บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 มรดก

“ไม่ได้นะคะคุณชา คุณจะเอาเงินตั้งสามสิบกว่าล้านไปไถ่ที่ดินคืนไม่ได้นะคะ เกิดธุรกิจของเรามีปัญหาอีกล่ะจะทำยังไง” ทิติพรท้วงสามีด้วยความไม่พอใจทำไมเธอจะเสียเงินสามสิบล้านให้นังลูกคนใช้นั่นด้วยเธออุตส่าห์วางแผนไว้แล้วว่าเธอจะได้เงินส่วนต่างอีกยี่สิบกว่าล้าน

“แล้วคุณจะให้ผมปล่อยให้ที่ดินของคุณแม่ถูกยึดหรือไงแล้วท่านจะไปอยู่ที่ไหน” ชาคริตว่าภรรยาเขารู้ว่าทิติพรไม่ชอบแม่แต่ยังไงท่านก็เป็นแม่ของเขาถึงเขาจะเลวแต่ก็รักแม่แค่ไม่ได้รักลูกที่ไม่ต้องการให้เกิดมาอย่างลิปการ์เท่านั้น

“คุณแม่ไปอยู่กับเราที่กรุงเทพก็ได้นี่คะ” ทิติพรเสนอสามีให้แม่ของเขาไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพ

“บ้านแม่อยู่ที่นี่ แม่จะไม่ย้ายไปไหนแม่จะอยู่และตายที่นี่” คุณสิรามนพูดกับลูกสะใภ้ยังไงเธอก็ไม่ไปอยู่กรุงเทพหากไม่อยู่ที่นี่เธอก็จะหาบ้านอยู่ที่นี่

“ผมจะจัดการให้ครับคุณแม่” ชาคริตบอกแม่ยังไงเขาจะคืนที่ดินให้แม่

“ฉันไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณไถ่ที่ดินผืนนี้ให้คุณแม่ คุณแม่ก็จะยกให้นังเด็กลูกคนใช้นั่นแล้วลูกของเราล่ะคะจะได้อะไรพรไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณทำแบบนั้นพรจะไปคุยกับคุณพ่อ” ทิติพรเอาพ่อมาขู่สามีเพราะเขามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพ่อของเธอเป็นคนสนับสนุน

“คุณพร” ชาคริตมองภรรยาที่เอาพ่อมาขู่เขาอีก

“ที่ดินพันกว่าไร่แปรเป็นเงินได้เท่าไหร่ทำไมแม่พรถึงว่าแม่ไม่ให้อะไรหลานล่ะ” คุณสิรามนถามลูกสะใภ้เพราะครั้งนั้นก็กลัวว่าเธอจะยกที่ดินให้ลิปการ์จึงเอาหลานมาอ้างเธอก็ยกให้ไปแต่สามีเก็บไว้ให้ลิปการ์อีกสองแปลงที่เชียงใหม่ซึ่งลูกชายไม่รู้

“พอเถอะคุณพรเดี๋ยวไปคุยกันที่บ้านแต่เรื่องที่ดินของคุณแม่ยังไงผมก็จะเอามาคืนท่านและผมจะไปพูดกับคุณพ่อเอง” ชาคริตพูดกับภรรยาถึงเขาจะรักเธอกับลูกมากแต่เขาก็รักแม่มากเช่นกันแต่ที่ไม่มาหาท่านก็เพราะรู้ว่าเด็กเอ๋ยดูแลท่านได้เขาจึงเห็นด้วยที่จะยกที่ดินกับบ้านหลังนี้ให้

“งั้นเอาอย่างนี้นะคะคุณแม่ พรจะซื้อบ้านให้คุณแม่หลังหนึ่งจะอยู่กับใครก็แล้วแต่คุณแม่ขอแค่ยกที่ดินกับบ้านหลังนี้ให้ตาฟิวส์นะคะ” ทิตพรยื่นข้อเสนอให้แม่สามีอย่างน้อยบ้านหลังหนึ่งก็ไม่เกินสองล้านแต่ถ้าขายที่ดินผืนนี้ก็ได้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้านยังไงเธอไม่ยอมแน่

“แม่พรพูดเหมือนตัวเองสิ้นไร้ไม้ตอกถึงกับมาขอที่ดินกับบ้านที่แม่อยู่มาค่อนชีวิตทั้งที่แม่ยกให้ไปหมดแล้วแค่ขอที่อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิตแม่พรก็ยังจะมาเอาไปอีกหรือ” คุณสิรามนพูดเสียงต่ำเยือกเย็นมองลูกสะใภ้อย่างผิดหวังที่กลายเป็นคนเห็นแก่ได้ทั้งที่ครอบครัวก็ร่ำรวย

“คุณแม่พูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ พรแค่ไม่อยากให้ทรัพย์สินของตระกูลคุณแม่ตกอยู่ในมือนังเด็กลูกคนใช้นั่นและมันไม่มีสิทธิ์ได้ไปและทรัพย์สินทุกอย่างของคุณแม่ต้องเป็นของตาฟิวส์กับยัยฟ้าค่ะ” ทิติพรพูดกับแม่สามียังไงเธอก็ไม่คืนให้และจะรอจนใกล้วันสุดท้ายที่ธนาคาแจ้งมาแล้วค่อยไถ่ถอนออกก่อนจะถูกยึด

“แต่ลูกคนใช้ที่เธอว่าเป็นหลานฉัน และเธอลืมไปหรือเปล่าว่ามาทีหลังแม่อร” คุณสิรามนว่าลูกสะใภ้อย่างไพอใจที่พูดกดหัวหลานสาวอย่างดูถูก

“คุณชาฟังคุณแม่พูดสิคะ พรไม่ยอมนะที่คุณแม่ยกนังคนใช้กับลูกของมันมาเทียบเท่าลูกของพร” ทิติพรโวยวายกับสามีด้วยความไม่พอใจแม่สามีบอกว่าเธอมาทีหลัง

“คุณพร ใจเย็นก่อนอย่าโวยวายได้มั้ย” ชาคริตปรามภรรยาที่โวยวายใส่แม่

“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่ยอมชานะ แม่ของชาสิบล้านค่าที่ดินผืนนี้กับบ้านแม่จะไปซื้อบ้านอยู่ส่วนชาจะไถ่ถอนบาหลังนี้หรือเปล่าแม่ไม่สนใจแล้วในเมื่อมันมีปัญหานักแม่ก็จะไม่เอาคืนเพื่อให้ครอบครัวลูกมีความสุข หากแม่ตายไปทุกอย่างของแม่จะยกให้แม่เอ๋ยทั้งหมด หวังว่าชากับแม่พรจะเข้าใจนะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายเพราะไม่อยากให้มีปัญหาในครอบครัวเธอทำให้ลูกได้แค่นี้ ส่วนลิปการ์นั้นท่านจะไม่ทำให้หลานสาวลำบากเด็กกตัญญูรู้คุณคนนี้จะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้

“ขอบคุณครับคุณแม่ ผมจะเขียนเช็คให้คุณแม่เลยนะครับ” ชาคิริตขอบคุณแม่แล้วล้วงสมุดเช็คมาเซ็นให้แม่เพื่อตัดปัญหาระหว่างแม่กับภรรยาและเขาก็ลำบากใจหากภรรยาไปคุยกับพ่อของเธอเรื่องเขามีลูกอีกคน

“คุณชาคะ..”

“หยุดเถอะคุณพร ที่คุณเอาที่ดินคุณแม่ไปจำนองเรายังไม่ได้เคลียร์กันเลยนะ” ชาคริตพูดเสียงแข็งใส่ภรรยาซึ่งปกติเขาจะโอนอ่อนยอมมาตลอดแต่ครั้งนี้ทิติพรทำเกินไปจริงๆ

“ถ้าลูกของพรไม่มาหาคุณแม่ก็อย่ามาว่าละกันค่ะ” ทิติพรพูดจบก็เดินฮึดฮัดออกไปจากห้องรับแขกที่มีแต่ของเก่าแก่สมัยพ่อสามียังมีอำนาจรุ่งเรืองและตอนนั้นชาคริตก็เหมาะสมกับเธอที่สุดแต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อพ่อสามีตาและแม่สามีก็เหลือสมบัติชิ้นสุดท้ายคือที่ดินและบ้านหลังนี้เท่านั้นและเธอยอมไม่ได้ที่จะตกไปเป็นของลูกคนใช้ไร้สกุลรุนชาตินั่น

“ผมขอโทษแทนพรด้วยนะครับคุณแม่” ชาคริตขอโทษแม่แทนภรรยาที่เอาที่ดินของท่านไปจำนอง

“แม่รักชานะลูก แม่อยากให้ชามีความสุขยังไงแม่เอ๋ยก็เป็นลูกของชาเป็นหลานของแม่และดูแลแม่มาตลอดแม่อยากชดเชยให้แม่เอ๋ยแทนลูกต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีกแม่ไม่อยากให้แม่เอ๋ยเจบช้ำน้ำใจ แม่ขอแค่นี้ชาคงทำได้นะลูก” คุณสิรามนพูดกับลูกชายที่ไม่เคยยอมรับลิปการ์เป็นลูกสาวและลิปการ์ก็ไม่เคยดิ้นรนร้องหาพ่อและยังเรียกพ่อว่าคุณชาและพยายามหลบหน้าตลอดทำให้ไม่เจอหน้ากันมาสิบกว่าปีตั้งแต่สามีของเธอเสียชีวิต

“คุณแม่” ชาคริตมองแม่และพูดไม่ออกเมื่อท่านพูดความจริงเขาไม่เคนสนใจลูกสาวที่เกิดจากอรพินเพราะอายคนอื่นจะรู้ว่าเขามีอะไรกับคนรับใช้ในบ้านและทิติพรก็กลัวมีคนรู้ว่าแย่งสามีคนอื่นจึงยื่นคำขาดว่าไม่ให้เขายอมรับลูกของอรพินเป็นลูกแต่สุดท้ายเขาต้องยอมเมื่อพ่อแม่ยอมยกที่ดินพันกว่าไร่เพื่อแลกให้เขาเซ็นรับรองบุตรและภรรยาก็ยอมเพราะที่ดินทั้งหมดมูลค่ากว่าพันล้านซึ่งพ่อของเขาซื้อแต่ที่ดินทำเลดีทำให้ขายได้ราคาดี

“เดี๋ยวถ้าได้บ้านใหม่แล้วแม่จะบอกนะ ถ้าจะมาหาแม่ก็โทรมาบอกก่อนแม่เอ๋ยจะได้ไม่ลำบากใจ” คุณสิรามนบอกลูกชายยังไงหลานทั้งสองที่อยู่กรุงเทพคงไม่มาดูแลเธอที่นี่

“ครับคุณแม่” ชาคริตถอนหายใจเขาต้องยอมรับปากแม่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายแต่ก็อดคิดถึงลิปการ์ไม่ได้ตอนนี้น่าจะโตเป็นสาวแล้ว

“พ่อชาจะกลับกรุงเทพเลยก็ได้นะลูก”

“ครับคุณแม่ งั้นผมกลับเลยนะครับ แล้วผมจะมาเยี่ยมคุณแม่นะครับ” ชาคริตยกมือไหว้แม่แล้วลุกขึ้นเดินออกจากบ้านที่เขาอยู่มาตั้งแต่เด็กซึ่งมีความทรงจำมากมายที่นี่แต่เขาไม่อยากจำเพราะเขามีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าอยู่ที่นี่จึงก้าวเดินออกไปที่รถโดยไม่หันหลังกลับมามองข้างหลังจึงไม่รู้ว่าแม่ลุกขึ้นมามองตามหลังเขาแล้วน้ำตาไหล

“คุณมนคะ” นางน้อมเดินมาหาย่าของหลาน

“ฉันทำให้แม่เอ๋ยได้แค่นี้นะแม่น้อม” คุณสิรามนบอกคนสนิทที่เป็นยายของหลาน

“คุณมนทำเพื่อยัยเอ๋ยมาเยอะแล้วค่ะ แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วค่ะ” นางน้อมยิ้มให้คุณสิรามนที่ทำเพื่อหลานสาวของเธอหากลิปการ์เป็นคนทะเยอทะยายป่านนี้ก็คงขายที่ดินที่เชียงใหม่ไปแล้เพราะราคามันไม่น้อยและเธอไม่ห่วงว่าหลานจะอับจนในอนาคต

“ฉันจะให้แม่เอ๋ยลาออกจากงานแล้วมาเปิดร้านกาแฟร้านขนมหรืออะไรก็ได้ที่แม่เอ๋ยชอบ ต่อไปถ้าไม่มีฉันแม่เอ๋ยจะได้ไม่ลำบาก” คุณสิรามนวางแผนไว้ให้หลานสาวตอนนี้เธอไม่ยึดติดอะไรทั้งนั้นไม่ว่าบ้านหรือที่ดินจะแปรสภาพมาเป็นเงินให้หลานสาวทั้งหมด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel