ตอนที่ 6 กลับคืนอีกครั้ง (2)
หลังจากพิธีผ่านพ้นไป ชารีฟรีบมารายงานว่าคนสำคัญผู้นั้นไม่สามารถมาพบเจ้าชายอันวารได้ เนื่องด้วยรานีและรัชทายาทส่งคนแฝงตัวเข้ามาเพื่อจับตามองเชื้อพระวงศ์และข้าราชบริพารทุกคนอย่างไม่วางตา การที่อันวารได้รับอนุญาตให้กลับเข้านครหลวงเป็นประสงค์ขององค์อุซามุส ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งเสียก่อนตายขององค์กษัตริย์ หากแต่อันวารนั้นไม่ต่างจากหอกแหลมคมที่ทิ่มอยู่ข้างกายขององค์รัชทายาทมาโดยตลอด
“มาไม่ได้เหรอ...คงระแวงข้ามากจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วสินะ”
ในขณะเดียวกันที่รัชทายาทก็ออกมาด้านนอก เขาหันไปมองสบสายตาของน้องชาย อันวารยิ้มให้พี่ชายด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้ขนลุกไปทั้งตัว รอยยิ้มสดใสแต่หาความเป็นมิตรไม่ได้เลยสักนิด ทว่าอันซาก็ยังต้องข่มใจเชิดหน้าขึ้นมองฟ้าแสร้งทำเป็นไม่รู้ ทำให้อันวารเป็นฝ่ายเดินเข้าไปทักทาย
“รัชทายาท” เขาทำความเคารพ เช่นเดียวกับผู้ติดตามทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก เจ้าเข้านครหลวงมาก็หลายวันแล้ว พี่ยังไม่มีโอกาสได้พูดจาด้วยเลย เป็นอย่างไรบ้างน้องชาย”
อันวารอยากจะถ่มน้ำลายให้กลายเป็นโอเอซิสกลางนครหลวง น้องชายหรือ...หากคิดว่าเขาเป็นน้องชายเหตุใดเรื่องเมื่อสิบปีก่อนถึงเกิดขึ้นได้ แต่อันวารก็อดทนมากพอที่จะไม่วู่วามเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของรัชทายาทอันซาให้แหกจนหมอไม่ยอมรักษา
“ข้าสบายดี กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุแห้งแล้ง ข้าเดินจนเท้าพอง กรีดเลือดดื่มแทนน้ำ...ช่างน่าตื่นเต้นและเป็นประสบการณ์ที่วิเศษนัก”
แววตาของอันวารสวนทางกับรอยยิ้มที่เขาแสดงออกมา แววตาและน้ำเสียงของอันวารไม่ต่างจากเสียงปีศาจพ่อมดในการ์ตูนที่ทั้งคู่ชอบดูเมื่อตอนยังเด็ก สองพี่น้องที่สนิทกันที่สุดแม้ต่างมารดา วันนี้กำลังมอบรอยยิ้มให้กัน หากแต่แววตานั้นดังกริชที่พร้อมจะกรีดลงบนเส้นเลือดใหญ่ของอีกฝ่ายให้ขาดสะบั้น
“พี่ทึ่งในความสามารถของเจ้านัก”
“ขอบพระทัยรัชทายาท ข้ามากะทันหันมิได้มีสิ่งใดมากำนัล ท่านอย่าได้ถือสา”
“พี่จะต่อว่าเจ้าด้วยเรื่องเล็กน้อยนี้ได้อย่างไร”
“ข้าไม่มีสิ่งใดมามอบให้ หากแต่เป็นห่วงรัชทายาทยิ่งนัก เกรงว่าอาการปวดหลังจากการนั่งเก้าอี้ที่ไม่มั่นคงจะพาให้นอนไม่หลับมานาน รัชทายาทโปรดถนอมวรกายตนเองด้วย”
อันวารเดินจากไปแต่ไม่ได้จากไปแบบว่างเปล่าและต่ำต้อยอย่างที่คนอื่นมองมา เจ้าชายกบฏที่ทั้งดูบีอาเย้ยหยันผู้นี้แหละ ที่ทำให้รัชทายาทของพวกเขาหลับตานอนไม่สนิทมาเป็นสิบปี เขามีชีวิตอยู่ต่อหนึ่งวัน รัชทายาทก็ต้องหวาดหวั่นเพราะการมีอยู่ของเขาเพิ่มไปอีกหนึ่งวัน ไม่ให้เขาเข้านครหลวงก็ไม่เป็นไร ต่อให้อยู่กันคนละซีกโลก น้องชายผู้นี้ก็จะถวายความจงรักภักดีต่อพี่ชายด้วยความหวาดหวั่นแบบไม่สิ้นสุด เหมือนยามที่เขานั้นมองทะเลทรายแสนอ้างว้างไร้ขอบเขต
“อุ๊ย...ขออภัยค่ะ”
“ขอโทษ เราไม่ทันระวัง”
เพราะตรงนี้เป็นมุมทึบจึงทำให้มองไม่เห็นคนที่กำลังเดินมา อันวารกล่าวคำขอโทษหญิงสาว ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวที่สนทนาอยู่กับตัวแทนจากประเทศไทยเมื่อครู่
“ถ้าไม่เจ็บเราขอตัว” อันวารจำเธอได้แต่มันไม่ได้มีความหมายอะไร เดี๋ยวเขาก็จากที่นี่ไปแล้ว
“ไม่เจ็บค่ะ” ...เจ้าชายอันวาร คีฟ ราเจฟ
เพียงสามคำที่เธอได้พูดกับเจ้าชายผู้ฝึกเหยี่ยว คงมีเพียงซีรีนเท่านั้นที่ยังจำชื่อนี้ของเขาได้ ในเวลานี้ทุกคนล้วนจดจำเขาในนามเจ้าชายกบฏทั้งสิ้น
“ท่านกลับมาแล้ว ท่านสบายดี” ซีรีนเอ่ยกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พร้อมรอยยิ้มบางใต้ผ้าเนื้อดีที่ใช้ปิดบังใบหน้า คนที่เธออยากรู้ข่าวคราวของเขามาโดยตลอด หนทางสู่อัลบราบานั้นช่างยากเย็น แต่เจ้าชายผู้นี้กลับมาได้อย่างปลอดภัย
หนวดเคราบนใบหน้าไม่อาจปกปิดความหล่อเหลาของอันวารได้ ซีรีนที่มาเป็นตัวแทนซารอได้แต่มองตามหลังคู่หมั้นของพี่สาว แผ่นหลังกว้างไหล่แกร่งที่เคยมีเหยี่ยวบินมาเกาะเธอยังจำได้ดี
“ฟาฮัด ใช่...เหยี่ยวฟาฮัด”