2 ให้โอกาสสักครั้ง
ศรุตค้อมตัวลงต่ำสำนึกผิดอีกครั้ง ชัชพลส่ายหน้าแล้วไล่ให้กลับไปก่อนจึงจัดการเคลียร์กับอรณีเป็นการส่วนตัว
“วันนี้กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ เดี๋ยวพี่สั่งเลิกกอง เอาไว้ค่อยถ่ายซ่อมวันหลัง อย่าอารมณ์เสียนักเลยเสียบรรยากาศหมดเราต้องทำงานร่วมกันอีกนานกว่าจะจบเรื่อง” ผู้กำกับหนุ่มหว่านล้อม “ นั่นไง ผู้จัดการอรมาแล้ว สงสัยรู้ข่าวแล้ว”
“กว่าจะมาได้”
อรณีค้อนใส่สาวแว่นหนาที่วิ่งหน้าตื่นมาแต่ไกล ชัชพลถือโอกาสที่หล่อนเผลอจับมือนิ่มบีบเบา ๆ อรณีถึงกับชะงักกับความมือเร็ว หางตาตวัดมองมือที่บีบแน่นไม่ปล่อย
คนในกองถ่ายเริ่มหันมาให้ความสนใจ บ้างจับกลุ่มซุบซิบกันสนุกปาก จนแสงสุรีย์ฝ่าวงล้อมทีมงานวิ่งหน้าตั้งมายังจุดที่ทั้งสองยืนอยู่และเข้ามายืนแทรกกลาง
“โทษทีนะเจ้มาสายไปหน่อย มัวแต่ไปหาซื้อขนมฝากคุณชัชกับทีมงาน” หล่อนระล่ำระลักแล้วหันหาผู้กำกับหนุ่ม “ขอโทษนะคะ คุณชัช”
“ไม่เป็นไรครับ ผมชินแล้ว” ชัชพลตอบเสียงเนือย
ท่าทางจะเหนื่อยจริง...
ผู้จัดการสาวหน้าเสีย ดูหน้าผู้กำกับก็รู้ การที่ต้องข้องแวะกับนักแสดงคิวทองอย่างอรณีเป็นอะไรที่ลำบากและตึงเครียดมาก เพราะแม้แต่หล่อนที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวยังต้องปรับตัวตามอารมณ์สามเวลาหลังอาหารทีเดียว
ไม่ใช่ไม่รู้กิตติศัพท์ความเอาแต่ใจของอรณี แต่เพราะได้รับการฝากฝังจากผู้จัดการคนเก่าที่ลาออกเพราะแต่งงานไปอยู่ญี่ปุ่นทำให้พอจะรู้ตื้นลึกหนาบางอยู่บ้าง และค่าตอบแทนก้อนโตในแต่ละเดือนที่ได้รับ ทำให้หล่อนตัดสินใจทิ้งเด็กปั้นปลายแถวอย่างศรุต มาคว้าตำแหน่งผู้จัดการดาราดังกว่า และได้รู้นิสัยของอรณี นึกรู้ว่าเหตุการณ์วันนี้น่าจะเพราะนักแสดงสาวมีส่วนไม่มากก็น้อย
“ทำไมไม่กลั้นใจถ่ายให้มันจบ ๆ ซีน” ผู้จัดการสาวแว่นปรายตามองแล้วกระซิบ “หัดเกรงใจคนอื่นบ้าง กลับไปเราต้องคุยกันหน่อยนะ”
“เจ้ไม่รู้อะไรก็ว่าแต่อร”
หล่อนค้อนขวับกอดอกเชิดหน้า
“ทำไมจะไม่รู้ เมื่อกี้เดินผ่านทีมงานเมาท์มอยกันให้แซดว่าอรนั่นแหละที่ผิดคิวก่อน เด็กนั่นก็เลยล้มใส่”
“ก็แล้วมืออาชีพไหมละ ยังไงก็ต้องเล่นต่อให้ได้ แต่นี่ไม่เลยมีอย่างที่ไหนเรียกชื่ออรออกมากลางกอง จะถ่ายเสร็จอยู่แล้ว”
อรณีหันหาชัชพลที่ยืนฟังอยู่นานไม่ออกความเห็น
“ใช่ไหมพี่ชัช”
ผู้กำกับหนุ่มพยักหน้าท่าทางลำบากใจก่อนจะตัดบท
“ผมขอตัวไปเก็บของก่อนนะครับ” พูดกับผู้จัดการสาว “เอาไว้นัดคิวกันใหม่”
“ได้ค่ะ”
แสงสุรีย์ขอโทษขอโพยชัชพลอีกคำรบใหญ่แล้วหันหน้าหาตัวต้นเหตุตัวจริง
“ดีนะ เป็นดาราดังทำอะไรก็ไม่ผิด”
“ทำไมคะ อรไม่มีสิทธิ์พูดอะไรเลยงั้นสิ”
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์” แสงสุรีย์ค่อน “ใครจะไปว่าอะไรอรได้ ออกจะใหญ่คับกองขนาดนี้ ใคร ๆ ก็ต้องง้อ”
อรณีได้ฟังถึงกับคอแข็งขึ้นมาทันที ดวงตาคมเฉี่ยวตวัดมองผู้จัดการสาวแล้วบ่นลำเลิกเป็นชุด
“วันนี้ที่เจ้แคนเซิลงานเดินแบบของพี่โอ้เพื่อเคลียร์ฉากนี้ให้พี่ชัช เพราะเห็นแก่ว่าต้องเอาไปตัดทีเซอร์ยังไม่ดีอีกเหรอคะ”
