ตอนที่ 2 ปลดปล่อยความร้อนแรง nc
ทุกครั้งที่ องค์ฮ่องเต้หยางหมิง แตะสัมผัสเรือนร่างของ หลานอวิ๋น ฮองเฮา นางก็จะส่งเสียงกระเส่าออกมาโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ความรู้สึกอันร้อนระอุจากการสัมผัสของพระองค์เป็นเหมือนแรงดึงดูดที่ส่งผ่านไปทั่วทั้งร่าง ความรู้สึกตื่นเต้นระคนกับความสุขทำให้เสียงที่หลุดออกจากปากนางแฝงไปด้วยความเร่าร้อนอย่างแท้จริง
“อืม…” เสียงกระเส่าที่เปล่งออกมานั้นมีความเย้ายวนใจ แม้มันจะไม่ใช่เสียงคำพูด แต่กลับสื่อถึงอารมณ์และความต้องการที่ถูกปลุกเร้าขึ้นในทันที ทุกครั้งที่หยางหมิงสัมผัสนาง ราวกับว่าเขาได้จุดประกายไฟปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในใจของนางให้ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของนางตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างอ่อนไหว ทุกการสัมผัสล้วนเต็มไปด้วยพลังและความรู้สึกที่หลุดออกมาอย่างไม่รู้ตัว หลานอวิ๋นไม่อาจระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในใจได้ และเสียงกระเส่าที่นางส่งออกมานั้นกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ความเร่าร้อนระหว่างทั้งคู่ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก
“เจ้าคือทุกสิ่งที่ข้าต้องการ…” ฮ่องเต้หยางหมิงกล่าวเสียงแผ่ว ขณะที่ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยแรงปรารถนา เขารู้ดีว่าเสียงกระเส่าของนางเป็นเครื่องยืนยันถึงความรู้สึกที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เป็นการบอกกล่าวถึงความต้องการอันร้อนแรงที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ในห้วงเวลานั้น ทั้งสองคนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ร่างกายที่เต็มไปด้วยความต้องการนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เสียงกระเส่าของหลานอวิ๋นจึงกลายเป็นดนตรีที่แสดงถึงความรักและความต้องการอันไม่มีวันสิ้นสุดระหว่างจักรพรรดิและฮองเฮาผู้เลอโฉม
ยิ่ง หลานอวิ๋น ส่งเสียงออกมาด้วยความพึงพอใจมากขึ้นเท่าไหร่ แกนกลางของ องค์ฮ่องเต้หยางหมิง ก็ยิ่งทวีความดุเดือดรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น เสียงกระเส่าของนางกระตุ้นความรู้สึกในตัวเขาให้พลุ่งพล่าน และในขณะที่ความเร่าร้อนที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดระหว่างพวกเขาเพิ่มมากขึ้น สติของพระองค์กลับเริ่มหลุดลอยไปทีละน้อย
“อู๊ย…” เสียงของนางเป็นเหมือนมนต์สะกด ทำให้พระองค์รู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในโลกแห่งอารมณ์และความต้องการอันร้อนแรง มันเหมือนกับว่าเขาถูกเชื้อเชิญให้ดำดิ่งลงไปในความปรารถนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ร่างกายของเขาตอบสนองต่อการสัมผัสและเสียงของนางอย่างรุนแรง
ในขณะที่ฮ่องเต้หยางหมิงสัมผัสเรือนร่างอันเย้ายวนของหลานอวิ๋น แกนกลางของเขาก็เริ่มแข็งตัวอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกเหมือนถูกเผาไหม้ในไฟแห่งความปรารถนาทำให้พระองค์แทบไม่อาจควบคุมตัวเองได้ มันเป็นการประทุที่รุนแรง จนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย
“หลานอวิ๋น…” เสียงของเขาสั่นระริก สายตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาจ้องมองนางอย่างหลงใหล จิตใจเริ่มพร่ามัว ขอบเขตระหว่างความรักและความต้องการเริ่มเลือนราง การต่อสู้ระหว่างความรู้สึกและสติสัมปชัญญะนั้นไม่เคยหนักหน่วงขนาดนี้มาก่อน
นางคือแหล่งกำเนิดของอารมณ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ และพระองค์ก็รู้ดีว่าในตอนนี้ ความต้องการนี้ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดแล้ว การควบคุมกลายเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ในห้วงแห่งความร้อนแรงนี้ ทุกอย่างดูเหมือนจะหายไป เหลือเพียงแค่ความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างเขากับนาง...
สตรีนางนี้เสมือนกับผู้ที่เสพติดความร้อนแรงและความปรารถนา ยิ่งนางรู้ตัวว่าพระองค์รู้สึกพึงพอใจมากขึ้นเท่าไหร่ นางก็ยิ่งเติมเชื้อไฟแห่งอารมณ์อันดุเดือดให้ลุกโชนมากขึ้นเท่านั้น
“อู๊ยย...” เสียงกระเส่าที่หลุดออกจากปากนางแสดงถึงความสุขสมอันสูงสุดในใจ และเมื่อความร้อนแรงเพิ่มมากขึ้น น้ำเสียงที่เปล่งออกจากพระองค์ก็ยิ่งร้อนแรงและดังก้องไปทั่วห้อง “อ๊า...” เสียงนั้นสั่นระริกด้วยความปรารถนาและความหลงใหล ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง
หลานอวิ๋นมีความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินเสียงของพระองค์ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นไม่เพียงแต่ทำให้หัวใจของนางเต้นแรง แต่ยังเติมเต็มความรู้สึกอิ่มเอมในตัวนาง มันเป็นการยืนยันว่าอารมณ์อันดุเดือดนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาได้สร้างร่วมกัน ทุกครั้งที่นางกระตุ้นความต้องการของเขา ร่างกายของนางก็เหมือนจะหลอมรวมเข้ากับความรู้สึกนั้น
“นี่คือน้ำเสียงของพระองค์…” นางกระซิบเบา ๆ ใกล้ชิดพระองค์ โดยที่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความพึงพอใจและความเย้ายวนใจ นางรู้สึกเป็นสุขที่ได้เห็นความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในแววตาของพระองค์ ซึ่งเต็มไปด้วยความปรารถนาและความร้อนแรงที่ไม่อาจระงับ
“ข้า... ต้องการเจ้า...” เสียงของหยางหมิงสั่นไหว ราวกับเสียงแห่งความปรารถนาที่เรียกร้องให้เขาเข้าหานางให้มากขึ้น ความเร่าร้อนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การเติมเต็ม แต่ยังคือการกระตุ้นให้ทั้งคู่ดำดิ่งลงไปในโลกแห่งอารมณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นด้วยกัน
“แล้วพระองค์จะมัวรออะไรอยู่เพคะ…” หลานอวิ๋น กระซิบเสียงหวานที่แฝงด้วยความเย้ายวน ขณะที่ดวงตาของนางจ้องมอง องค์ฮ่องเต้หยางหมิง อย่างมีเสน่ห์ ราวกับว่านางกำลังชักจูงให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง
“เรือนร่างของหม่อมฉันเป็นของพระองค์มาโดยตลอด” คำพูดนี้แสดงออกถึงความมั่นใจในตัวนางอย่างเต็มเปี่ยม และมันก็เหมือนกับการเปิดเผยความปรารถนาที่ลึกซึ้งในจิตใจของนาง ทั้งที่เป็นความจริงที่ฮ่องเต้รู้ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากนาง มันกลับกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้พระองค์แทบไม่อาจต้านทานได้
เรือนร่างที่งดงามของนางเป็นเหมือนแรงดึงดูดที่เขาไม่อาจละสายตาได้ มันช่างเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความต้องการที่อัดแน่นอยู่ภายใน เสน่ห์อันเย้ายวนใจของหลานอวิ๋นทำให้ความเร่าร้อนในพระองค์เพิ่มมากขึ้น จนรู้สึกได้ว่าพลังอันร้อนแรงนั้นกำลังแผ่ขยายออกไป
“ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าไป” เสียงของหยางหมิงทุ้มต่ำแต่มีพลัง อารมณ์ความต้องการเริ่มล้นหลาม และในขณะนี้ เขารู้ดีว่าการรอคอยเป็นเพียงการสูญเสียเวลาในความรักและความปรารถนาที่พวกเขามีต่อกัน
“หม่อมฉันรอพระองค์อยู่…” เสียงของนางเป็นคำเชื้อเชิญอันเย้ายวน ที่ทำให้หัวใจขององค์ฮ่องเต้เต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ทุกสัมผัสและทุกคำพูดที่นางพูดออกมาล้วนสร้างแรงกระตุ้นให้เขาเข้าใกล้เธอมากขึ้น ราวกับว่านางเป็นเปลวไฟที่รอคอยการเติมเชื้อเพลิงจากเขาให้ลุกโชนขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด
ฮ่องเต้หยางหมิง ไม่รอช้า เมื่อได้ยินคำเชื้อเชิญจาก หลานอวิ๋น เขาจึงปลดปล่อยอารมณ์และความรู้สึกของตนออกมาอย่างเต็มที่ ร่างของเขาเคลื่อนไหวเข้าใกล้นาง หัวใจที่เต็มไปด้วยความปรารถนาทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะเคลื่อนที่ช้าลง ในวินาทีที่ร่างของเขาและนางประสานกัน ความร้อนแรงที่พวกเขารู้สึกมีอานุภาพเกินกว่าจะบรรยาย
เมื่อทั้งคู่สัมผัสกัน เสียงกระเส่าของนางก็ดังขึ้นพร้อมกับการปลดปล่อยที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง การสัมผัสและการเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นไปอย่างเต็มอิ่ม ราวกับทุกอย่างได้เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ในชั่วขณะนั้น ร่างของคนทั้งคู่สั่นกระตุกอย่างรุนแรงด้วยความพึงพอใจและความรู้สึกอันรุนแรง
ในช่วงเวลานี้ ความปรารถนาทั้งหมดได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว ความร้อนแรงที่เดือดพล่านในใจกลับค่อยๆ เบาบางลง แต่ยังคงหลงเหลือไว้ซึ่งความรู้สึกอิ่มเอมและความสุขสม องค์ฮ่องเต้รู้สึกถึงการปลดปล่อยที่ทำให้เขาได้สัมผัสถึงความใกล้ชิดกับนางอย่างแท้จริง
“หลานอวิ๋น…” พระองค์เอ่ยชื่อของนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา สัมผัสของเขายังคงอยู่บนเรือนร่างของนาง ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มความต้องการ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาร่วมกัน
