกรรมรับน้องแน่นและยังต้องปรับตัวหลายๆอย่าง กับรูปแบบการเรียนที่เปลี่นไปจากมัธยมทำให้ไม่ค่อยได้กลับมาที่ไร่
“เห็นรีบลงรถ ทำไมไม่เข้าไปก่อนล่ะ” ว่าคนตัวเล็กที่เดินดุ่มๆ มาหน้าประตูสำนักงานแต่กลับยืนนิ่งหน้าประตู แล้วผลักประตูเปิดเดินนำเข้าไป น้ำหวานที่ตามเข้ามามองสำรวจเห็นพี่ๆอยู่ไม่เกินห้าคน คนที่ดูมีอายุมากสุดกำลังเดินเข้ามาทักทายกลกันต์
“สวัสดีค่ะ คุณกลกันต์”
“สวัสดีครับพี่นิด ที่ผมแจ้งพี่นิดเรื่องมีเด็กขอมาฝึกงานครับ ฝากพี่นิดดูแลและใช้งานได้เต็มที่เลยครับ”
“อ้าว เด็กที่ว่าคือน้องน้ำหวานเหรอคะ พี่นิดก็นึกว่าคุณกลกันต์จะพาสาวที่ไหนมาฝากดูแลซะอีก”
กลกันต์ไม่ได้ตอบกลับอะไรแต่เลือกที่จะส่งยิ้มบางๆให้กลับไปแทน
“ในสำนักงานนี้มีโต๊ะว่างใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีจะได้เข้าไปเอาอีกที่มาไว้”
“มีค่ะ มาแต่ตัวก็พอ ที่เหลือพี่นิดจัดการให้”
“ขอบคุณค่ะ” น้ำหวานที่ยืนฟังอยู่กล่าวขอบคุณและยกมือไหว้รัวๆ
“ถ้าอย่างงั้นผมไปล่ะ สี่โมงเย็นจะมารับ ทำตัวดีๆ” ประโยคแรกกลกันต์หันไปพูดกับพี่นิด และตามด้วยประโยคหลังที่บอกแก่น้ำหวาน
“เอาล่ะ น้องหวานพี่นิดจะไม่เกรงใจแล้วนะคะ วันนี้ถือว่าเป็นนักเรียนก็ต้องเชื่อฟังพี่นิด ก่อนอื่นเลยเอากระเป๋าไปวางที่โต๊ะนั้น ทีนี้เล่าความรู้พื้นฐานทางการบัญชีที่เรารู้ให้พี่ฟังหน่อย”
เช้าวันนั้นน้ำหวานใช้เวลาเรียนรู้กับพี่นิดเรียกว่าเต็มเหนี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ทางการค้า การปิดงบ สมการบัญชีและงบดุล และอีกมากมายที่พี่นิดถ่ายทอดให้ ส่วนใหญ่จะเป็นความรู้พื้นฐานเพื่อให้ได้เอาไปต่อยอด นอกจากนี้ยังให้ช่องทางการติดต่ออื่นเพื่อให้เธอปรึกษาพี่นิดหากเรียนไม่เข้าใจอีกด้วย
เรียนเพลินจนตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว พี่นิดจึงขอตัวไปทานข้าว ส่วนตอนบ่ายนั้นไม่ได้มีการเรียนต่อเพราะพี่นิดมีงานต้องจัดการเธอจึงไม่รบกวน แล้วจะขอเข้ามาใหม่ในวันอื่น คุณกลกันต์บอกว่าจะมารับช่วงเย็น อีกหลายชั่วโมง เวลาเหลือๆไม่รู้จะทำอะไร น้ำหวานจึงตัดสินใจเดินไปยังศูนย์อาหารก่อนสั่งสเต๊กหมูหนึ่งที่ ตามด้วยน้ำส้มหนึ่งแก้ว
คนตัวเล็กที่กำลังอร่อยกับอาหารเที่ยงที่ทานในช่วงเวลาบ่าย นึกขึ้นได้ว่าคุยกับกลกันต์เรื่องไปเที่ยวที่นครปฐม ไม่รู้เพื่อนจะว่าอย่างไรหากมีผู้ปกครองอาสาตามไปด้วย
นิ้วเรียวบางกดต่อสายหาเพื่อนรักทันที เมื่อบอกกล่าวแล้วจึงรู้ว่าในวันนั้นเพื่อนติดธุระกำลังจะบอกเธอ เขาจะเดินทางกลับมหาวิทยาลัยหลังเธอสองวัน ดีที่เธอติดต่อเข้าไปก่อน ดังนั้นตอนนี้จึงมีน้ำหวานและกลกันต์เท่านั้นที่จะไป ทั้งสองจึงสัญญากันว่ารอบหน้าที่ได้ไปด้วยกันเธอจะพาเขาเที่ยวเอง
“แกเรื่องเที่ยวไว้ไปกันนะ ฉันติดธุระจริงๆ ขอโทษที่ฉันผิดนัด”
“โอ๊ยย ไม่เป็นไรฉันไปก่อนได้กินก่อน แล้วจะกลับมารีวิว”
“เออ แล้วที่แกบอกว่าวันนี้พี่ชายแกพามาติวบัญชีพื้นฐานเป็นยังไงบ้าง เลคเชอร์ความรู้ไว้สวยๆ เผื่อฉันด้วยนะ”
ปลายสายว่ามาเพราะทั้งคู่เข้าเรียนคณะเดียวกัน มหาลัยเดียวกัน
“ดีมากแก พี่นิดที่เป็นคนสอนความรู้แน่น อธิบายเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ขนาดวันนี้ฉันเรียนไปแค่ครึ่งวัน เป็นปลื้มเลยคุณเพื่อน นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่นิดติดงานช่วงบ่ายคงมีอะไรให้เรียนอีกเยอะ”
“จ้า แม่คนรักเรียน งี้ตอนบ่ายแกก็ว่างสิ”
“ใช่ รอคุณกลกันต์มารับตอนเย็นน่ะ”
“เอางี้มะ ไหนๆ เราก็ไม่ได้ไปนครปฐมด้วยกันแล้ววันนี้เราออกไปหาอะไรกินกัน แกพาฉันไปซื้อของเตรียมเข้าหอด้วย จนจะเปิดเทอมแล้ว ฉันยังไม่ได้ซื้ออะไรเลย”
“อืมมม ต้องกลับมาก่อนสี่โมงเย็นนะ”
“ได้ เดี๋ยวสี่โมงส่งให้ถึงมือผู้ปกครองเลย”
เมื่อตกลงกันเสร็จแล้วรอไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อนรักชายหนุ่มตัวใหญ่หัวใจมุ้งมิ้งก็เดินทางมาถึง ทั้งคู่กอดทั้งทายกันด้วยความเคยชินก่อนขึ้นรถเพื่อเดินทางมุ่งหน้าเข้าไปยังตัวเมือง
พลพล เป็นเพื่อนสนิทของน้ำหวานรู้จักกันตอนเข้าเรียนมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง โรงเรียนที่ทั้งสองเรียนนั้นเป็นโรงเรียนประจำเริ่มตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งถึงหก ในเขตรั้วโรงเรียนจะมีตั้งแต่ตัวอาคารเรียน หอพักนักเรียนแยกชายหญิง โรงอาหารส่วนกลาง และโรงซักรีด นักเรียนทุกคนจะใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน และสามารถกลับบ้านได้ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์
วันที่ทั้งสองคนเจอกันเป็นวันที่พลพลตื่นสายทำให้ไปกินข้าวเช้าที่โรงอาหารช้า พอกินข้าวช้าก็ทำให้เข้าแถวช้าไปอีก ประจวบกับวันนั้นน้ำหวานลืมการบ้านของไว้ที่หอพักจึงรีบกลับมาเอาก่อนเข้าแถวเพราะเกรงจะส่งการบ้านไม่ทันในคาบแรก เพื่อนร่วมชั้นต่างห้องที่เข้าแถวสายในวันเดียวกันจึงถูกลงโทษด้วยการทำความสะอาดโรงยิมในเย็นวันนั้น
“วันนี้มีแค่เราสองคนเองเหรอที่เข้าแถวช้า เรามาช้าเพราะลืมการบ้านเกือบเอามาส่งไม่ทัน”
“เข้าช้าเพราะตื่นสายน่ะ”
สองคนที่กำลังเก็บกวาดโรงยิม ซึ่งทุกวันโรงยิมแห่งนี้จะมีเหล่านักเรียนที่ถูกลงโทษให้เข้ามาเก็บกวาด หากจะถามว่าทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะที่โรงยิมนี้มีฝูงนกพิราบที่พลพลเกลียดน่ะสิ
“เรารีบเก็บกันเถอะหวานอยากกลับไปดูซีรี่ย์แล้ว”
“เพื่อนเข้ามาสิ จะได้รีบเก็บกวาดกัน” น้ำหวานที่เดินเข้ามาก่อนตะโกนเรียก หันออกไปมองทางเข้าพบพลพลที่ไม่ก้าวเข้ามา
“อืมๆๆ” เสียงตอบกลับมาและร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ที่แท้ก็ไม่ชอบนกพิราบ ตัวใหญ่ซะเปล่ากลัวนกพิราบตัวนิดเดียว น้ำหวานคิดแล้วหันมาตั้งใจเก็บกวาดต่อ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงดังมาจากทางเข้าทางเดิม ภาพที่เห็นคือพลพลใช้มือทั้งสองข้างกุมศีรษะแล้วตัวบิดไปมา
“เพื่อนเป็นอะไร” น้ำหวานที่วิ่งมารีบมองสำรวจ ไม่เจอร่องรอยบาดเจ็บ พบเพียงอุนนจิก้อนโตของเจ้าถิ่นบนศีรษะพลพล
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
อยู่ดีๆน้ำหวานที่นั่งเงียบทำหน้าตาราวกับครุ่นคิดบางสิ่งก็แผดแสงหัวเราะลั่นรถ ทำเอาสารถีที่ขับรถอยู่ตกใจ
“เป็นอะไรของแกเนี่ยน้ำหวาน ฉันตกใจจนเกือบพาหลุดออกถนนแล้วเนี่ย”
“นึกถึงวันที่เรารู้จักกันทีไรหยุดขำไม่ได้ จากชายหนุ่มลุคเข้มแมนๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ทำไมยะ ถึงฉันไม่ใช่หญิงแท้ก็มีหนุ่มเข้ามาจีบ ไม่เหมือนชะนีอย่างแก แห้งงงงงงง”
“อร๊ายยยยยยยยย” ฝ่ายที่ตอนนี้มีแฟนหนุ่มเป็นตัวเป็นตนว่าขึ้น
“ก็แค่ไม่เจอคนถูกใจ”
“แล้วแบบที่ถูกใจคือยังไงคะ ชะนี แบบพี่ช่ายต่างพ่อต่างแม่แกไหม ดูแซ่บไม่เบาเลยนะ”
“ฮึ่ย คนนั้นน่ะแค่เขาไม่เกลียดฉันก็ดีใจตายละ บางทีก็เหมือนจะเกลียดกัน บางทีก็ใจดี ชอบทำตัวเจ้ากี้เจ้าการ นี่ขนาดฉันโตจนเข้ามหาลัยแล้วยังไม่ยอมปล่อยให้ไปเที่ยว ยังตามไปอีก เฮ้ออออออ”
“ให้มันจริงเธอไอ้พวกบอก เกลียดระวังจะได้กันเอง บ่นว่าคุณกลกันต์เจ้ากี้เจ้าการ แต่จริงแกก็ชอบที่เขาทำแบบนี้หรือเปล่า”
“บะ บ้า ใครจะไปชอบ”
“แล้วใครที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะเขาไม่มาดูการแสดงของแกตอนม.สาม”
“แกพอเลยนะพล จะไปซื้อของไหม”
“ป่ะๆ ถึงแล้ว เลิกถอนหายใจทำเสียงเครียดได้แล้ว เดี๋ยววันนี้เลี้ยงชาไข่มุกแก้วนึง”
“ขอโกโก้ร้านเดิมนะ”
“อืออ รีบลงมา”
เมื่อได้ชานมไข่มุกคนละแก้วแล้วทั้งสองจึงเดินเลือกซื้อของใช้ต่อ เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ของพี่ได้มามีทั้งกระเป๋า รองเท้า ของใช้ส่วนตัว ราวตากผ้า ไม้แขวนเสื้อ ไม้กวาด ไม้ถูพื้น และอีกบลา บลา ทั้งที่เข้าเรียนมหาลัยมาสองปีแล้ว ของที่ซื้อก็ควรจะมีอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะเปิดเทอมกี่ครั้ง พลพลก็จะซื้อใหม่เสมอ เธอละไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งสองใช้ซื้อของ เดินเพลินจนลืมดูเวลารู้ตัวอีกทีก็เกือบสี่โมเย็นแล้ว
“พล ตายแล้วนี่เกือบสี่โมงเย็นแล้ว แบตมือถือก็หมดด้วย”
“งั้นคิดเงินแล้วกลับกันเลย”
“ไปกัน”
ตอนออกมาก็ไม่ได้บอกใครไว้ด้วยสิ แล้วนี่ถ้ากลับไปช้ากว่าที่คุณกลกันต์มารับ จะโดนดุไหมเนี่ย
