ฤทธิ์ยาหรือฤทธิ์รักNC18+
ศรันย์ถอนจุมพิตออกมาเพียงนิด เพื่อมองสบตาที่รื้นน้ำตาของเธออีกครั้ง ดวงตาของเขาเข้มจัดด้วยอารมณ์รักและปรารถนาที่ปิดไม่มิด
“ถ้าฉันเริ่มแล้ว... ฉันจะหยุดไม่ได้นะ” เขาให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่คำตอบของมะปรางคือการโน้มคอเขาลงมาหาอีกครั้ง พร้อมกับลมหายใจที่สอดประสานกันจนแยกไม่ออก
ในห้องที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวและความร้อนแรงที่ค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิขึ้น ศรันย์เริ่มขยับมือจัดการกับพันธนาการสุดท้ายที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอออกอย่างช้าๆ...ปลายนิ้วไล้ผ่านเนื้ออุ่น ลมหายใจหนักหน่วง เธอเม้มปากแน่นเมื่อลมหายใจของเขาแผ่วรดต้นคอระหง ลมหายใจของเขาทกระทบใบหู ข้างแก้ม จนหัวใจของเธอแทบจะหลุดออกมา
ริมฝีปากอุ่นนุ่ม ร้อนทาบทับลงมาบนปากเธออีกครั้งเขาเริ่มขบเม้มแรงขึ้น ลิ้นรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาดแล้วค่อยๆดูดดึงปลายลิ้นชิมความหวานในโพรงปาก สร้างความสยิวให้เธอจนรู้สึกแทบขาดใจ”อือ..อือ..“เธอหลุดครางเสียงแผ่ว
ร่างกายส่วนล่างบดเบียดที่ต้นขาของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งขัน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเธอไล่ลงมาบีบเคล้นก้นงอนงาม ยิ่งเขาจูบแรงขึ้นน้ำหนักที่มือยิ่งแรงตามไปด้วย เธอร้อนไปทั้งตัวเบียดกายเข้าหาเขา“อือ..พี่หมอ..” เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งมานวดเคล้นเต้างามยิ่งสร้างความวาบหวิวไปทั้งร่าง เขาถอนจูบและเลื่อนริมฝีปากมาครอบครองเต้างามกลมกลึง ยิ่งเพิ่มความเสียดเสียวให้เธอ
เขาเลื่อนมืออีกข้างขยับมาลูบวนตรงกายสาวพร้อมขยี้ติ่งเสียวจนเธอเผลอครางออกมา “อือ..พี่หมอ..ศรัณย์”เธอหวีดร้องเหมือนขาดใจ
“เจ็บนิดนึงนะ” นิ้วเรียวของเขารุกล้ำเข้ามาในร่องสาว เขาจูบซับเพื่อให้เธอคลายกังวลแล้วค่อยๆขยับนิ้วมือเข้า ออก เพื่อลดความเจ็บ ในช่องทางรักน้ำหวานยังคงไหลรินออกมาจนฉ่ำชื้น
ศรัณย์เชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้เธอหันมาสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขาไหวระริก เต็มไปด้วยความรักที่ปิดบังไม่มิดและความโหยหาที่รอคอยมาแสนนาน
“พี่ศรัณย์...” เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นพร่า ดวงตาที่คลอด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองเขาด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่ช่วยปราง”
มะปรางโน้มคอเขาลงมา แล้วมอบจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการและความเปราะบางให้กับเขา
ศรัณย์หลับตาลงรับจูบที่ไม่ประสีประสานั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เขาเลือกที่จะทิ้งความเจ็บปวดไว้ข้างหลัง แล้วสนองตอบเธอด้วยความอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ “ถ้าเธออยากให้พี่ ช่วย พี่ก็จะช่วย...และพี่จะทำมันให้ดีที่สุด จนเธอ
ไม่มีวันลืม”
ศรัณย์ขยับกายเข้าบดเบียด ความปรารถนาที่สะสมมานานถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้อีกต่อไป เขาประคองเรียวขาคู่สวยให้แยกออก ก่อนจะแทรกตัวตนความแข็งแกร่งเข้าสู่ใจกลางความเป็นสาวที่แสนบอบบาง ความคับแน่นนั้นทำให้เขาต้องหยุดชะงักลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงต้านทานที่บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์
"กึก..."
มะปรางสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านทำให้เธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกสั่นกระเพื่อม น้ำตาเม็ดโตหยดลงที่หางตาด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่กึ่งขัดเขินกึ่งทรมาน มือบางเผลอจิกปลายเล็บลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความคับแน่นที่เกิดขึ้นภายใน
"ไม่เป็นไรนะปราง... ไม่ต้องเกร็ง พี่อยู่นี่แล้ว" ศรัณย์กระซิบเสียงพร่าพลางเกลี่ยน้ำตาให้เธออย่างทะนุถนอม เขาโน้มตัวลงจูบซับปลอบขวัญ ริมฝีปากบางเผยออกยอมรับสัมผัสร้อนแรงที่สอดแทรกเข้ามาอย่างนุ่มนวล มือหนาบีบเค้นดอกบัวคู่งามอย่างแผ่วเบาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์กระเจิดกระเจิงให้กลับมาสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อความอ่อนนุ่มเริ่มปรับยืดหยุ่นยอมรับการมีอยู่ของเขา ศรัณย์จึงค่อยๆ ดันตัวตนเข้าหาจนสุดทางรัก
"ปราง... พี่รักปรางนะ"
เขากระซิบพลางซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น สะโพกแกร่งเริ่มขยับขับเคลื่อนในจังหวะที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น เน้นย้ำทุกสัมผัสให้ตราตรึงลงไปในความทรงจำ จากความเจ็บปวดในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรัญจวนใจที่แสนวิเศษจนมะปรางกลั้นเสียงครางไว้ไม่ไหว
"อื้อออ... พี่ศรัณย์ ปราง... ปรางเสียว"
จังหวะรักเริ่มทวีความร้อนแรงเมื่อพายุอารมณ์โหมกระหน่ำ ศรัณย์ถาโถมกายเข้าใส่ตามสัญชาตญาณรัก ร่างบางสั่นสะท้านตอดรัดความแข็งแกร่งไว้แน่นก่อนจะเกร็งกระตุกเบาๆ เมื่อความสุขสมเดินทางมาถึงขีดสุด สมองของมะปรางขาวโพลนราวกับล่องลอยอยู่ในม่านเมฆขาว
ศรัณย์กอดร่างที่อ่อนระทวยไว้แน่น ปล่อยหยาดธารความรักให้ไหลรินหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเธอ เขาจูบซับเหงื่อตามกรอบหน้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ ฤทธิ์ยาหรือจะสู้ฤทธิ์รักที่ซ่อนเร้นมานานปี บทบรรเลงแห่งความสิเน่หาจึงดำเนินต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่าภายใต้แสงดาวที่โอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ในอ้อมกอดของกันและกัน
แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน กระทบเข้ากับเปลือกตาบางที่บวมช้ำ มะปราง ค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีหินถ่วงไว้ที่อก ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ... ทั้งแสงสี เสียงเพลงที่อื้ออึง และสัมผัสอันเร่าร้อนจากผู้ชายที่เธอแอบรักมาทั้งชีวิต
"อื้อ..." หญิงสาวขยับกายหมายจะลุก แต่ความเจ็บแปลบที่กึ่งกลางลำตัวทำให้เธอต้องนิ่วหน้า หยาดน้ำตาเม็ดแรกไหลซึมออกมาอย่างห้ามไม่ได้
"จะรีบไปไหนครับ..." เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู ศรัณย์ ขยับตัวลุกขึ้นมองเธอ สายตาที่เคยเฉยชาและมั่นคงบัดนี้สั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"พี่หมอ... ทำไมทำแบบนี้" มะปรางรวบผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกที่สั่นกระเพื่อม น้ำตาเริ่มพรั่งพรูออกมาจนมองหน้าเขาไม่ชัด "ปรางโดนยา... ปรางไม่มีสติ แต่พี่หมอมี! พี่เป็นหมอนะคะ... ทำไมไม่ช่วยปรางด้วยวิธีอื่นที่มัน... ที่มันไม่ต้องจบลงแบบนี้!"
ศรัณย์ถอนหายใจยาวพลางลุกขึ้นพิงหัวเตียง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน "วิธีอื่นมันเอาไม่อยู่ มะปรางก็เห็น... และที่สำคัญ พี่ก็เป็นแค่ 'ผู้ชาย' คนหนึ่งนะปราง พี่เห็นคนที่พี่... คนที่พี่ดูแลมาตลอดอยู่ในสภาพนั้น พี่ก็คุมตัวเองไม่ได้เหมือนกัน"
มะปรางเม้มปากแน่นจนห่อเลือด คำว่า "รัก" ที่เธอโหยหาอยากได้ยิน เขากลับเลี่ยงไปใช้คำว่า "ดูแล" มันเจ็บยิ่งกว่าตอนที่เขานิ่งเฉยเสียอีก
"พี่หมอจะบอกว่ามันคือ 'อุบัติเหตุ' ใช่ไหมคะ? โอเคค่ะ... ปรางเข้าใจ" เธอแค่นยิ้มทั้งน้ำตาที่อาบแก้ม "งั้นเราก็ลืมมันไปเถอะค่ะ ลืมว่ามันเคยเกิดขึ้น... ถือว่าปรางฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน!"
"ลืมเหรอ?" ศรัณย์คว้าข้อมือเล็กไว้ทันควัน แรงบีบนั้นย้ำเตือนว่าเขาเองก็กำลังโกรธ "มะปรางคิดว่าคนอย่างพี่ทำแล้วจะยอมให้มันผ่านไปเฉยๆ หรือไง? พี่จะรับผิดชอบปราง พี่จะไปคุยกับพ่อเราเอง"
"ไม่! ปรางไม่ต้องการความรับผิดชอบที่มาจากความสงสาร!" มะปรางสะบัดมือออกสุดแรง เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังระงมไปทั่วห้อง "ถ้าพี่ไม่ได้รักปราง ก็อย่าเอาโซ่ที่ชื่อว่าความรับผิดชอบมาล่ามปรางไว้เลย... ปรางไม่อยากเป็นเมียที่ได้มาเพราะความผิดพลาด... ปรางไม่อยากมีจุดจบเหมือนแม่!"
คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าศรัณย์อย่างแรงจนหน้าหัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงสะอื้นของหญิงสาวที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง มะปรางรีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที
ทิ้งให้หมอหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น... เขารักเธอ รักจนไม่รู้จะบอกอย่างไร แต่เขากลับเริ่มต้นมันด้วยวิธีที่ผิดที่สุด... และทำลายหัวใจคนที่เขาอยากปกป้องที่สุดด้วยมือของเขาเอง ’ปรางพี่..ขอโทษ‘
