8.เปลือยเปล่า
ฉันกำลังฝันอยู่...
ที่แน่ใจอย่างนั้น เพราะฉันอยู่ในงานแต่งงานของคนจีนโบราณที่เหมือนกับในหนังจีนกำลังภายในที่เห็นในทีวีบ่อยๆ
และฉันกำลังสวมชุดเจ้าสาวงามตระการสีแดงมงคล ที่ปักลวดลายด้วยเส้นทองคำทั้งตัว
ในฝันนี้มันสมจริงมาก ฉันถูกคลุมหน้าด้วยผ้าไหมสีแดง แม้จะมองอะไรไม่เห็น แต่ยังมีมือใหญ่อบอุ่นของเจ้าบ่าวที่คอยประคองเดินอย่างอ่อนโยนไปเข้าพิธีด้วยกัน
ยามถึงฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาว และผ้าคลุมหน้าถูกเปิดออก
ฉันถึงได้เห็นหน้าของเจ้าบ่าวที่หล่อเหลามาก จนฉันต้องหลบสายตาคู่คมที่มองลงมาอย่างมีความหมาย
ในฝันนั้น ฉันเขินอายและมีความสุข ยามร่วมหอสองร่างรวมเป็นหนึ่ง ฉันกรีดร้องอย่างสุขสม จนทิวาลาลับราตรีมาเยือน
คู่รักนกยวนยาง ใช้เวลาร่วมกันอย่างหวานชื่นคืนสุขได้ไม่นาน เจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาก็ต้องไปออกรบ
ยามเขาจากไป น้ำตาของฉันก็ไหลเป็นทาง
หลายปีที่เฝ้ารอ สุดท้ายเขาก็กลับมา..
แต่...
เขากลับพาผู้หญิงอีกคนมาด้วย!
โฉมงามที่เยาว์วัย ท่วงท่าราวหงส์เหิน ใครบ้างจะทนความเย้ายวนนี้ได้ไหว
หัวใจฉันแตกสลาย เมื่อเขาพาภรรยากลับบ้านมาอีกคน และให้ฐานะเทียบเท่ากันกับฉัน
และเป็นอีกครั้งที่ฉันร้องไห้น้ำตาไหลเป็นทาง
ความเศร้าอาดูรของฉันไม่มีใครเข้าใจ เตียงนอนที่ร้างคู่ ได้แต่ฝืนข่มความเจ็บปวดไว้ภายใน และแสร้งยิ้มแย้มยินดีเหมือนคนโง่อยู่ตลอดเวลา
ไม่นานนักหลังจากเขากลับมา
..ฉันก็ตาย..
ในวันที่หิมะแรกโปรยปราย อากาศหนาวเหน็บ ฉันหลับไปและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย
วิญญาณของฉันเห็นสามีอุ้มร่างที่เย็นชืดของฉันกอดไว้แนบอก ใบหน้าหล่อเหลามีทั้งความเศร้าและความแค้นปะปนกันจนแยกไม่ออก
เสียงร้องเรียกหวนไห้ลึกซึ้งจนฉันเกือบจะเชื่อว่าเขาก็ยังคงมีหัวใจอยู่บ้าง
“ถิงถิง ..ข้ารักเจ้า รักเจ้าเพียงผู้เดียว”
ฉันหันหลังให้กับคำบอกรักที่มาช้าจนเกินไป แล้วขอวิงวอนต่อโชคชะตา
ในชาติถัดไปของข้า ขอบุพเพวาสนา ได้พบเจอเพียงชายที่รักข้าอย่างแท้จริง
..........
ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย ที่เจ้าบ่าวรูปงามคนนั้นก็คือ ..หวงซีห่าว
ช่างเป็นฝันไร้สาระที่ไม่น่าจดจำเลยจริงๆ
ฉันเอื้อมมือไปทางขวาเพื่อหยิบโทรศัพท์ ที่วางอยู่บนสตูลข้างเตียงนอนตามความเคยชิน แต่มือของฉันกลับตกแหมะไปบนผิวเนื้ออบอุ่นแน่นตึงของใครก็ไม่รู้จนตกใจสะดุ้งโหยง
“ว้ายย..”
