บทที่ 5 ทางเลือก
“ผมะพาเอ๋ยมาส่งก่อนสี่ทุ่มนะครับคุณย่า” วีระบอกย่าของแฟนสาวเขาไม่ได้รังเกียจที่ลิปการ์เป็นลูกคนรับใช้แต่แม่ของเขาไม่ชอบและอยากให้เขาคบกับลูกสาวเพื่อนของพ่อที่เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจแต่เขาชอบลิปการ์จะว่ารักก็ได้เพราะลิปการ์ทั้งสวยน่ารักนิสัยดี
"จ้ะพ่อวี" คุณสิรามนยิ้มให้แฟนหลานสาวที่เสมอต้นเสมอปลายแต่อะไรมันก็แน่นอนหากวีระและครอบครัวรู้ว่าบ้านของเธอกำลังจะถูกยึดก็ไม่รู้ว่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ของหลานสาวกับวีระหรือเปล่า
ลิปการ์ขึ้นรถปอร์เช่สปอร์ตสองที่นั่งสีดำของแฟนหนุ่มแล้วถอนหายใจเธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเธอกับวีระมันไปไม่ถึงไหนเพราะตัวเองไม่มีอะไรเหมาะสมกับลูกชายท่านรองผบช.ภ.6 กับเจ้าของโรงสีใหญ่ที่สุดในพิษณุโลกและตอนนี้บ้านของย่ากำลังจะถูกยึดจึงอยากจะคุยกับวีระให้เข้าใจ
“เอ๋ยเป็นอะไรครับ” วีระถามแฟนสาวที่คบกันมาเกือบสองปี
“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยค่ะ”
“เรื่องอะไรครับ พี่ช่วยเอ๋ยได้นะครับ” วีระพูดกับแฟนสาวตั้งแต่คบกันมาลิปการ์ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรทั้งที่เขาเต็มใจไม่เหมือนผู้หญิงคนก่อนๆของเขาที่อยากได้โน่นนี่นั่นและเขาเองนี่แหละที่ซื้อให้เธอเองและลิปการ์ก็ปฏิเสธทุกครั้งบอกว่าของแพงเธอไม่กล้าใช้
“บ้านคุณย่ากำลังจะถูกยึดค่ะ”
“อะไรนะ ถูกยึดได้ยังไง” วีระตกใจเขาไม่คิดว่าบ้านย่าของลิปการ์จะถูกยึด
“มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ค่ะ เอ๋ยเป็นแค่หลานคนใช้ไม่รู้เรื่องอะไรมากท่าบอกแค่ไหนก็รับรู้เท่านั้นค่ะ” เธอไอยากพูดเรื่องภายในครอบครัวให้คนนอกฟังแต่ที่บอกวีระก็เพราะเขาเป็นแฟนไม่อยากให้รู้จากคนอื่น
“เท่าไหร่ครับเอ๋ย เดี๋ยวพี่จะช่วยเอง” วีระพูดอย่างใจป้ำเพราะคิดว่าไม่น่าจะเกินห้าล้าน
“ขอบคุณมากค่ะพี่วี แต่ยอดมันเยอะคุณย่าท่านยอมปล่อยให้ธนาคารยึดค่ะ”
“มันเยอะขนาดไหนล่ะเอ๋ย”
“สามสิบล้านค่ะ”
“ห๋า..สามสิบล้านเลยเหรอ” วีระหันมาองแฟนสาวด้วยความตกใจเพราะเงินจำนวนสามสิบล้านเขาคงช่วยไม่ได้ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินแต่มันเยอะเกิดไป
“ค่ะ สามสิบล้านยังไม่รวมดอกเบี้ยค่ะ”
“ถ้าบ้านถูกยึดแล้วเอ๋ยจะไปอยู่ที่ไหนกันครับ" วีระถามแฟนสาวและคิดเรื่องแต่งงานขึ้นมาทันที
“เอ๋ยอาจจะหาบ้านสักหลังหรือไม่ก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ต้องรอคุณย่าตัดสินใจอีกทีค่ะ” ลิปการ์พูดตรงๆกับแฟนหนุ่มและเธอก็ทำใจไว้แล้วหากจะจบกับเขาเพื่อให้เขาได้ไปเจอคนที่ดีกว่าและเหมาะสมกับเขามากกว่าเธอ
“งั้นเอ๋ยแต่งงานกับพี่นะครับ เอ๋ยจะได้พาคุณย่าตายายไปอยู่ด้วยกันได้” วีระขอแฟนสาวแต่งงานทันทีอย่างน้อยก็ช่วยให้มีที่อยู่เพราะเขาไม่รู้เรื่องภายในบ้านของแฟนสาวก็คิดว่าทำไร่ทำสวนคงลำบากกันไม่น้อยทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่ แค่คุณสิรามนและครอบครัวไม่ได้ใช้จ่ายเงินทองสุรุ่ยสุร่ายเข้าสังคมประโคมเพชรนิลจินดาแข่งกับคนอื่นเท่านั้นเองจึงถูกมองว่าขัดสน
“อย่าเลยค่ะ พี่วีก็รู้ว่าคุณนายไม่ชอบเอ๋ยยิ่งตอนนี้บ้านคุณย่าจะถูกยึดอีกท่านรับไม่ได้แน่ค่ะ” ลิปการ์พูดตรงๆว่าแม่ของเขาไม่ชอบเธอและวีระเองก็รู้และเธอเคยขอเลิกกับเขาแล้วแต่เขาไม่ยอมบอกว่าเดี๋ยวแม่ของเขาก็ใจอ่อนเธอก็คิดว่าวันหนึ่งเขาเจอใครสักคนที่เหมาะสมและเพียบพร้อมเขาก็จะเลิกกับเธอเอง
“แต่พี่รักเอ๋ยนะครับ แม่ไม่ชอบก็เรื่องของแม่เพราะแม่ไม่ได้อยู่กับเรานะครับ” วีระพูดอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกแฟนสาวปฏิเสธเขาเป็นถึงลูกชายรองผบช.ภ.6 ที่เพียบพร้อมทุกอย่างมีแต่สาวๆเหาเขาแต่เขารักลิปการ์
“พี่วีคิดให้ดีก่อนนะคะ เอ๋ยไม่อยากให้พี่วีเอาชีวิตมาจมอยู่กับคนมีแต่ตัวไม่มีอนาคตอย่างเอ๋ยเลยค่ะ มีแต่จะทำให้ครอบครัวของพี่วีอับอาย” ลิปการ์พูดเบาๆเพราะวีระดีกับเธอมาตลอด
“พี่ไม่แคร์”
“แต่พ่อของพี่กับแม่ของพี่มีหน้ามีหน้าที่การงานตำแหน่งใหญ่โตเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมพวกท่านต้องอับอายหากมีลูกสะใภ้อย่างเอ๋ย” หญิงสาวพูดไปตามความจริงเพราะพ่อแม่ของเขาเป็นที่นับหน้าถือตาและพวกเขาพูดกับเธอแล้วว่าไม่ยอมรับเธอเป็นสะใภ้
“ที่เอ๋ยพูดแบบนี้อยากเลิกกับพี่งั้นเหรอ” วีระมองแฟนสาวอย่างผิดหวังและเสียใจแม้ว่าลิปการ์จะพูดถูกทุกอย่างแต่เขายอมรับไม่ได้ที่จะเสียเธอไปตั้งแต่เป็นแฟนกันมาเขาได้แค่จับมือแค่ไม่กี่ครั้งหากเป็นผู้หญิงคนอื่นก็ไปถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดกันแล้วแต่เพราะเขารักจริงหวังแต่งจึงให้เกียรติแฟนสาวและแอบกินผู้หญิงอื่นเงียบๆจะให้เขาอดอยากเรื่องอย่างว่าเขาทำไม่ได้หากแต่งงานกันแล้วเขาก็พร้อมจะหยุดที่ลิปการ์คนเดียว
“มันเป็นทางออกที่ดีของเราสองคนไม่ใช่เหรอคะ เอ๋ยบอกพี่วีนานแล้วแต่พีวีไม่ฟังเอ๋ยทั้งที่รู้ว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้” ลิปการ์พูดกับแฟนหนุ่มที่ดื้อรั้นไม่ยอมเลิกคบเธอ
