บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ปิ่นผีเสื้อของผู้เป็นที่รัก

บทที่ 5 ปิ่นผีเสื้อของผู้เป็นที่รัก

กลางฤดูร้อน รัชศกเทียนอันปีที่สิบแปด เมฆฝนรวมตัวเหนือท้องฟ้านครหลวงติดต่อกันหลายวันดุจไม่คิดจะจางหาย ลมก่อนพายุพัดธงหน้าประตู้จวนสกุลเยี่ยสะบัดดังพรึ่บพรับราวเสียงเตือนภัย ขณะที่ขบวนรถม้าจากเจียงหนานเคลื่อนผ่านประตูใหญ่เข้ามาอย่างครึกครื้น

เยี่ยจิ่งไหวเดินทางไปตรวจร้านค้าของตระกูลนานกว่าสองเดือน เมื่อกลับถึงจวน เขานำหีบของฝากมามากถึงหกใบ เรือนหลักจึงครึกครื้นตั้งแต่เช้า

เยี่ยหวยอันได้รับแท่นฝนหมึกหินเขียว ฟางซื่อได้ผ้าแพรลายเมฆสิบพับ ส่วนเหล่าฟูเหรินได้รับพระพุทธรูปหยกซึ่งเชิญมาจากวัดเก่าแก่ทางใต้

ของอวี๋หนิงเป็นกล่องไม้หอมใบเล็ก

เมื่อเปิดออก ปิ่นทองรูปผีเสื้อคู่ฝังมุกสีชมพูก็ปรากฏแก่สายตา ปีกผีเสื้อทำจากแผ่นทองบางเฉียบ เมื่อขยับเพียงเล็กน้อยจะสั่นไหวราวกับมีชีวิตจริง

"งามเหลือเกินเจ้าค่ะ" ปี้เถาอุทาน

จิ่งไหวยิ้มอย่างพอใจ "พี่เห็นแบบในร้านช่างหลวงเก่า จึงให้คนทำขึ้นใหม่ ใช้เวลาถึงสองเดือนจึงเสร็จ น้องรองชอบหรือไม่"

อวี๋หนิงประคองปิ่นไว้ในฝ่ามือ ปลายหางตาโค้งขึ้นด้วยความยินดี "ของที่พี่ใหญ่มอบให้ ต่อให้เป็นกิ่งไม้ ข้าก็ชอบเจ้าค่ะ"

"เจ้านี่ช่างรู้จักพูด" ฟางซื่อหัวเราะ

ชิงหรานนั่งอยู่ท้ายโต๊ะ นางมองหีบซึ่งถูกยกออกไปทีละใบ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ของทุกคนมีครบแล้วหรือ"

เสียงหัวเราะในห้องพลันเบาลง

จิ่งไหวชะงักไปเล็กน้อย "พี่ไม่รู้ว่าเจ้าชอบสิ่งใด ที่เจียงหนานมีแต่ของสีสันฉูดฉาด เกรงว่าจะไม่ถูกใจเจ้า"

ความจริงคือเขาลืม

คำอธิบายยืดยาวเพียงใดก็กลบความจริงข้อนี้ไม่ได้

ชิงหรานยกถ้วยชาขึ้นจิบ "ไม่เป็นไร ข้าเพียงถามดู"

อวี๋หนิงรีบถอดปิ่นผีเสื้อออก "หากพี่หญิงชอบ ข้ามอบให้ท่านนะเจ้าคะ สีชมพูเข้ากับผิวของท่านมากกว่าข้าเสียอีก"

"พี่ใหญ่ตั้งใจทำให้เจ้า ข้าไม่แย่งของผู้อื่น"

"พวกเราเป็นพี่น้องกัน จะเรียกว่าแย่งได้อย่างไร"

ชิงหรานปรายตามองน้อง "คำนี้เจ้าควรจำไว้ให้ดี"

อวี๋หนิงหน้าเจื่อนลง จิ่งไหวจึงกล่าวตำหนิ "น้องมีน้ำใจ เจ้าไม่รับก็ช่าง เหตุใดต้องประชดประชัน"

"ข้ากล่าวเพียงประโยคเดียว พี่ใหญ่กลับได้ยินเป็นคำประชด เห็นได้ชัดว่าท่านรู้จักข้าดียิ่ง"