ฉันชักมือกลับ แถมยังร้องเสียงหลงดังลั่น จนคนข้างๆพลิกตัวขึ้นมาทาบทับฉันเอาไว้ทันที
คราวนี้ฉันทั้งร้องทั้งดิ้นเพราะแตกตื่นกับการจู่โจมที่รวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน
“กรี๊ดด..!”
ฉันกรีดร้องได้แค่เสี้ยววิ ก็ถูกมือใหญ่กดปิดลงมา และที่ร้ายไปกว่านั้น ทั้งสองมือสองขาของฉันก็ถูกเขาล็อกไว้ได้ทุกทางจนหมดสิ้น
ฉันเบิกตาโพลง จ้องมองผู้ร้ายที่บุกเข้ามาจนถึงตัว
แล้ว ..ก็ ..ต้อง.. กระพริบตารัวๆ เมื่อผู้ร้ายที่ทับอยู่บนตัวฉัน ส่งยิ้มอ่อนๆมาให้อย่างยุ่งยากใจ แล้วบอกด้วยเสียงทุ้มเข้มแบบเฉพาะตัวว่า
“คุณทำให้ผมตกใจ..”
ช่างพูดออกมาได้ เป็นเขาต่างหากที่ทำให้ฉันตกใจแทบตาย
เพราะเขาคือ อาคิระซัง ผู้ชายที่ฉันเพิ่งจะลองจีบเป็นครั้งแรกในชีวิต
ฉันใช้สายตากล่าวหาเขา แล้วบิดตัวไปมาให้เขารู้ตัวว่า กำลังทับฉันอยู่จนหายใจแทบไม่ออกแล้ว
“อย่าร้องนะครับ”
เขาบอกเบาๆด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ส่วนฉันก็พยักหน้ารับ เขาถึงยอมปล่อยฉันแล้วขยับตัวลงไปด้านข้าง
เมื่อเขาลงไป ฉันก็ขยับมือมากุมไว้ที่หน้าอก เพื่อลูบปลอบใจหัวใจที่ตื่นตระหนกของตัวเอง แต่มือของฉันกลับลูบอยู่บนหน้าอกเปลือยเปล่าที่ไม่มีะไรปิดบังเลย
แล้วถึงได้รู้ว่า..
ฉันโป๊อยู่!
มือของฉันวางอยู่บนหน้าอกเต็มอิ่มฟูสล้าง ที่ไม่มีอะไรปกปิดของตัวเอง เมื่อก้มลงมองก็เห็นยอดอกสีทับทิมที่เล่นแสงไฟแวววาวทั้งสองข้าง วิ่งชนเข้าสู่สายตาจนแทบช็อก
ฉันรีบหันไปมองคนข้างๆอัตโนมัติทันที ก็เห็นเขาทิ้งสายตาลงมองไปที่เดียวกันกับฉันอย่างตั้งใจ
ไอ้ที่เขาบอกให้ฉันอย่าร้อง ฉันก็แหกปากร้องลั่นทันที
กรี๊ดดด!!!
แล้วก็ถูกเขาพลิกกลับเอาร่างสูงใหญ่ขึ้นมาทาบทับด้วยท่าเดิมอีกครั้ง
แต่คราวนี้ฉันทั้งดิ้นทั้งพยายามถีบเขาออกไป เพราะฉันก็เพิ่งจะรู้ว่า เขาก็โป๊เปลือยแบบไม่ใส่อะไรเลยเหมือนกัน
ไอ้โรคจิต ไอ้คนฉวยโอกาส
ฉันด่าเขามากมายหลายคำในใจ แล้วก็นึกเสียใจขึ้นมาทันทีที่ก่อนหน้านี้ถูกเขาเอาหน้าหล่อๆซื่อๆเหมือนหมาพันธุ์โกลเด้นที่ฉันชอบมาหลอกเอาได้
“ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ..”
เขาพูดเหมือนพยายามทำเรื่องใหญ่ๆให้มันเล็กลง แต่ฉันเห็นเป็นเรื่องใหญ่เท่าฟ้า คงจะใจเย็นๆไม่ไหวหรอก
“ฉันจะแจ้งความ ที่คุณทำอนาจารฉัน!”
ฉันขู่ฝ่อๆ ให้เขาเกรงกลัวกฎหมาย แล้วไม่กล้าทำอะไรฉันมากไปกว่านี้
แต่เขากลับบอกว่า
“แจ้งตอนนี้ได้เลยครับ ผมจะรับเรื่องไว้ให้เอง”
พูดอย่างกับเขาเป็นตำรวจอย่างนั้นแหละ
และเขาก็หันไปหยิบอะไรบางอย่าง แล้วเอามาล็อคข้อมือของฉันไว้ทั้งสองข้างจนเกิดเสียงดัง ..คลิ๊ก..
ฉันเบิกตาโพลงอย่างเหลือเชื่อ
เขาใส่กุญแจมือฉัน!!
และที่มากไปกว่านั้น เขาเอากุญแจมือคล้องไว้กับเหล็กหัวเตียงด้วย ตรึงแขนฉันไว้ด้านบนแบบดิ้นให้ตายก็ไม่หลุด
คราวนี้เขาก็หันกลับมาสนใจฉันได้โดยไม่ต้องจับให้วุ่นวายอีก
สายตาที่หลุบลงมองฉันที่หมดสภาพไปแล้ว ก่อนจะใช่นิ้วมือเรียวยาวแบบผู้ชายกดลงที่ริมฝีปากอิ่มนุ่มของฉันเบาๆ เป็นการบอกใบ้ให้ฉันเงียบก่อน และยังบอกอีกว่า
“คุยกันก่อนนะครับ หายใจเข้าลึกๆ อย่าเพิ่งร้อง.. ผมไม่อยากต้องหาอะไรมาปิดปากคุณเพิ่มอีก เข้าใจมั๊ยครับ”
ฉันใช้สายตาตัดพ้อกล่าวหา ว่าทำไมถึงทำกับฉันอย่างนี้ใส่เขา จนเขาถอนหายใจเบาๆ
“ผมเพิ่งจะช่วยคุณมาจาก หวงซีห่าวนะครับ”
พอเขาพูดถึง ไอ้คุณหวง ฉันก็จำได้ทันทีว่าเขามาตามฉันถึงที่ญี่ปุ่นนี้แล้ว แต่ฉันจำอะไรต่อจากนั้นไม่ได้เลย
“คุณช่วยฉันหรือคะ”
เขาพยักหน้ายืนยัน แต่ฉันก็ไม่อยากปักใจเชื่อได้ทั้งหมด
ก็หวงซีห่าวมีลูกน้องตามมาด้วยเป็นพรวน แล้วอาคิระคนเดียวจะไปสู้ไหวได้ยังไง ดูแล้วน่าจะมีอะไรบางอย่างที่ฉันว่ามันไม่ค่อยเมคเซ้นส์ซักเท่าไหร่
“ผมเป็นตำรวจครับ”
จนเขาเฉลยความน่าจะเป็นออกมา ฉันถึงได้พอจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ จนต้องทวนถามอีกครั้ง
“คุณเป็นตำรวจหรือคะ”
เขายืนยันโดยการหันไปหยิบบัตรข้าราชการประจำตัวตำรวจออกมาให้ดู
ฉันอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกหรอก แต่ภาพในบัตรที่เป็นรูปของเขาสวมชุดตำรวจอยู่ ก็ทำให้ฉันเชื่อเขาหมดใจในทันที
แสดงว่าไอ้คุณหวงที่กร่างกับทุกคน แต่ไม่กล้ากับตำรวจญี่ปุ่นนี่เอง
“ฉันเชื่อแล้วค่ะ ..ทีนี้ ก็ปล่อยฉันได้แล้วนะคะ”
ฉันพยักพเยิดไปที่กุญแจมือที่เขาสวมล็อคข้อมือของฉันไว้ ว่าให้เขาถอดออกไปได้แล้ว
อีกอย่าง มันน่าอายมากที่ฉันเปลือยเปล่าอยู่อย่างนี้
เอ๊ะ! แล้วทำไมฉันกับเขาถึงมานอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงด้วยกันล่ะ
ฉันเริ่มตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง
หรือว่าพอเขาช่วยฉันออกมาจากหวงซีห่าวได้ แล้วก็คิดจะทำมิดีมิร้ายกับฉันต่อ!
ฉันวกสายตากลับมาที่เขา และก็เห็นเขากำลังจดจ้องเนื้อนมฟูสล้างของฉันอย่างมีพิรุธ
จริงๆด้วย ไอ้โรคจิต!
ฉันดิ้นแรงทันทีจนเขาต้องใช้สะโพกกดฉันเอาไว้ และพอเขาทำอย่างนั้น อะไรบางอย่างก็ชนกับหน้าขาของฉันจนเจ็บ
มันมีรูปร่างเป็นแท่งใหญ่แข็งเหมือนกระบอกน้ำและร้อนจัด
หรือว่ามันคือกระติกน้ำร้อน.. เขาเอามันมาไว้บนเตียงทำไม?
“อย่าดิ้นครับ”
เขาว่าแล้วกดตัวแนบลงมา จนกระติกน้ำร้อนนั่นเบียดขาฉันจนต้องร้องเบาๆ
อ๊ะ..!
“คุณคิดจะทำอะไร”
ฉันว่าเสียงแข็ง เมื่อเขาก้มลงมาใกล้ยิ่งขึ้นแบบหายใจรดกัน
กลิ่นหอมหวานจากตัวเขาโอบล้อมรอบตัวอย่างแปลกประหลาด สายตาลุ่มลึกที่มองลงมา ดูคลุมเครือจนยากจะอธิบาย
“มีบางอย่างที่คุณอาจจะต้องรู้ไว้..”
ฉันจ้องดวงตาสีดำสนิทราวรัตติกาล ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาหลุบลงไม่เปิดเผยอารมณ์ แม้ฉันจะดูคนไม่ค่อยเก่ง ถ้าไม่มีผู้จัดการส่วนตัวคอยสกรีนคนที่เข้ามาใกล้ ฉันก็คงถูกหลอกจนหมดตัวไปนานแล้ว
แต่กับสายตาที่แอบซ่อนตัวตนของเขา ฉันก็เดาไม่ออกเลยว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่
“ผมมาเพื่อช่วยคุณ..จริงๆนะครับ”
ฉันมองเขาอย่างไม่เชื่อถือ แล้วต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้า
“ถ้าจะช่วยฉันจริงๆ ก็ช่วยปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย ตำรวจที่ทำร้ายประชาชนนี่ โทษหนักนะคะ”
ดูเหมือนเขาจะประหลาดใจ ที่ฉันยังไม่เลิกข่มขู่เขาอีก
แล้วเขาก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่มาพร้อมกับลักยิ้มที่ฉันชอบจนใจอ่อนลงเล็กน้อย เลยลองพูดกับเขาดีๆอีกครั้งว่า
“ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ คุณตำรวจ ฉันสัญญาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องคุณแน่นอน”
เขาเลิกคิ้วเข้มยาวขึ้น แล้วทวนประโยคของฉันอีกครั้งว่า
“คุณบอกว่า จะไม่เอาเรื่องผมอย่างนั้นหรือครับ”
ฉันพยักหน้ารับเป็นมั่นเป็นเหมาะ รับรองกับเขาอย่างจริงจังอีกครั้งให้เขามั่นใจ
“ไม่เอาเรื่องคุณแน่นอนค่ะ”
เขาดูผ่อนคลายลงจนฉันใจชื้นขึ้น ถ้าอย่างนั้นเขาคงจะปล่อยฉันไปซักที
แต่เขากลับก้มลงมาใกล้ขึ้นจนฉันผวาตกใจ รีบถามเขาเสียงระรัว
“จะทำอะไรคะ!”
แล้วเขาก็ตอบหน้าตายออกมาว่า
“ก็คุณบอกว่าไม่เอาเรื่อง ผมก็จะทำ..แบบนี้ยังไงล่ะ”
ฉันได้แต่ตกใจจนตัวแข็งทื่อ เมื่อเขาก้มลงมาจูบฉัน อย่างเร่าร้อนที่สุดในสามภพ!
อื๊ออ...!!!
**********