“ทางออกของเอ๋ยคนเดียวน่ะสิ พี่พร้อมจะสู้เพื่อความรักของเราแต่เอ๋ยเอาแต่หนีท่าเดียวเอ๋ยไม่ได้รักพี่เลยใช่มั้ย” วิระมองแฟนสาวอย่างเสียใจที่เธอไม่พยายามก้าวไปพร้อมกับเขา
“พี่วีกลับไปคุยกับครอบครัวก่อนนะคะ เอ๋ยเชื่อว่าพี่วีจะเข้าใจที่เอ๋ยพูด” เธอก็พูดได้ไม่เต็มปากว่ารักวีระแต่เธอชอบเขาเพราะเขาดีกับเธอไม่เคยพูดจาดูถูกและให้เกียรติมาตลอดที่คบกันแต่พอพ่อแม่เขาพูดกับเธอคราวนั้นเธอก็หยุดทุกอย่างคงสถานะเขาไว้แค่พี่ชายที่เคารพนับถือคนหนึ่งเท่านั้น
“ก็ได้ พี่จะไปพูดกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนถ้าท่านยอมรับเอ๋ยต้องแต่งงานกับพี่นะ” วีระขอคำยืนยันจากแฟนสาว
“ตกลงค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของพี่วียอมรับเรื่องของเราได้เอ๋ยจะแต่งงานกับพี่วีค่ะ” ลิปการ์รับปากแฟนหนุ่มเพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอนและเขาจะได้ตัดใจจากเธอได้จริงๆ
“งั้นคืนนี้พี่จะกลับไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้วพรุ่งนี้พี่เย็นพี่จะไปหาเอยนะ”
“ค่ะ” ลิปการ์แอบถอนหายใจเพราะรู้ว่าเรื่องนี้จะออกมารูปแบบไหน
จากนั้นทั้งสองก็ไปหาของกินที่ตลาดริมแม่น้ำที่มีอาหารหลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเดินเล่นซื้อของกันเมื่ออิ่มแล้ววีระก็ไปส่งแฟนสาวกลับบ้าน
“ขับรถดีๆนะคะ” ลิปการ์บอกแฟนหนุ่มเบาๆ
“ฝันดีครับเอ๋ย” วีระพูดจบก็ขับรถออกไปจากบ้านของแฟนสาวเพื่อกลับบ้านไปคุยกับพ่อแม่เรื่องแต่งงานกับลิปการ์เพราะตอนนี้เขาก็อายุสามสิบเอ็ดปีแล้ว
เมื่อถึงบ้านพ่อแม่ยังไม่นอนวีระจอดรถเสร็จก็เข้าไปในบ้านเพื่อคุยกับพ่อแม่เรื่องแต่งงานของเขากับแฟนสาวจึงเดินไปที่ห้องนั่งเล่นที่พวกท่านดูทีวีอยู่
“วันนี้กลับบ้านได้แล้วเหรอตาวี” ขจีถามลูกชายที่นานๆจะกลับบ้านทั้งที่อยู่ไม่ไกลที่ทำงานแต่เลือกอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้าน
“พอดีผมมีธุระจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ครับ” นายตำรวจหนุ่มตอบแม่แล้วนั่งลงข้างพ่อที่สนับสนุนหน้าที่การงานของเขาจนก้าวกระโดดทั้งเลื่อนยศและตำแหน่งซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนมีพรรคมีพวกมีอำนาจอยู่ในมือ
“มีอะไรหรือตาวี” พล.ต.ต.ศักดิ์ชายหรือรองชายถามลูกชายคนเดียวที่เขาภูมิใจและส่งเสริมเรื่องหน้าที่การงานก่อนที่เขาจะเกษียณ