ชิงหรานวางถ้วยแล้วลุกจากโต๊ะ นางเดินออกจากเรือนหลักก่อนฝนเม็ดแรกจะตกลงมา

เย็นวันนั้น ปี้เถานำกล่องปิ่นมาที่เรือนของนาง

"คุณหนูรองเกรงว่าคุณหนูใหญ่จะไม่สบายใจ จึงให้บ่าวนำปิ่นมาให้ท่านลองเจ้าค่ะ"

"นำกลับไป"

"คุณหนูรองกำชับว่าหากบ่าวนำกลับ นางจะคิดว่าท่านยังโกรธ"

ชิงหรานกำลังคัดบัญชี จึงไม่เงยหน้า "เช่นนั้นก็ให้นางคิดว่าข้าโกรธ"

ปี้เถายืนอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางกล่องลงบนโต๊ะข้างประตู "บ่าววางไว้ตรงนี้นะเจ้าคะ พรุ่งนี้ค่อยมารับคืน"

เหลียนจือจะเรียกไว้ ทว่าสาวใช้ผู้นั้นรีบวิ่งฝ่าสายฝนจากไปเสียแล้ว

"คุณหนู ให้บ่าวนำไปคืนเถิดเจ้าค่ะ"

ชิงหรานมองกล่องไม้ ดวงตาพลันเย็นลง "อย่าแตะต้อง เรียกสาวใช้หน้าลานสองคนเข้ามา ให้พวกนางเห็นว่าของยังอยู่ตรงนี้ จากนั้นปิดประตูเรือน"

หลังเหตุการณ์ตลับยา นางไม่คิดรับสิ่งใดจากเรือนหนิงเซียงโดยไม่มีพยานอีก

ทว่ารุ่งเช้า กล่องใบนั้นกลับว่างเปล่า

ปิ่นผีเสื้อหายไปโดยที่ประตูหน้าต่างไม่มีร่องรอยงัดแงะ สาวใช้เฝ้าลานยืนยันว่าเมื่อคืนไม่มีผู้ใดเข้าออก ยกเว้นเหลียนจือซึ่งไปตักน้ำหนึ่งครั้ง

ยังไม่ทันที่ชิงหรานจะค้นหาทั่วห้อง เสียงร้องไห้ของปี้เถาก็ดังมาจากหน้าประตู

"คุณหนูใหญ่ โปรดคืนปิ่นเถิดเจ้าค่ะ คุณหนูรองไม่กล้าทวง เกรงว่าจะทำให้ท่านเสียใจ แต่ของชิ้นนั้นพี่ใหญ่ตั้งใจมอบให้ นางรักยิ่งกว่าชีวิตนะเจ้าคะ"

เสียงดังกล่าวเรียกคนมามุงดู ไม่นานฟางซื่อกับจิ่งไหวก็มาถึง

"เกิดสิ่งใดขึ้น" ฟางซื่อถาม

ปี้เถาคุกเข่าพลางเล่าว่าเมื่อคืนตนนำปิ่นมาให้ชิงหรานลอง เช้านี้กลับมารับ ของก็หายไปแล้ว

"พี่หญิงคงเก็บไว้ผิดที่" อวี๋หนิงซึ่งตามมาทีหลังกล่าว ดวงตาแดงเรื่อ "ไม่ต้องค้นหรอกเจ้าค่ะ ข้ามอบให้พี่หญิงก็ได้"

จิ่งไหวหันมาหาชิงหราน "หากเจ้าชอบ เหตุใดเมื่อวานไม่พูดตรง ๆ ต้องทำให้น้องลำบากใจถึงเพียงนี้หรือ"

"ข้าไม่ได้เอาไป"

"กล่องอยู่ในเรือนเจ้า คนของเจ้ายืนยันว่าไม่มีคนนอกเข้าออก แล้วปิ่นจะหายไปเองได้อย่างไร"

ชิงหรานไม่ตอบ นางเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดลิ้นชักทุกชั้น จากนั้นค้นหีบเสื้อผ้าและชั้นหนังสือ เหลียนจือช่วยค้นจนเหงื่อซึม ทว่าไม่พบสิ่งใด

กระทั่งสาวใช้คนหนึ่งยกตะกร้าด้ายปักใต้เตียงออกมา ปิ่นผีเสื้อคู่ก็หล่นกระทบพื้น

เสียงมุกกระทบหินดังเพียงแผ่วเบา

ทว่าทุกคนได้ยินชัดเจน

ฟางซื่อหลับตาลงอย่างผิดหวัง "ชิงหราน เจ้าจะกล่าวเช่นไรอีก"

เหลียนจือรีบคุกเข่า "ฮูหยินเจ้าคะ ตะกร้าใบนั้นบ่าวไม่ได้ใช้มาหลายวัน ของต้องถูกผู้อื่นนำมาซ่อนแน่!"