“ก็ดี เจ้ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าอรจะอารมณ์เย็นกว่านี้จะดีกว่าไหม”
“แต่คืนนี้อรมีนัดนี่” หล่อนยั้งคำพูดไว้ได้ทัน “เด็กนั่นทำอรเสียอารมณ์สุด ๆ รู้งี้ไม่ยกเลิกพี่โอ้หรอก”
“กองเขาจ้างเธอฟรีซะเมื่อไหร่” แสงสุรีย์เสียงอ่อน
อรณีหน้ามุ่ยขมวดคิ้วมองเลยแสงสุรีย์ไปสบตากับศรุตที่กำลังเปิดประตูรถยนต์ส่วนตัวจะขับออกไป สีหน้าชายหนุ่มไม่ได้สลดอย่างที่บอกใครต่อใคร หล่อนเห็นสายตาหยันและรอยยิ้มเย้ยจากชายหนุ่ม
ไม่ได้คิดไปเองแน่แบบนี้
หมอนั่นกำลังทำให้หล่อนเป็นตัวร้ายในสายตาใครต่อใคร
“อร! ได้ยินเจ้บอกรึเปล่า” แสงสุรีย์ตีเพียะเข้าให้ที่แขน
“โอ๊ย!! อะไรเนี่ยเจ้ ตีอรทำไม”
อรณีหน้านิ่วเขม้นมองแสงสุรีย์อย่างเอาเรื่อง
“ก็ไม่ให้ตีได้ยังไง ไปส่งสายตาคาดโทษแบบนั้น เด็กมันเสียความมั่นใจหมด ตัวเองไม่เคยเป็นเด็กใหม่รึไง ทำไมไม่ใจเย็น ๆ ให้โอกาสเด็กมันบ้าง ถือว่าช่วย ๆ กันน่า”
“ก็เจ้ไม่เห็น”
อรณีหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เพราะพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อหล่อน
“ไปอาบน้ำไป แล้วจะได้มาตกลงกับคุณชัชอีกทีว่าคิวจะยังไงต่อ” ผู้จัดการสาวยกแม่น้ำทั้งสี่ห้าสายมาช่วยพูด
แต่มีหรือคนอย่างอรณีจะรับฟัง ดวงตากลมโตเขม่นมองรถนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ไปจนลับตาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด
“แล้วเจ้ไปแค่ซึ้อขนมแน่นะ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานไม่เคยคิดจะมาสนใจดูแลกันเลยนะ ดูอรสิ มอมเป็นลูกหมาตกโคลนอย่างนี้ หมดกัน”
อรณีก้มมองสภาพตนเองในชุดขาวบริสุทธ์เกรอะกรังไปด้วยเศษดินโคลนที่กำลังเริ่มแห้งอย่างหงุดหงิดมากขึ้นไปกว่าเดิม
แสงสุรีย์กอดอกมองการกระทำของอรณีอย่างรำคาญนิด ๆ แสยะยิ้มมุมปากอย่างหมั่นไส้
“ก็ไปอาบน้ำสิ ยืนบ่นอยู่ได้ ห้องน้ำก็มี คุณผู้กำกับใหญ่อุตส่าห์เตรียมไว้ให้คุณนางเอกคนดังแล้ว ยังจะมาบ่นอะไรเร็ว ๆ เข้า ทีมงานเก็บกองกันหมดแล้ว อยากอยู่รั้งท้ายที่นี่รึไง”
แสงสุรีย์รุนหลังให้เดินไปยังแคมป์ปิ้งคาร์ หญิงสาวหน้าบูดบึ้งแต่ก็ยอมเดินไปแต่โดยดี เมื่อมองไปรอบ ๆ ผู้คนในกองขะมักเขม้นทำงานเก็บของอย่างเหน็ดเหนื่อย หล่อนรู้สึกผิดได้แต่ถอนหายใจแล้วก็หยุดเดินกะทันหัน จนแสงสุรีย์ที่เดินตามกันเกือบชนเข้าให้
“แล้วหยุดเดินทำไม เร็ว ๆ เข้า เจ้ไปส่งหน้ารถ”
“นัดกองคราวหน้าช่วยสั่งขนมร้านที่อรชอบมาเลี้ยงทีมงานด้วยนะคะ”
“ได้ตามคำบัญชาค่ะ”
แสงสุรีย์ข่มอารมณ์ อยู่กับอรณีต้องใช้ความอดทนร้อยแปดพันเก้า บางครั้งก็ดูน่าสงสารแต่บ่อยครั้งกว่าที่ทำให้หงุดหงิด
“หิวจัง มีอะไรกินบ้าง ถ่ายมาหลายฉากทั้งวิ่งหนีสารพัด เหนื่อยเสียพลังงานเยอะเลย ขอกินก่อนแล้วค่อยอาบน้ำจะได้สดชื่น”
“ก็ไหว่าทนไม่ไหวแล้วไง สกปรกมอมแมมขนาดนี้ อาบน้ำก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”
“อรจะกินก่อน”
