บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 11 เด็กชายข้าวปุ้น

ตอนที่ 11

เด็กชายข้าวปุ้น

"น้าเคนครับอย่าเพิ่งไปห้องกินข้าว แม่มุกยังไม่ลงมาเลย ไปเดินเล่นชายหาดกันก่อนดีกว่าครับ"

เด็กชายข้าวปุ้นรีบเดินมาดึงมือของ เคน ให้เดินตามไปที่ชายหาด ด้วยทีมงานหลายคนยังไม่ลงมาสมทบยังห้องอาหารด้านล่าง

ชายหนุ่มเดินตามเด็กชายมาอย่างว่าง่าย และไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงมีแรงดึงดูดกับเขาอย่างมากมายมหาศาล

"แล้วแม่มุกล่ะครับ?"

เคนเอ่ยถามถึงคนต้นเหตุที่ทำให้เขาปั่นป่วนทั้งหัวบนหัวล่างในขณะนี้ หลังจากจบฉากเมื่อสักครู่เขาถึงกับต้องไปจัดการกับตัวเองในห้องน้ำต่อ ถึงสามารถเดินออกมาได้อย่างปกติ

"น้าไก่บอกว่า แม่มุกอาบน้ำแต่งตัวอยู่ครับ เดี๋ยวก็คงจะลงมาเองแหละ น้าเคนมาทางนี้ๆ"

ร่างเล็กวิ่งนำไปยังแนวชายหาดสีขาว และตะโกนบอกเขาด้วยน้ำเสียงใสกังวาน เคนอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

"ครับๆ"

แต่เดินตามไม่ทันไรเสียงเด็กชายก็ร้องขึ้น

"แงๆๆ น้าเคนช่วยด้วยๆ ข้าวปุ้นกลัว!"

เขารีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นร่างเล็กผวาล้มลงที่พื้น เขาตกใจมากด้วยเกรงว่าเด็กชายจะเจอสัตว์มีพิษอะไรสักอย่าง แต่พอวิ่งไปถึงเขาก็ต้องขมวดคิ้วคิ้วย่นเข้าหากัน เมื่อมองตามนิ้วที่เด็กชายชี้ไปยังต้นเหตุ

"ปะ ปู!! ปูแปดขา!! ข้าวปุ้นกลัว!"

เคน มองตามก่อนจะตัวชาวาบ

เมื่อเห็นเจ้าสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่มีแปดขาแหลมคม กระดองของมันมีสีน้ำตาลเข้มออกแดงที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดใดเลยที่จะมีผิวหนังที่มีสีสันและลักษณะพื้นผิวที่น่ากลัวเช่นนี้ ดูขามันสิ แหลมคมอย่างกับปลายหอก เวลามันเดินไปตามชายหาด ทำเอาเขาขนลุกชูชันไปทั่วร่าง

ปู!!! เป็นสัตว์ที่เขากลัวมากเช่นกัน

ด้วยตอนเป็นเด็กเขาเคยถูกก้ามปูงับเอาที่มือจนสะบัดมาโดนหู เขาเจ็บและกลัวมาก

นับตั้งแต่นั้นมา เขาก็เกลียดและกลัวปูเป็นที่สุด!!

แต่ก็ไม่นึกว่า... เจ้าเด็กข้าวปุ้นก็กลัวปูเหมือนเขาเช่นกัน

"ไปๆๆ ไปเดี๋ยวนี่ ชั้นมีรองเท้านะเฟ้ย!"

กระนั้นเขาก็รีบถอดรองเท้าและเสื้อของตัวเอง เอามาทำทีปัดไล่เจ้าปูตัวแดงนั้นอย่างระมัดระวัง ถึงแม้จะกลัวเพียงใดแต่เขาก็ไม่อยากให้เด็กน้อยเป็นอันตรายและต้องขวัญเสียไปมากกว่านี้

"งือๆ ข้าวปุ้นเกือบโดนปูกินแล้วค้าบน้าเคน"

เด็กชายร้องไห้จ้า ทำให้เขารีบดึงร่างเล็กเข้ามากอด และเอ่ยปลอบประโลมโดยสัญชาตญาณ ด้วยเขาเข้าใจและรู้สึกถึงการกลัวปูของเด็กน้อยเป็นอย่างดี

"ไม่ต้องกลัวแล้วครับ เจ้าปีศาจปูไปแล้ว ไอรอนแมนไล่มันไปเรียบร้อยแล้วครับ"

เด็กนี้ชอบไอรอนแมนเหมือนเขา

และก็ยังกลัวปูเหมือนเขาอีก

ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้!

"ข้าวปุ้นไม่ชอบปูครับ และข้าวปุ้นก็ไม่ชอบเสียงฟ้าร้องด้วย ดีนะที่วันนี้ฝนไม่ตก งือๆ"

เคน อึ้งอีกครั้ง!!

กลัวเสียงฟ้าร้อง

เหมือนเขาอีกละ!

"ข้าวปุ้นเป็นอะไรลูก?"

เสียงหวานที่คุ้นเคยด้านหลัง ทำให้เคนชะงักเล็กน้อย ขณะที่เด็กชายข้าวปุ้นตาลุกวาว

"แม่มุกๆ เมื่อกี้ข้าวปุ้นเพิ่งเจอปูตัวใหญ่มากๆ ตัวใหญ่ขนาดนี้เลยครับ แต่น้าเคนไล่มันไปแล้วครับ น้าเคนเก่งมากๆ เลย"

คิ้วเรียวสวยของ มุกดา ขมวดย่นเข้าหากัน เมื่อได้ยินถ้อยคำของลูกชาย ด้วยปกติแล้วหากเป็นคนอื่นที่อยู่ด้วยเธอจะไม่ประหลาดใจเท่านี้มาก่อน

หากคนที่ไล่ปูให้ข้าวปุ้นไม่ใช่ เคน จีระภาส

เพราะเธอรู้ดีว่า เคนเองก็กลัวปูมากแค่ไหน เธอรู้ดีว่าเขามีอดีตที่ฝังใจกับปูทะเล แต่ก็หาสาเหตุไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไรลูกชายของตนถึงได้กลัวปูเหมือนเขาตั้งแต่จำความได้

ทั้งที่เธอเลี้ยงลูกมาอย่างดี

และไม่เคยให้ถูกปูงับเลยสักครั้ง

"อ้อ แล้วขอบคุณน้าเคนหรือยังครับ?"

เธอเอ่ยถามลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเบี่ยงหลบสายตาคมเข้มที่จ้องมองมาอย่างลุ่มลึก หลังจากเข้าฉากเลิฟซีนกับเขาเธอยังไม่อยากสู้หน้ากับเขาตรงๆ เท่าใดนัก

หากว่าไม่เป็นห่วงลูกชายเธอก็คงจะไม่เดินตามมา

"ข้าวปุ้นขอบคุณน้าเคนมากครับ"

เด็กชายเอ่ยเสียงใส ขณะยกมือไหว้เคนอย่างนอบน้อม ดวงตากลมโตบนใบหน้าบ้องแบ๊วที่มองเขาด้วยรอยยิ้ม ทำให้หัวใจของเคนอ่อนยวบอย่างประหลาด

"iron man มีหน้าที่พิทักษ์เพื่อนร่วมทีมอยู่แล้วครับ"

"แน่นอนครับน้าเคน พวกเราจะเป็นผู้ปกป้องและพิทักษ์โลกเอง อ้ะ!"

ข้าวปุ้นหน้าเหยเกเล็กน้อย เมื่อพยายามลุกขึ้นนั่ง นั่นทำให้ มุกดา รีบย่อกายนั่งลงเมื่อสังเกตเห็นว่าลูกชายมีอาการเคล็ดบริเวณข้อเท้า

"ระวังนะครับ! ดูเหมือนข้อเท้าหนูจะแผลง เดี๋ยวแม่อุ้มไปดีกว่า" มุกดามีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

"เดี๋ยวน้าเคนอุ้มดีกว่าครับ"

เคนปราดมาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลารีบก้มลงมาดูเช่นกัน จนเบียดชิดทำให้สันจมูกโด่งชนกับแก้มเนียนใสของเธอ

มุกดา รีบถอยห่างโดยอัตโนมัติ

ท่าทีของเธอ ทำให้หัวคิ้วของเคนย่นเข้าหากัน

"ทำไม? เราน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ?"

น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความตัดพ้อน้อยใจ

มุกดารีบส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

"เปล่าๆ ไม่ใช่ๆ"

เธอรีบปฏิเสธด้วยใบหน้าแดงก่ำ "เรากลัวเคนจะอุ้มไม่สะดวก ยังไงเราก็ขอบคุณมากที่ดูแลข้าวปุ้นแทนเรา"

"นึกว่าจะไม่คุยกับเราซะแล้ว"

เคนเอ่ยยิ้มจางๆ ขณะอุ้มเด็กชายขึ้นให้แนบกับเอว ความนุ่มนิ่มของร่างเล็กในอ้อมแขน แปลกจังทำไมถึงรู้สึกดี มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ

"เราแค่...คือเราต้องเรียนรู้การเป็นนักแสดงมืออาชีพให้ได้แบบเคนอีกหลายอย่าง"

หญิงสาวเอ่ยตามตรง

ด้วยตระหนักได้ดีว่าตัวเองมีอารมณ์ร่วมกับงานเมื่อครู่ เธอรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เป็นมืออาชีพ ยังไม่สามารถแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับอารมณ์ส่วนตัวได้ดีเลย ขณะที่อีกฝ่ายดูชิลล์ๆ คล้ายไม่รู้สึกอะไรเมื่อฉากนั้นจบลง งานจบก็คือจบ ผิดกับเธอเหลือเกิน นี่สินะคือข้อแตกต่างระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่น

และเขาคือนักแสดงมืออาชีพจริงๆ

"ไม่หรอก เราเองก็ยังต้องฝึกจิตใจตัวเองอีกเยอะ"

น้ำเสียงของเขาสั่นไหวเล็กน้อย

ใครบอกว่าเขาแยกแยะได้ไม่มีอารมณ์ร่วมล่ะ!