"เมื่อคืนมีเพียงเจ้าเข้าออก หรือเจ้าจะบอกว่าตนเป็นคนซ่อน" จิ่งไหวถาม

เหลียนจือหน้าซีด ไม่อาจตอบ

ชิงหรานหยิบปิ่นขึ้นมา นางพิจารณาก้านทองซึ่งมีรอยดินแดงติดอยู่เล็กน้อย ดินชนิดนี้ไม่มีในเรือนของนาง ทว่าทางเดินหลังเรือนหนิงเซียงเพิ่งโรยดินแดงเพื่อปลูกโบตั๋นพันธุ์ใหม่

"เมื่อคืนมีคนเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลัง" นางกล่าว "สาวใช้เฝ้าเพียงหน้าลาน ส่วนรอยเท้าคงถูกฝนชะไปแล้ว"

"เจ้ากำลังกล่าวหาน้องอีกหรือ" ฟางซื่อถาม

"ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใด เหตุใดท่านแม่จึงนึกถึงนางทุกครั้ง"

อวี๋หนิงสะอื้น "พี่หญิง หากท่านต้องการ ข้าให้ท่านจริง ๆ เจ้าค่ะ อย่าให้พวกเราทะเลาะกันเพราะของเพียงชิ้นเดียวเลย"

ชิงหรานมองปิ่นผีเสื้อในมือ ปีกทองสั่นไหว งดงามดังคำชื่นชม ทว่าเมื่อพลิกด้านล่างกลับเห็นรอยขีดเล็ก ๆ คล้ายถูกทำเครื่องหมายไว้ล่วงหน้า

ของชิ้นนี้ไม่เคยถูกส่งมาเพราะความหวังดี

มันเป็นเหยื่อล่อซึ่งห่อด้วยทองคำ

นางเดินไปหาอวี๋หนิงแล้วปักปิ่นคืนบนมวยผมให้อย่างแรงจนอีกฝ่ายสะดุ้ง

"เก็บของเจ้าไว้ให้ดี" ชิงหรานกล่าว "ข้าอาจเคยอยากได้สิ่งที่เจ้าได้รับ ทว่าอย่าคิดว่าของทุกชิ้นซึ่งผ่านมือเจ้าแล้ว ข้ายังอยากแตะต้อง"

"เจ้าพูดเกินไปแล้ว!" จิ่งไหวตำหนิ

ชิงหรานหันไปมองพี่ชาย "ท่านลืมของข้า ข้าไม่โกรธ ทว่าท่านอย่าใช้ของที่มอบให้นางมาตัดสินว่าข้าเป็นขโมย"

จิ่งไหวชะงัก คำแก้ตัวทั้งหมดซึ่งเตรียมไว้พลันติดอยู่ในลำคอ

"หากวันหนึ่งท่านคิดจะซื้อของให้ข้าด้วยความรู้สึกผิด ก็ไม่ต้องซื้อ" นางกล่าวต่อ "สิ่งที่ถูกลืมไปแล้ว ต่อให้นำทองคำมาชดเชยก็ไร้ความหมาย"

ฝนด้านนอกตกหนักขึ้น ชิงหรานเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจผู้ใด

คืนนั้น จิ่งไหวผ่านห้องหนังสือเก่าและเห็นกล่องไม้ของน้องสาววางเปิดอยู่ ภายในเก็บของเพียงไม่กี่ชิ้น มีลูกข่างไม้ซึ่งบิดาเคยซื้อให้ตอนนางอายุห้าขวบ ผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่มารดาปักชื่อให้ และผีเสื้อไม้ฝีมือหยาบหนึ่งตัว

เขาจำได้ราง ๆ ว่าเมื่อครั้งยังเด็ก ชิงหรานเคยชอบผีเสื้อมาก นางวิ่งตามมันไปทั่วสวนและเคยขอให้เขาช่วยจับให้

ทว่าหลังอวี๋หนิงเกิด ไม่มีผู้ใดถามอีกว่านางชอบสิ่งใด

จิ่งไหวยืนอยู่หน้ากล่องนานหลายอึดใจ ก่อนปิดฝาลงอย่างช้า ๆ

ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้เดินไปขอโทษ

เพราะบางครั้ง การยอมรับว่าตนลำเอียงยากกว่าการกล่าวหาผู้อื่นนับร้อยเท่า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel