4
ตะวันลาลับขอบฟ้าแล้วหากยังคงมีแสงสลัวจากเปลวเทียนนับพันเล่ม ใต้จันทราสีชาดดวงเดียวในภพภูมิปีศาจทำให้โดยรอบบริเวณแลดูงดงาม ลึกลับ น่าพิศวง บุปผชาตินานาพรรณเบ่งบาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าของจวนมิได้โปรดปรานการปลูกสวนดอกไม้ จะมีเพียงประปรายพอให้เป็นที่สำหรับรับรองแขก
“ปีศาจแมงมุม นายท่านกล่าวว่าพวกนางเจ้าเล่ห์เกินงาม ชื่นชอบการวางยาพิษ กักขังสามีไว้ในใยแมงมุมของพวกนาง ปีศาจเงือก นายท่านกล่าวว่าเหม็นคาว ท่านไม่โปรดปรานภรรยาผู้จะทำให้รู้สึกว่าท่านกำลังกินนอนอยู่กับปลาทุกวัน”
จางเหว่ยตอบผู้อาวุโสทั้งหลาย ส่วนตัวเขาเคยพบนางเงือกใบหน้างดงามดุจธิดาสวรรค์ พวกนางมีกลิ่นกายยั่วยวนปานบุปผาทว่าไม่ใช่กับเหล่าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งรับรู้กลิ่นได้มากกว่ากลิ่นของดอกไม้ บางคราพวกนางก็มีกลิ่นของปะการัง! เศษซากศพในท้องนทีที่พวกนางกลืนกิน
“มัจฉา เอร็ดอร่อยกว่าที่พวกท่านคิด...”
“เช่นนั้นข้าอนุญาตให้เจ้ามีภรรยาเป็นมัจฉา ตงหยาง แต่ระวังให้ดี ข้าได้ยินว่านางปีศาจเงือก แม้กระทั่งสามีเพิ่งแต่งงานหมาด ๆ สามารถเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยของพวกนาง”
ทหารจิ้งจอกล้วนเคยต่อสู้กับปีศาจเงือก จึงรู้ว่าความงดงามเป็นเพียงสิ่งนอกกาย ปั้นแต่งขึ้นได้ด้วยเวทปีศาจ เขี้ยวของพวกนางอาบยาพิษ ทำให้กล้ามเนื้อชา การกินบุรุษร่างใหญ่กำยำ พละกำลังมากกว่าไม่ใช่เรื่องยาก
ฮุ่ยเฟินพึ่งเสกสรรตั่งนั่งขนาดเล็กที่แกะสลักอย่างประณีต ประดับด้วยมรกตงดงาม สีเดียวกับนัยน์ตาของปักษา อุ้มประคองปักษาที่แสนบอบบางมายืนเกาะบนสันไม้สักแดง เมื่อเขามิได้นำพานางมาด้วยการเคลื่อนย้ายตนเยี่ยงปีศาจ
ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แลดูอารมณ์ดี เจรจามากกว่าทุกวันในสายตาของเหล่าทหาร ถึงสุดท้ายแล้วมิอาจหาข้อสรุปได้ว่าท่านผู้นำจะเลือกเผ่าพันธุ์ใดเป็นภรรยา เพียงพูดเปรยขึ้นมาด้วยแววตาเอ็นดู มองไปยังปักษา
“ดีล่ะ ราตรีที่สิบนี้... ข้าจะมีภรรยา”
--------------------------
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีนิล ปักทอด้วยด้ายทองลวดลายพฤกษชาติ หางที่พลิ้วไหวทั้งเก้าตัดกับสีชาดบริเวณปลายหาง คงมีเพียงผู้เดียวในดินแดนปีศาจจิ้งจอก
รองเท้ากำมะหยี่ก้าวย่างสุขุมออกจากห้องพำนักอาศัยในจวนโอ่อ่า ทั้งอาภรณ์และเครื่องหยกสีนิลเต็มยศเจ้าเมืองฟู่ ผู้เฒ่าทั้งหลายเข้ามาไถ่ถามเรื่องอาภรณ์ในวันสำคัญ การจัดงานเฉลิมฉลองวิวาห์ยิ่งใหญ่
ฮุ่ยเฟินไม่คิดว่าจำเป็นสำหรับพิธีรีตอง ซ้ำยังปล่อยให้สตรีจิ้งจอกผู้มาเฝ้ารอการคัดเลือกตัวเจ้าสาว นั่งรอในจวนตามอัธยาศัย โดยไม่ได้พูดถึงการเลือกคู่ครอง หลังจากที่อาวุโสทั้งหลายวิ่งวุ่นเป็นธุระไปคัดสรรสตรีผู้สูงศักดิ์ทรงพลังในเมืองปีศาจมาให้ท่านผู้นำ ด้วยความยากลำบาก ให้เขาเชยชมใบหน้างามโฉบเฉี่ยวของพวกนาง บ้างมีความอ่อนหวานหากแอบแฝงจริตมารยาเยี่ยงปีศาจ ฮุ่ยเฟินตรงไปหาองครักษ์คนสนิทด้านหน้าจวน บริเวณลานกว้าง มิได้ให้ความสนใจสตรีผู้สวมอาภรณ์งดงามสีชาด ไม่ต่างจากว่าจะมาตบแต่งกับเขาในค่ำคืนนี้
“ตงหยาง! เจ้าได้ของที่ข้าให้ไปหามาหรือยัง?”
“ขอรับนายท่าน!”
จางเหว่ยทุบกำปั้นลงพสุธา เฟยฟา ตงหยางปรากฏตัวในฝั่งตรงกันข้ามนายท่าน กำลังยืนรอของวิเศษจากพวกเขา คนใดคนหนึ่งซุกซ่อนมันเอาไว้ใต้ชายอาภรณ์ ทั้งสามมองหน้ากันด้วยท่าทีเป็นกังวล
--------------------------
“ไข่มุกทะเลลึกทิศประจิม แหล่งสะสมพลังเทพชั้นเลิศ เรียกได้ว่าเป็นขุมพลังใหม่ไม่ต่างจากเทพผู้ถือกำเนิดในเทวโลกจากลูกแก้วแห่งชีวิต เจ้ารีบส่งไข่มุกมาให้ข้า...” สิ้นคำ ฝ่ามือหนาผายออกเรียกมุกสีขาวจากกระเป๋าขององครักษ์ ฮุ่ยเฟินเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อเขามากเพียงใด ต่างเอาแต่มองหน้ากันบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมให้เขาได้ครอบครองไข่มุกชิ้นนี้ง่ายดายนัก ทว่าเขาไม่คิดประวิงเวลาเฝ้ารอให้องครักษ์ยื่นสมบัติเทพให้แต่โดยดี ชิงมันมาไว้ในฝ่ามือขวา ก้มหน้าลงมองหาสัตว์เลี้ยงตัวโปรด
“ลำพัง... พลังของข้าไม่เพียงพอจะทำให้เทพปรากฏตน ต้องขอบคุณท่านย่าจริง ๆ ข้าจึงเรียนรู้วิธีควบคุมพลังแห่งหยาง”
ไข่มุกทะเลลึกทิศประจิมทอประกายตามฝ่ามือที่ผายออก มิได้มีผู้ใดล่วงรู้แผนการของนายท่าน
ปักษาที่จิกกรงเล็บแน่นบนเสื้อสีนิลรับรู้ถึงภัยมาเยือน นางสบประสานสายตาเข้ากับนัยน์ตาสีชาดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ ครู่นั้น แสงจรัสจ้าซัดใส่นางหล่นตุบลงพื้น
สตรีใบหน้างามหมดจดในอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้าน เปิดเผยแววตาหวาดหวั่นพรั่นพรึง ต่อหน้าราชาจิ้งจอกผู้กำลังจ้องมองนางด้วยท่าทางพึงใจ เขี้ยวคมปรากฏตรงมุมปากหนาหยักได้รูป คล้ายจะยิ้มก็ไม่ได้ยิ้มเสียทีเดียว เขาทำให้นางยิ่งหวาดกลัว เมื่อส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“เป็นอย่างที่ข้าคิด... เผ่าพันธุ์ปักษาในเมืองเทพล้วนมีนัยน์ตาสีมรกต”
“ท่าน... รู้หรือ?”
“รู้...”
ฮุ่ยเฟินสังหรณ์ใจตั้งแต่คราแรกสบตานางในโคลนพิษ ยามนี้เขายังคงเฝ้ามองแก้มแดงซ่านของเทพธิดา ริมฝีปากบางกระจับอมแดงอมชมพู นางแลดูไร้เดียงสาไม่ใคร่เหมือนสตรีในเมืองปีศาจ นางมีตราเทพกลางหน้าผาก วาดด้วยพู่กันสีชาด อักขระงดงามคล้ายปีกปักษา รอบกายอรชรมีพลังแห่งไข่มุกทะเลลึกไหลวนดังนทีใสสะอาดในมหาสมุทรห่อหุ้มร่างมัจฉา
“...งดงามกว่าที่ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่ากล่าวขานจากท่านย่า ความงามของเจ้าห่างไกลอยู่มากนัก”
ฮุ่ยเฟินยังคงเฝ้ามองปักษาด้วยแววตาหลงใหล ขณะนัยน์ตาสีมรกตงดงามส่ายมองไปยังบุรุษร่างกำยำ พุ่งเข้ามาห้อมล้อมนางอย่างพร้อมเพรียง
เหล่าพลทหารจิ้งจอกมีจำนวนมากมหาศาลเท่ากองทัพยิ่งใหญ่บนสวรรค์ ทหารระดับสูงถือกระบี่ นายพลจิ้งจอกแยกคมเขี้ยวขู่ฟ่อ กางเล็บสีนิลที่เต็มไปด้วยไอสังหาร ประหนึ่งนางเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ผู้จะต้องได้รับการจับกุมตัวไปลงทัณฑ์ กระทั่งฝ่ามือหนายกขึ้นปราม
“ห้ามมิให้ใครทำร้ายเจ้าปักษาน้อยของข้าทั้งสิ้น”
