6. แอบดู
จากที่ขาเรียวถูกเกี่ยวขึ้นมาพอประมาณ ตอนนี้มันถูกยกขึ้นมาพาดอยู่บ่าแกร่งไปซะแล้ว และมันก็ทำให้กลีบชมพูยิ่งบานกว้าง เอ็นอุ่นที่ชักเข้าออกอยู่เลยฝังตัวลึกเข้าไปอีก
ม่านหมอกอยากร้องท้วง เพราะความทรมานที่กำลังตีตื้นขึ้นมา ทว่าคนตัวโตกลับบดจูบเธอไม่ยอมปล่อย
และเอวสอบก็ยังกระหน่ำอัดเข้ามาไม่หยุด
เธอจะขาดใจตายอยู่แล้วเขาไม่รู้บ้างเลยเหรอ
ในที่สุด เธอก็ทนไม่ไหวเลยต้องรีบเบือนหน้าออกมาสูดอากาศ ก่อนจะครางบอกเขาเสียงกระเส่าปานจะขาดใจ
“อื้อ…พี่ฉืออี้ อ่า…ระ…แรงไปแล้ว เบาหน่อย”
ทว่าการที่เธอร้องขอเขา มันกลับกลายเป็นการกระตุ้นให้เสือร้ายคึกคะนองไปใหญ่ เพราะไม่มีเคยใครเรียกชื่อเขาแบบนี้มาก่อน และม่านหมอกคือคนแรกที่เรียกเขาแบบนี้
ฉืออี้ในตอนนี้ เหมือนเสือร้ายที่รอโอกาสขยำเหยื่อ และร่างเปลือยที่เขาเน้นเอวใส่ในตอนนี้ ก็คือเหยื่ออันโอชะดีดีนี่เอง
ยิ่งเธอคราง เขายิ่งโถมตัวเข้าใส่เต็มกำลัง ในที่สุด ความต้องการที่อัดอั้นมาตลอดทั้งเดือนก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนได้
“อื้อ…อ่า…” สะโพกหนากดย้ำเข้าไปอีกสองสามที
ต่างจากร่างเล็กที่กระตุกเกร็งจนตัวงอ แต่ยังไม่ถึงนาที ความเสียวที่เพิ่งผ่านไปก็ประเดประดังเข้ามาอีก
เมื่อคนตัวโตช้อนกระเตงขาอีกข้างของเธอขึ้นมา ทำให้ม่านหมอกต้องรีบยกแขนขึ้นมาโอบรอบคอเขาไว้
และยังไม่ทันไร เธอก็ต้องร้องครางอีกหน เพราะเขากำลังกดตัวเธอลงมาใส่เอ็นอุ่นที่ตั้งรอรับอยู่
“พี่ฉือ อื้อ… พี่คะ แรงไปแล้ว” เธอยังคงร้องท้วงด้วยประโยคเดิมซ้ำ ๆ เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมผ่อนแรงเลย
“รูเธอมันแน่น ฉันต้องทำให้มันกว้าง ต่อไปจะได้ชิน”
“อื้อ…แต่มันจุก”
“อ่า…จุกหรือเสียวเด็กน้อย เอาดีดี” คนเจ้าเล่ห์พูดแล้วก็มองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเร่งเอวเสยขึ้นอีก ราวกับต้องการลงโทษเด็กพูดปดเสียอย่างนั้น
“อื้อ…พี่ฉือ อ่า… เบาหน่อย หมอกจะเสร็จอีกแล้ว”
“ซี๊ด… ก็ปล่อยออกมาสิ อ่า…จะอั้นไว้ทำไม ไม่ต้องห่วง คืนนี้ฉันจะทำจนเธออิ่มนั้นแหละถึงจะพอ”
จากนั้นร่างเปลือยที่เต็มไปด้วยหยดน้ำ ก็กระเตงเด้ากระแทกตรงมายังเตียง พอเขาวางเธอลง ประธานหนุ่มสุดหล่อก็ไม่รีรอที่จะกดสะโพกเข้าใส่อย่างเน้นย้ำ
บนเตียงที่แสนนุ่มตอนนี้มันเริ่มยับยู่ยี่ ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนไปทั่ว เพราะฉืออี้ไม่ได้ปล่อยให้ม่านหมอกได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่ยังคงโถมทับลงมาบดเบียดความแข็งแกร่งเข้าหาความอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า
“อื้อ... พี่ฉือ... เบา... เบาหน่อยค่ะ” ม่านหมอกครางระงม มือเรียวจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างจนเกิดรอยแดงเป็นปื้น แต่ยิ่งเธอร้องท้วง เขากลับยิ่งสวนสะโพกตอบรับอย่างดุดัน
“เบาไม่ได้... รูเธอมันตอดรัดจนฉันจะบ้าตายอยู่แล้วม่านหมอก” เสียงทุ้มพร่าสบถชิดใบหู ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบไปทั่ว
จากนั้นร่างกำยำก็ขยับลุกเหยียดตรง ก่อนจะจับเรียวขาคู่สวยแยกออกกว้างกว่าเดิม แล้วแทรกตัวเข้ากลางกายสาวอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้แค่ขยับเป็นจังหวะ แต่กลับเน้นย้ำความลึกซึ้งจนคนใต้ร่างแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่าน
“อ๊า! ตรงนั้น... พี่ฉือ... ตรงนั้นมัน...”
“ตรงนี้เหรอ? ชอบใช่ไหม” ฉืออี้กระตุกยิ้มร้าย
เมื่อเจอจุดอ่อนไหวของคนใต้ร่าง เขาเลยจงใจกระแทกเอ็นร้อนเน้นย้ำที่จุดเดิมซ้ำ ๆ จนม่านหมอกตาปรือปรอย สมองขาวโพลน จนรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็นแค่ภาพลวงตา รสสัมผัสที่เขามอบให้มันช่างเร่าร้อนและรุนแรงจนเธอแทบสำลัก
ไหนจะแรงบีบขยำทรวงอกอวบอิ่มจนมันขึ้นสีแดงเป็นรอยมือ บางครั้งเขาก็จู่โจมยอดอกสีหวานอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งดูดดึงและใช้ลิ้นรัววนจนความเสียวแล่นไปทั่วร่าง
“ซี๊ด... แน่นมาก... ม่านหมอก เธอทำฉันคลั่งแล้วรู้ตัวไหม” เขารวบขาทั้งสองข้างของเธอขึ้นพาดบ่าแกร่ง เพื่อเปิดทางให้แก่นกายใหญ่โตมุดทะลวงเข้าไปได้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
เร่งจังหวะการซอยถี่รัวและหนักหน่วงราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับครางเสียงหลง
“จะ... จะเสร็จแล้ว... พี่ฉือ หมอกไม่ไหวแล้ว!”
“พร้อมกันนะ... ปล่อยออกมาให้หมด!”
ฉืออี้เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเร่งเอวสอบรัวกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งจนเกิดเสียงดั่ง
ตับ! ตับ! ตับ! ต่อเนื่องกัน
ก่อนที่เขาจะกดสะโพกค้างไว้อย่างเน้นหนัก เมื่อความสุขสมแล่นริ้วถึงขีดสุด ม่านหมอกก็กระตุกสั่นอย่างรุนแรง
ร่องรูเธอบีบรัดตัวตนของเขาเอาไว้แน่นจนฉืออี้ต้องคำรามลั่น ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้าไปจนล้นทะลักร่องรูสาว
“อ๊าสสส เสียวโคตร… อ๊าาา”
เอวสอบกดเน้นย้ำใส่รอยแยกอีกสองสามที ก่อนจะทิ้งตัวลงซบหน้ากับอกอิ่ม พลางปรายตามองคนที่นอนนิ่งอยู่
ทว่าความต้องการที่ดูเหมือนจะดับลง กลับเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาใหม่เมื่อเห็นใบหน้าแดงซ่านที่แสนยั่วยวนของคนใต้ร่าง
“นี่มันแค่ยกแรกเท่านั้นนะม่านหมอก เรามาต่อกันเถอะ”
พูดจบ เขาก็เริ่มบทรักครั้งใหม่ทันทีโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว
แต่ในขณะที่พายุสวาทบนเตียงกำลังดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง กลับมีใครบางคนยืนนิ่งจ้องมองภาพนี้อย่างใจเย็น
เฉิงอี้ยืนนิ่งมองภาพของพี่ชายผู้แสนเย็นชากำลังเคี่ยวกรำร่างอวบอิ่ม ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังขย้ำเหยื่อด้วยความสงสัย
เอวสอบนั้นกำลังเสยเข้าใส่ร่างเล็กที่นอนหงายหลังราบไปกับเตียง ขาขาวผ่องของม่านหมอกถูกยกพาดบ่าแกร่งข้างหนึ่งจนรอยแยกชมพูนั้นบานฉ่ำ เปิดให้เห็นการกลืนกินลำเอ็นชัดเจน
“อื้อ... พี่ฉือ... อ๊ะ... อ๊า...” เสียงครางหวานปนสะอื้นของม่านหมอก ผสมกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องห้อง มันรุนแรงเสียจนคนแอบดูอย่างเฉิงอี้ถึงกับลำคอแห้งผาก
เขายืนกอดอกมองดูภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เพราะปกติแล้วร่างกายของผู้หญิงไม่เคยอยู่ในสายตาเขาสักนิด กลิ่นสาบสาวที่ใครต่อใครว่าหอมเขาก็มองว่ามันน่ารำคาญ
ทว่าม่านหมอกกลับต่างออกไป... ภาพที่เต้าอวบของเธอเด้งคลอนตามแรงกระแทกของพี่ชาย และใบหน้าที่เหยเกด้วยความเสียวซ่านนั้น กลับกระตุ้นบางอย่างในตัวเขาอย่างรุนแรง
ซี้ดด...
มือเรียวเลื่อนลงมากุมเป้าทันที เมื่อความแข็งขืนกลางลำตัวที่เพิ่งจะปลดปล่อยไปกับเด็กหนุ่มข้างล่าง กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างกะทันหัน มังกรยักษ์ของเฉิงอี้ปวดหนึบจนดันกางเกงสแล็คขึ้นมาเป็นลำเด่นชัด เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน
‘บ้าชิบ... เห็นแค่หอยยัยนี่โดนเอาก็แข็งงั้นเหรอ' เฉิงอี้สบถในใจ สายตายังคงจดจ้องที่รอยแยกเปียกชื้นที่พี่ชายกำลังตอกอัดเข้าใส่อย่างมัวเมา และยังแอบจินตนาการไปวูบหนึ่งว่า ถ้าหากเป็นเอ็นของเขาเอง ที่กำลังชักเข้าออกในร่องรูนั้น
มันจะรู้สึกดีและเสียวขนาดไหนกันนะ
