2
ฮุ่ยเฟินเป็นผู้ควบคุมเวทที่ดี ทั้งเวทแห่งท้องนที เวทปีศาจอันกล้าแกร่งของราชาจิ้งจอกแต่โบราณกาล แม้กระทั่งเวทแห่งการรักษา ถึงแม้ว่าเขาไม่เคยล่วงรู้วิธีการอ่อนโยนต่อสัตว์ อุปนิสัยของเขาจึงชอบเก็บสัตว์ชนิดต่าง ๆ มาฟูมฟักในระยะเวลาไม่นาน พวกมันมักตายคามือไปเสียทุกราย
บุรุษจิ้งจอกเขย่ามือในน้ำ ถูไถร่างเปรอะเปื้อนเหมือนกำลังล้างถ้วยชามซึ่งเขาไม่เคยทำหน้าที่เหล่านั้นมาก่อน ด้วยความเป็นเจ้านครยิ่งใหญ่ จะมีบ่าวรับใช้มาจัดการมัน เขาเปลี่ยนน้ำใสสะอาดอีกหนึ่งถัง แลเห็นโลหิตบริเวณลำคอไหลซึมออกมาเพราะสัมผัสเข้ากับกรงเล็บสีนิล
“นางปักษาตนนี้ขัดใจข้าเสียจริง จับนิดหน่อยก็เลือดไหล ไหนจะชอบทำหน้าตาน่ากลัว ถลึงตาอ้าปาก ยังกับว่าข้าเป็นจอมมารผู้จะปลิดชีพนาง”
“ท่านเรียก ‘มัน’ ว่า ‘นาง’ หรือขอรับ?”
“ใช่น่ะสิ นางเหมือนข้ากับเจ้าที่ไหน? จางเหว่ย ก็ต้องเป็นนาง จะให้เป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง” สิ้นคำ ฮุ่ยเฟินเปิดเผยปักษาสะอาดที่ไม่กล้าแม้จะสลัดขน แหวกกลางขาเล็ก ๆ ของปักษาให้องครักษ์ทั้งสามดูว่าไม่ใช่ตัวผู้แน่นอน
ปักษาสะอาดสะอ้านพยายามหลบเลี่ยงนัยน์ตาสีชาดของเหล่าปีศาจอย่างเอียงอาย ขณะที่คงไม่มีใครเห็นว่าปักษาตนนี้จะมีอวัยวะเพศ มองเห็นเป็นขนเรียบ ๆ ไปเสียหมด ยังเป็นเพราะสุนัขจิ้งจอกล้วนจมูกไว ไม่พบว่านางมีกลิ่นอะไรนอกเสียจากกลิ่นดินโคลน หากเป็นตัวผู้ พวกเขาจะได้กลิ่นว่องไวไม่ว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน ไม่เว้นแม้กระทั่งบุรุษเทพหรือปีศาจ
“นางไม่มีกลิ่นให้ท่านรู้สึกสะอิดสะเอียน มีเพียงกลิ่นดินโคลน มิน่าเล่าท่านจึงได้เก็บนางมา”
“ท่านฮุ่ยเฟินไม่ถูกกับสตรี แม้แต่กับสัตว์ก็ยังไม่ได้ นางโชคดีที่รอดชีวิตมาเพราะท่าน”
ไม่มีใครกล่าวต่อว่าท่านผู้นำได้กลิ่นของปีศาจสตรีแล้วครั่นเนื้อตัว หาใช่เพราะแรงราคะกำหนัดไม่ และก็มิใช่ว่าเกิดความปรารถนาในตัวพวกนาง องครักษ์ผู้สนิทสนมเคียงกายจำได้ว่าครั้งหนึ่งท่านผู้นำแห่งแดนจิ้งจอก สำลักกลิ่นสตรีจนอาเจียนออกมาเต็มพื้นเรือน ฮุ่ยเฟินเห็นอะไรก็พาลหงุดหงิดไปเสียหมด เมื่อถึงเทศกาลจับคู่ของเหล่าจิ้งจอก
อาจเรียกเป็นวิบากกรรมก็ว่าได้...
กรงเล็บสีนิลจับจุ่มร่างสีขาวสะอาดขึ้นมาจากถังไม้ มือข้างซ้ายยกขึ้นปัดหน้ามันด้วยไอหยินครั้งหนึ่ง ร่างเปียกปอนกลับคอพับคออ่อน ปิดตาลงหลับใหล ฮุ่ยเฟินขมวดคิ้วมุ่นมองร่างหมดสติในกำมืออย่างฉงน
“อืม... แม้จะแตะต้องเวทหยินก็ยังไม่ได้ นางปักษาตนนี้เปราะบางกว่าที่ข้าคิดเอาไว้”
--------------------------
ฮุ่ยเฟินเริ่มจากการควบคุมพลังหยินในปริมาณเล็กน้อย สลับเปลี่ยนกับการใช้พลังหยางระหว่างการเฝ้าดูแลเจ้าปักษา โดยมีเหล่าองครักษ์เข้ามาให้ความช่วยเหลือ เอ่ยปรามเขาเรื่องการดูแลปักษาแห่งเมืองเทพซึ่งมาพำนักอาศัยในเมืองปีศาจว่ามิใช่เรื่องง่ายดาย
นางปักษาตนนี้นอกเสียจากบอบบางแล้วยังบาดเจ็บสาหัส จากโคลนพิษที่ออกฤทธิ์ทำลาย ดูดร่างลงไปจนขาดอากาศหายใจ หลังจากที่นางดิ้นรนจนหมดสติ มีโอกาสเป็นไปได้ว่าอาจกลายเป็นปักษาสติไม่สมประกอบ เมื่อไรนางหายดี ควรส่งกลับเมืองเทพไปเสีย ไม่ให้เป็นภาระในเมืองปีศาจ
กลางห้องกว้างขวางที่มีฟูกนอนและโต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ราวห้องประทับบรรทมของกษัตริย์ หากเต็มไปด้วยสมบัติของราชา เครื่องเรือนล้วนเป็นสีนิล ของสะสมมากมายบ่งบอกว่าจิ้งจอกผู้นี้โปรดปรานการออกไปท่องเที่ยวเตร็ดเตร่ เก็บของบางสิ่งติดมือกลับมาด้วยเสมอ
เหล่าองครักษ์เฝ้ามองนายท่านตั้งใจใช้เวทหยาง บรรจงมือเช็ดศีรษะปักษาให้แห้งด้วยผ้าขนแกะหนา หลังอาบน้ำแปรงขนสีขาวสะอาดให้นาง เจ้าปักษายืนคอตก หลับตาในสภาพว่าเป็นปักษาป่วยหนัก
“ปีกนางหักข้างหนึ่ง การเสาะหายารักษาสัตว์เทพในเมืองจิ้งจอก เกรงว่าไม่มีผู้ใดมี แม้การจะครอบครองสักกระปุกหนึ่ง ท่านผู้นำรุ่นก่อนได้ออกข้อห้ามเรื่องการลักลอบนำสิ่งของจากเมืองเทพเข้ามาโดยเด็ดขาด”
“ถ้าพวกเจ้าหายาวิเศษมารักษานางไม่ได้ ข้าจะเดินทางไปเมืองเทพด้วยตนเอง ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับข้า”
การมีปักษาเทพสักตัวในเมือง นับเป็นข้อครหาไม่พอใจของปีศาจตนอื่น ๆ จะอย่างไรเสีย องครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฟาไม่กล้าขัดใจ
“ข้าน้อยจะไปนำยารักษาจากเทวโลกมาให้นายท่านขอรับ ความพึงพอใจของนายท่านเปรียบดั่งภารกิจสำคัญ เท่าชีวิตพวกข้า” เอ่ยพลางยกมือก้มศีรษะคำนับท่านผู้นำ จางเหว่ยออกไปถ่ายทอดคำสั่งเรื่องการนำยารักษาสัตว์เทพ นำมันมาให้นายท่านให้ได้ภายในสามราตรี ตงหยางสั่งให้แยกย้ายกำลังพลไปเมืองเหยียนของปีศาจอสรพิษ มิให้เอิกเกริกมากนัก ส่วนหนึ่งให้เดินทางไปเทวโลก เพื่อเสาะหาเทพแห่งการรักษา อาจไปภพภูมิลับแล ขอยารักษามาจากบรรดานักพรตผู้บำเพ็ญตนอย่างแม่เฒ่าเมิ่งเฉียนเป่ย อาวุโสผู้มีเมตตา เป็นที่นับหน้าถือตาของทั้งเหล่าเทพและปีศาจ เป็นไปได้ว่าอาจมีสักหนทางหนึ่ง หากมีสิ่งอื่นติดมือกลับมาด้วยก็เป็นเรื่องดี จะได้รับการตกรางวัลอย่างงาม
ฮุ่ยเฟินคงไม่ถือสาที่มีปากเสียงกับองครักษ์เล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สุนัขล้วนมีอุปนิสัยซื่อสัตย์ ถึงแม้พวกเขาจะเป็นปีศาจ เขายังใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก นำเจ้าปักษาวางลงบนฟูกแล้วนั่งลง ฉับพลันนั้น ชายอาภรณ์สีนิลสะบัด เผลอปัดพลังหยินใส่นาง จึงหลับใหลไปในสภาพปักษาหมดสติ กว่าที่นัยน์ตาสีมรกตจะเปิดเผยขึ้นให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง เขาออกคำสั่งให้บ่าวรับใช้ทำฟูกนอนอันใหม่ เสมือนเบาะนอนของสัตว์เลี้ยงซึ่งมนุษย์หันมานิยมปักทอเบาะผ้ายัดด้วยต้นนุ่น
