ตอนที่1 แม่บ้าน
“วาว่าตัวไหนสวยกว่ากัน” เสียงหวานของหญิงสาวหน้าสวยคนหนึ่งดังขึ้นระหว่างยืนเลือกเสื้อผ้าในตู้ของเธอ
“อืมม~ หนูว่าตัวนี้ค่ะ” วาเลนหญิงสาวที่มีชื่อที่มาจากวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรักที่ผู้เป็นแม่ได้ตั้งให้ตามวันเกิดของเธอ หญิงสาวในวัยยี่สิบเอ็ดย่างยี่สิบสองปีตอบกลับหญิงสาวที่เป็นดั่งเจ้านายและเปรียบเสมือนพี่สาวของเธอออกไปหลังจากวิเคราะห์ตัวเลือกสองตัว
“อืม งั้นฉันให้ตัวนีกับวา” แล้วชมนต์ก็พูดพร้อมกับยื่นเสื้อตัวที่วาเลนบอกว่าสวยให้กับเธอทันที
“คุณมนต์ให้หนูอีกแล้ว ตัวก่อน ๆ ที่คุณมนต์ให้ไปหนูยังไม่มีโอกาสได้ใส่เลยค่ะ” วาเลนพูดขึ้นอย่างรู้สึกเกรงใจ
ชมนต์ คือคุณผู้หญิงเล็กของบ้าน หรือถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เป็นภรรยาของลูกชายของเจ้าของบ้านแห่งนี้ บ้านที่เธอกับแม่อาศัยอยู่ในฐานะแม่บ้าน แต่ความโชคดีอีกหนึ่งอย่างในชีวิตของเธอก็คือ การได้รู้จักกับหญิงสาวที่เพียบพร้อมตรงหน้า หญิงสาวที่เป็นเจ้านายแต่กลับมองเธอเหมือนน้องสาว ตั้งแต่ชมนต์แต่งงานกับลูกชายเจ้าของบ้านหลังนี้มาสี่ปีกว่า วาเลนก็กลายเป็นคนสนิทและรู้ใจของชมนต์มาตลอด
“เธอใกล้จะเรียนจบแล้วนี่ เรียนจบไปยังไงก็มีโอกาสได้ใช้ของพวกนี้อยู่แล้ว” ชมนต์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า
“ขอบคุณมากนะคะ ตั้งแต่คุณมนต์เข้ามาอยู่ที่นี่ หนูก็ไม่เคยได้ซื้อเสื้อผ้าเองเลย” วาเลนยกมือไหว้ก่อนจะรับชุดที่ชมนต์ยื่นให้พร้อมกับพูดออกไปอย่างที่มันเป็น
เสื้อผ้าของใช้ของชมนต์มักจะตกทอดไปถึงมือเธอตลอด และแต่ละอย่างก็มีแต่ของแบรนด์ดัง ๆ แถมสภาพราวกับยังไม่เคยได้ใช้ด้วยซ้ำ แม้ปกติลูกแม่บ้านอย่างเธอจะไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดสวย ๆ พวกนี้ แต่ก็อย่างที่ชมนต์พูดนั่นแหละ ว่าเธอใกล้จะเรียนจบแล้ว ชุดพวกนี้เธอก็จะเก็บไว้ใช้ในตอนหางานและทำงานหลังเรียนจบนั่นเอง
“ฉันก็ไม่ต่างจากเธอหรอกบางตัวก็ไม่มีโอกาสได้ใส่ เก็บไว้ไปก็เต็มตู้เปล่า ๆ แต่กับเธอเดี๋ยวได้ออกไปทำงานข้างนอก เดี๋ยวก็ได้ใช้มันอยู่แล้ว” ชมนต์ที่พอแต่งงานก็ผันตัวมาเป็นแม่บ้านเพื่อดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ของสามีจึงไม่ค่อยได้แต่งตัวมากนัก ส่วนกิจการของบ้านเธอส่วนหนึ่งก็เป็นของสามีเธอ หรือถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือธุรกิจบ้านเธอมีปัญหา ทำให้เธอได้แต่งงานกับสามีคนปัจจุบันนั่นเอง
แต่ความโชคดีหนึ่งของเธอก็คือ ทั้งตัวของเธอและตัวของสามี มีความรู้สึกซึ่งกันและกัน ทำให้การแต่งงานมันเป็นไปได้ด้วยดี แต่... มันดีได้แค่สองปีแรกก็แค่นั้น เพราะตอนนี้...
“.....” วาเลนยิ้มรับคำพูดของชมนต์โดยไม่ได้พูดอะไรก่อนจะช่วยวาเลนเคลียร์ตู้เสื้อผ้าต่อ
จนกระทั่ง
“ทำอะไรอยู่น่ะ” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เปิดประตูห้องนอนชมนต์เข้ามาถามขึ้นอย่างอ่อนโยน
“เดี๋ยวพับกองนี้ใส่กล่องหน่อยนะ” ชมนต์กลับไม่ได้ตอบกลับสามีตัวเอง แต่เลือกจะหันมาพูดกับวาเลนขึ้นแทน
“ค่ะ” วาเลนรับคำอย่างไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันทำให้เธอชินมานับสองปีกว่าแล้ว เหตุการณ์สำหรับปัญหาชีวิตคู่ของสามีภรรยาที่เป็นเจ้านายของเธอนั่นเอง
“ออกไปก่อน” ฉัทปนัยหันไปพูดกับวาเลนเพื่อจะใช้เวลาในการเคลียร์กับภรรยาของตัวเอง
“ค่ะ” วาเลนที่ถูกเจ้านายอีกคนสั่งออกมาก็ตอบรับออกไปตามหน้าที่
“ไม่ต้องไปหรอก เราทำตรงนี้ให้เสร็จดีกว่า” ชมนต์พูดขึ้นกับวาเลนอีกครั้ง ทำให้วาเลนที่กำลังขยับตัวชะงักไปก่อนจะนั่งที่เดิม
“วาเลน” แล้วเสียงเข้มของฉัทปนัยก็เรียกชื่อวาเลนขึ้นสั้น ๆ แต่เป็นประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้วาเลนหนักใจไม่น้อย
“.....” วาเลนหันไปมองชมนต์ก่อนจะเห็นชมนต์นิ่งไป นั่นทำให้วาเลนขยับตัวเพื่อออกจากห้องนี้ไปอย่างช่วยไม่ได้
เหตุการณ์แบบนี้วาเลนชินจนไม่รู้จะชินยังไงกับการทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่ทั้งสองมีปัญหากัน เมื่ออีกคนต้องการอีกอย่าง ส่วนอีกคนก็ต้องการอีกอย่าง
แต่ถ้าถามว่าเธออยากทำตามคำสั่งใครมากกว่ากันแน่นอนว่าต้องเป็นชมนต์ แต่ถ้าถามว่าเธอกลัวใครมากกว่านั้น ก็ไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นฉัทปนัย เพราะแบบนั้นต่อให้อยากทำตามคำสั่งของชมนต์แค่ไหน เธอก็ต้องทำตามคำสั่งของฉัทปนัยแทนตลอด
สุดท้ายวาเลนก็ลงจากชั้นสองไปที่ครัวที่มีแม่ของเธอและแม่บ้านคนอื่น ๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่
“คุณ ๆ ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ” บีหญิงอายุสามสิบสองหนึ่งในแม่บ้านของบ้านหลังนี้ถามวาเลนขึ้นอีกครั้งหลังจากเห็นวาเลนเดินเข้าครัวมาด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
“คงงั้นมั้งพี่บี” วาเลนไม่ได้อยากพูดเรื่องเจ้านายมากนัก เลยทำให้เธอตอบกลับไปสั้น ๆ อย่างที่ทุกคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว เพราะเวลาปกติชมนต์จะต้องรอรับฉัทปนัยหลังเลิกงานตลอด แต่วันนี้ไม่ใช่
“เรื่องเดิมอีกหรือเปล่า” หยด แม่บ้านอีกคนถามขึ้น
“หนูไม่รู้หรอก” แม้ว่าวาเลนจะรู้ว่าทั้งสองมีปัญหากันเรื่องอะไร แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไปเหมือนเป็นการนินทาชมนต์นั่นเอง
“ฉันว่าก็เรื่องเดิม ๆ นั่นแหละ คุณ ๆ ไม่เคยทะเลาะอะไรกันเลยนอกจากเรื่องแบบนี้” แต่แล้วบีก็พูดขึ้นอย่างที่เคยรู้เห็นมาตลอด
“ทำงานไปเถอะหน่า จะไปอยากรู้เรื่องเจ้านายทำไมกัน” แล้วอิงอรแม่ของวาเลนก็พูดเตือนคนอื่น ๆ ขึ้น นั่นทำให้วาเลนเดินไปนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นแม่เพื่อช่วยเตรียมของทำอาหารเย็น