นั่นเป็นกับคนอื่น

...แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงตรงหน้าคนนี้

.

.

พาฝัน มองภาพเคนที่ไม่ได้ใส่เสื้ออุ้มเด็กชายดาราตัวประกอบ โดยมีนางร้ายโนเนมถือเสื้อของเขาเดินตามเข้ามาที่ห้องอาหารของโรงแรม มันเป็นภาพที่เห็นแล้วทำให้รู้สึกขุ่นเคืองเสียเหลือเกิน

ทั้งที่หล่อนพยายามเดินตามหาเขาหลังจากเลิกกองจนปวดน่อง แต่ก็เพิ่งรู้ว่าเคนไปเดินเล่นกับสองแม่ลูกนี่ อะไรบางอย่างที่เห็นทำให้พาฝันรู้สึกว่าสองแม่ลูกนี้ไม่ชอบมาพากล ถึงแม้พระเอกหนุ่มจะบอกว่าเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนก็ตาม

นางดาราหน้าใหม่ลูกติดคนนี้ คงกำลังใช้มารยานอกจอเพื่อหวังจะเกาะเคนดังแน่ๆ

"เคนไปเดินเล่นชายหาดนี่เอง ฝันก็เดินหาตั้งนานอ่ะ"

หล่อนรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงอย่างรวดเร็ว ก่อนปราดเข้าไปใกล้ เพื่อหวังจะให้เคนมานั่งที่โต๊ะอาหารของตนกับผู้จัดการส่วนตัว

ด้วยวันนี้คุณกอบกุลบอกห้องอาหารโซนนี้ ให้เป็นของทีมงานกองถ่ายทั้งหมด แต่หล่อนก็ต้องการพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวกับพระเอกหนุ่ม

ทว่าเคนเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก

"ใช่ครับ! พอดีพาข้าวปุ้นไปเดินเล่น แล้วน้องก็เจอปู เลยกลัวผวาล้ม ข้อเท้าน่าจะแพลงนิดหน่อย ผมเลยต้องอุ้มกลับมาครับ"

เขาอุ้มเด็กชายไม่วางแล้วเดินผ่านหน้าหล่อนไป ก่อนที่พี่มิ้นท์และทีมงานจะพากันตกใจ รีบกุลีกุจอเข้ามาดูอาการเด็กชายแทบจะทันที

"ตายจริง! เป็นอะไรมากไหมครับน้องข้าวปุ้น เดินไหวไหมเนี่ย! พรุ่งนี้ต้องมีฉากเดินเล่นชายหาดกับเคนสกายด้วยนะ จะไหวมั้ยเนี่ย!!"

"น่าจะข้อเท้าแพงนิดหน่อยครับพี่มิ้นท์ ฝากพี่แก้วช่วยหาผ้ารัดข้อเท้า แล้วเอายามาทาให้น้องด้วยครับ"

"ได้ค่ะคุณเคน"

"ข้าวปุ้นนั่งรอตรงนี้นะคนเก่ง เดี๋ยวแม่จะไปตักอาหารให้หนูอยากทานอะไรครับ?"

มุกดา เอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ด้วยกองถ่ายเหมาโซนอาหารมื้อเย็นเป็นบุฟเฟ่ต์ที่จะต้องเดินไปตักเอง และมีอาหารที่ค่อนข้างจะหลากหลายพอสมควร สำหรับทีมงานกว่าสามสิบชีวิต

"เหมือนจะมีสปาเก็ตตี้ด้วยนะครับเอามั้ย?"

เด็กชายข้าวปุ้นครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธและเอ่ยบอกแม่เสียงใสเมื่อได้กลิ่นอาหารที่ตนชื่นชอบ คล้ายด้วยความเจ็บปวดก่อนหน้าไปเสียสิ้น

"ไม่กินสปาเก็ตตี้ครับ ผมอยากกินขนมจีนน้ำยากะทิลูกชิ้นปลากราย กลิ่นมาจากมุมโน้น แม่เดินไปดูหน่อยครับ แม่ตักมาเยอะๆ เลยนะครับ"

เด็กชายชี้มือแต่ยังอีกมุม ขณะที่พี่ไก่หัวเราะร่วน

"เชื่อเลยว่าข้าวปุ้นชอบขนมจีนน้ำยากะทิมาก นี่ขนาดอยู่ตั้งไกลยังได้กลิ่นเลยนะ เดี๋ยวน้าไก่ไปตักให้ก็ได้ครับ เอาลูกชิ้นเยอะๆ ใช่ไหมครับ"

"ครับผม"

เคน ยืนอึ้งอีกครั้ง เมื่อเห็นกิริยาและท่าทางของเจ้าหนูน้อย อะไรหลายๆ อย่างที่เขาได้รับรู้เกี่ยวกับเด็กคนนี้

ทำให้เขาประหลาดใจ ด้วยเพิ่งรู้ว่าเด็กชายข้าวปุ้นมีนิสัยหลายอย่างที่เหมือนกับเขา

แม้กระทั่งชอบกินขนมจีนน้ำยากะทิปลากรายเหมือนกัน

.....ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญขนาดนี้

****************

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel