ตอนที่ 5 รังแก
ในตอนนี้ไม่คิดเลยว่าเธอจะอยู่ในรถคันเดียวกับศัตรูที่เธอคิดจะปลิดชีพเขาก่อนหน้านี้อย่างอัคคีมิหนำซ้ำเธอยังกลายเป็นภรรยาของเขาอีกด้วย เหลือจะเชื่อในตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกเลยตลอดทางที่นั่งในรถตู้คันหรูมาคือเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ในขณะที่เขาก็ไม่ถามเธอสักคำเช่นกันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฟ้าลดากับอัคคีมันเป็นยังไงกันแน่นะ
" เอ่อ ที่รัก "
ใบชาในร่างของฟ้าลดากำลังจะเอ่ยถามผู้เป็นสามีแต่กลับได้รับสายตาเย็นชาแฝงไปด้วยความสงสัยมองกลับมาแทน เขาตวัดสายตามองเธอเพียงชั่วครู่เท่านั้นแล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างเหมือนเดิมราวกับว่าทิวทัศน์ด้านนอกมันสวยเสียเต็มประดา ใบชาสังเกตุสีหน้าไม่ใช่แค่เขาแต่ทุกคนในตอนนี้กำลังจ้องเธออยู่เธอจึงไม่แน่ใจว่าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
" ที่รัก? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรอ "
อัคคีพูดออกมาเพียงประโยคสั้นๆ แต่นั่นก็ทำให้คนฉลาดอย่างใบชาคิดเองได้แล้วแสดงว่าท่าทางเฉยชาที่เขามีต่อเธอมันไม่เคยมีความรักอยู่เลยจริงๆ งั้นก็ดีเลยสิชีวิตต่อจากนี้ของเธอก็ง่ายแล้ว
" อ่อ งั้นเรียกว่าคุณอัคคีถูกต้องไหมคะ "
อัคคีทำเพียงแค่ฟังเธอพูดเท่านั้นแต่ไม่ได้ตอบอะไรนั่นจึงทำให้ใบชาเข้าใจว่าเรียกแบบนี้น่ะถูกแล้วสินะ
" ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุฉันก็รู้สึกเบลอๆ จะเป็นไปได้ไหมถ้าคุณจะทบทวนความทรงจำระหว่างเราอีกรอบ "
ใบชาที่พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพราะเธอต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของฟ้าลดาใหม่ทั้งหมด
" ระหว่างเราไม่มีความทรงจำสัญญาที่เซ็นเองกับมือลืมง่ายขนาดนั้นเลยหรือ "
อัคคีรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของเธออยู่ไม่น้อยก่อนหน้านี้เธอเคยคุยกับเขาเสียที่ไหนเป็นแค่ผู้หญิงขี้กลัวคนหนึ่งเท่านั้น นอกจากน้องชายของเขาและสาวใช้คนสนิทอย่างนิ่มเธอก็ไม่ได้สนิทกับใครในบ้านอีกเลยและเขาคือคนที่เธอกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ที่สุด แต่ดูตอนนี้สิแม้ท่าทางจะเก้ๆ กังๆ แต่เขาสัมผัสได้ในแววตาว่าเธอไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิด
" อาจเป็นเพราะอุบัติเหตุมั้งคะทำให้สมองอาจเบลอๆ ถ้างั้นกลับถึงบ้านฉันขออ่านข้อตกลงของเราใหม่ได้ไหมคะ "
ใบชาถามในขณะที่เธอจ้องหน้าของเขาอย่างไม่ลดละเพื่อรอคำตอบ ก่อนหน้านี้เธอเคยถามนิ่มถึงนิสัยใจคอของฟ้าลดาแล้วเธอเป็นคนเรียบร้อยแล้วก็โดนแกล้งสารพัดจากคนในบ้านตระกูลอธิพันธ์และสาวใช้คนสนิทของเธอยังบอกอีกด้วยว่าคนที่เธอพึ่งพิงได้มากที่สุดคือคุณชายรองของบ้านอย่างวายุซึ่งพ่วงตำแหน่งสามีลับๆ ของเธออีกด้วย พอเธอฟังจากนิ่มแล้วความสัมพันธ์ในชีวิตของคุณหนูฟ้าลดามันออกจะยุ่งเหยิงไปสักหน่อยจริงๆ
" เดี๋ยวให้นทีเอาเอกสารไปให้อ่านอีกรอบ "
" เอ่อ ขอบคุณค่ะ "
ใบชาเอ่ยขอบคุณอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีประโยคใดเอื้อยเอ่ยออกมาจากทั้งสองคนอีกเลยจนกระทั่งถึงคฤหาสน์หลังใหญ่
" คุณหนูระวังตัวด้วยนะคะคุณวายุกว่าจะกลับมาก็เดือนหน้าเลยพวกเราต้องช่วยเหลือตัวเองกันไปก่อนแล้ว "
นิ่มสาวใช้คนสนิทที่มีหน้าที่ปกป้องผู้เป็นเจ้านายอย่างเต็มที่เอ่ยเตือนทันที เธอสัมผัสด้วยตัวเองได้ว่าเจ้านายของเธอเหมือนจะความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลยแต่คุณหมอกลับยืนยันว่าไม่มีอาการผิดปกติใดๆ
" ไม่ต้องกลัวนะต่อไปนี้ฉันจะปกป้องนิ่มเอง "
ใบชายกสองมือของเธอขึ้นมากุมมือของนิ่มที่มีท่าทางหวาดกลัวพร้อมกับตัวสั่นอยู่ในตอนนี้ โดยที่มีอัคคีมองการกระทำที่เปลี่ยนไปของเธอตลอดเวลา ก่อนหน้านี้มีนิ่มที่เดินนำหน้าเธอหนึ่งก้าวเสมอเพื่อปกป้องแต่วันนี้กลับแตกต่างออกไป อัคคีและฟ้าลดารวมไปถึงลูกน้องที่เดินตามกันมาในตอนนี้อยู่ในห้องรับแขกที่มีแม่ของอัคคีอย่างพินธารวมไปถึงน้องสาวคนเล็กอย่างธารใสนั่งอยู่ด้วยเพราะหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้เขาปล่อยให้วายุไปสะสางงานสาขาที่ต่างประเทศกว่าจะกลับก็คงเป็นเดือนหน้า
ใบชารู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเข้ามามิน่าล่ะก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลถึงมีแค่นิ่มที่เฝ้าเธอเพียงคนเดียวที่แท้ความสัมพันธ์ในตระกูลใหญ่ก็เป็นแบบนี้นี่เองเย็นชาจนเธอรู้สึกหนาวเหน็บไม่ทงไม่ถามสุขภาพกันสักคำ
" กลับมาช้ากันตั้ง 1 ชั่วโมงแม่รอทานข้าวอยู่ ในเมื่อมากันแล้วก็ไปทานข้าวกันเถอะ "
พินธาพูดเพียงแค่นั้นก็จูงมือลูกสาวของตัวเองไปทันที โดยมีอัคคีเดินตามไปติดๆ ไม่ได้สนใจใยดีลดาสักนิดจนเธอถึงกับยิ้มหยันให้ตัวเองแล้วจึงหันมามองหน้านิ่มพร้อมกับส่งยิ้มเล็กๆ
" เข้าใจละ "
นิ่มทำได้เพียงพยักหน้าและส่งกำลังใจเท่านั้นใบชาจึงรีบเดินตามไปจนถึงห้องอาหารและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างอัคคีเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับสายตาของทุกคนที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว
" เอ่อ มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่าคะทำไมจ้องกันแบบนั้น "
" ตรงนั้นใช่ที่ของเธอหรอมีสิทธิ์อะไรไปนั่ง "
ธารใสที่มองเธออย่างดูถูก สายตาคู่นี้ที่มองหากเป็นใบชาคนก่อนเธอคงควักลูกตาออกมาดูเล่นแล้ว แต่นี่ทำไม่ได้นี่คือฟ้าลดาผ้าขาวเธอจึงทำได้เพียงอย่างเดียวคือข่มใจและรีบลุกขึ้นยืนทันที
" ต้องนั่งตรงไหนคะ "
" นี่กวนหรอ เข้าโรงพยาบาลไปแค่เดือนเดียวฝีปากกล้าขึ้นเยอะเลยนี่หรือว่าเข้าโรงพยาบาลแค่นี้ก็ลืมเรื่องราวทั้งหมดไปแล้วความจำเสื่อมหรือไง "
เมื่อธารใสพูดออกมาแบบนั้นทำให้อัคคีมองหน้าของลดานิ่งๆ แต่เธอเองก็ไม่ได้เผยพิรุธอะไรออกมาสักนิด
" เบลอๆ อยู่ค่ะไม่ได้กวนจริงๆ ว่าไงคะฉันควรนั่งตรงไหน "
" ฝั่งโน้นตรงข้ามฉัน "
คราวนี้อัคคีบอกออกไปทำให้ใบชารีบเดินอ้อมไปนั่งทันทีพร้อมกับคิดในใจใครจะไปรู้แค่ที่นั่งก็ต้องจองกันด้วย เมื่อทุกคนลงมือรับประทานอาหารใบชาจึงตักกุ้งผัดพริกเกลือมาใส่ในจานของตัวเองและกำลังจะตักเข้าปากแต่เผลอมองหน้าของทุกคนจึงได้เห็นว่าพินธาและธารใสกำลังจ้องเธอพร้อมกับรอยยิ้มอาบยาพิษ
" เอ่อ คุณหนู "
นิ่มเอ่ยเรียกทันทีพร้อมกับส่ายหน้าไปมาใบชาจึงวางอาหารตรงหน้าลง
" ทำไม "
" แพ้กุ้ง "
ใบชาถามนิ่มเพียงแค่เธอขยับปากแต่ไม่มีเสียงและนิ่มก็ตอบกลับมาว่าแพ้กุ้งในแบบที่ทำแค่ขยับปากเท่านั้นจึงทำให้ใบชาเขี่ยกุ้งตัวนั้นไปไว้ข้างๆ จานแทบไม่ทันพร้อมกับมองอาหารที่ละลานตาตรงหน้าเป็นเมนูกุ้งเกือบทั้งหมดมีแค่ไข่เจียวเท่านั้นที่เธอกินได้ คราวนี้เธอมองหน้าผู้หญิงทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์เอาเรื่องนี่เธอเพิ่งจะหายป่วยแท้ๆ กะจะแกล้งกันหรอ รู้จักใบชาน้อยไปซะแล้วเห็นนิ่งๆ คิดว่าเชือดง่ายหรือไง แล้วก็ไอ้จิ้งจอกเฒ่านี่ก็คงไม่รู้เหมือนกันสินะว่าร่างกายลดาแพ้กุ้งใช่สิเย็นชาขนาดนี้จะใส่ใจอะไรได้
" อาหารเต็มโต๊ะแต่ตั้งใจให้ลูกสะใภ้ที่พึ่งออกจากโรงพยาบาลได้กินแค่ไข่เจียวสินะคะ คุณแม่ช่างมีน้ำใจจริงๆ นิ่มหยิบมือถือให้ทีจะอัพลงโซเชียลสักหน่อยว่าอาหารละลานตาตระกูลใหญ่ต้อนรับลูกสะใภ้ออกจากโรงพยาบาลคือไข่เจียว "
" นี่แก!! "
พินธาถึงกับตบโต๊ะกินข้าวเสียงดังลั่นเพราะโมโหที่ได้ยินแบบนั้น เธอไม่คิดว่าจะจัดการยากขนาดนี้ปกติมีอัคคีอยู่ด้วยลดาไม่กล้าหือพูดอะไรออกมาด้วยซ้ำทำไมวันนี้ถึงพูดแบบนี้ออกมาได้
