7 คนนี้จริงจัง
เมื่อจัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จแล้วฉัตรกล้าก็ขับรถกลับมาอยู่กรุงเทพ วันนี้เขามีประชุมผู้บริหารในเวลาบ่ายหลังจากประชุมเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ขับรถกลับมาที่บ้านเพื่อเอาของใช้จำเป็นบางอย่างและบอกบิดามารดาว่าช่วงนี้ตนเองจะไม่อยู่กรุงเทพ
หลังจากทานอาหารแล้วสมาชิกภายในบ้านก็มักจะมานั่งรวมตัวกันอยู่บริเวณห้องนั่งเล่น คุณวุฒิศักดิ์และคุณลักขณาบิดามารดาของชายหนุ่มนั่งคู่กันอยู่บนโซฟา อีกด้านหนึ่งก็เป็นเพชรกล้าและพลอยลดาพี่ชายกับพี่สาว ส่วนเขาก็นั่งอยู่โซฟาอีกตัวกับฉัตรลดาน้องสาวคนเล็กซึ่งเพิ่งเรียนจบและเริ่มทำงานที่บริษัทได้ไม่นาน
“ช่วงนี้งานเป็นยังไงบ้าง” คุณวุฒิชัยถามลูกทั้งสี่คน
“ก็ดีครับพ่อ งานไม่มีปัญหาอะไร” เพชรกล้ารองประธานบริษัทบอกกับบิดาซึ่งนานๆ ครั้งบิดาของเขาถึงจะเข้าไปที่บริษัท
“แล้วพลอยล่ะลูกมีปัญหาไหม”
“ก็พอมีบ้างค่ะแต่มันก็เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่หนักหนาอะไร” พลอยลดารับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินตอบบิดา
“แล้วลดาล่ะลูกโอเคไหม เพิ่งมาทำงานกับพี่ๆ ได้ไม่กี่เดือนเองไหวไหมลูก”
“ไหวค่ะพ่อ งานของพลอยค่อนข้างตรงสายที่เรียนมาเลยไม่ลำบากอะไรแล้ว” ฉัตรลดาน้องคนเล็กของบ้านที่เพิ่งเข้ามารับผิดชอบแผนกการตลาดตอบอย่างไร้กังวล
“กล้าล่ะนั่งเงียบงานไม่มีปัญหาใช่ไหม” เขาถามลูกชายอีกคนซึ่งดูเงียบกว่าคนอื่น
“ไม่มีปัญหาหรอกครับ”
“พ่อเห็นว่าเงียบไปก็นึกว่าเป็นมีปัญหาถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกพ่อนะ พวกเราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา”
“ผมมีเรื่องอยากปรึกษาทุกคนหน่อย”
“ว่ามาสิกล้า”
“โครงการสร้างโรงเรียนเอกชนที่นครปฐมครับ”
“ทำไมโครงการมีปัญหาเหรอ” เพชรกล้ารีบถามเพราะโครงการนั้นใหญ่มากเขาก็กลัวว่าจะมีปัญหา
“เปล่าครับ ผมแค่คิดว่าโครงการมันใหญ่มาก ก็เลยอยากลงไปดูด้วยตัวเอง”
“พ่อเห็นด้วยนะเพราะว่างานนี้มันไม่ใช่แค่ตัวอาคารมันคือทั้งโรงเรียน ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมามันจะแก้ไขลำบาก”
“แล้วจะขับรถไปกลับหรือจะไปหาที่พักที่นู่นล่ะกล้า” คุณลักขณาถามลูกชายเพราะถ้าชายหนุ่มขับรถไปกลับก็คงจะเหนื่อย
“ผมก็คิดแบบนั้นแหละครับ ก็เลยว่าจะหาที่อยู่เสาร์อาทิตย์ค่อยกลับกรุงเทพ”
“พี่ดีเหมือนกันนะ ไปดูแลใกล้ชิดหน่อยก็ดีเพราะโรงเรียนนี้ไม่ใช่จะมีแค่ที่นี่เขายังมีอีกหลายสาขายังไงก็ต้องเอาใจลูกค้าเจ้านี้ไว้หน่อย” เพชรกล้าบอกน้องชายเขามองถึงอนาคตบางทีอาจจะได้งานของลูกค้ารายนี้อีก
เมื่อคุยกันเรื่องงานเคลียร์แล้วเพชรกล้าและพลอยลดาก็ขอตัวขึ้นห้องของตัวเอง ตอนนี้ในห้องแล้วแขกเลยเหลือแค่ฉัตรกล้าบิดามารดาและฉัตรดาน้องสาวคนเล็กที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างๆ ชายหนุ่ม
“ลดาดูอะไรอยู่เหรอ พี่เห็นดูแล้วก็ยิ้ม”
“นี่ไงคะพี่กล้ารูปหนุ่มๆ หล่อไหม”
“ก็หล่อดีนะแต่น้อยกว่าพี่นิดหนึ่งนะ”
“ใครมันจะไปหล่อสู้พี่กล้าของลดาได้ล่ะคะ”
“ว่าแต่เขาเป็นใครเหรอลดายังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลย อย่าบอกนะว่าแอบเลี้ยงนักศึกษาไว้” เขาแซวน้องสาวที่สนิทมากกว่าใครทั้งหมดในบ้าน
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ เพื่อนลดาส่งมาให้ดูเขากำลังคบกันอยู่”
“เพื่อนลดาที่ว่านี่เขาเรียนจบหรือยัง”
“เรียนจบแล้วค่ะแม่”
“เรียนจบแล้ว ทำไมแฟนยังเรียนอยู่ล่ะ เขาคบรุ่นน้องเหรอ”
“ค่ะแม่ แม่ว่าแปลกไหมผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชาย”
“ไม่แปลกหรอกมั้งแม่ก็เห็นมีหลายคู่คบกันยืดและบางคู่อายุเท่ากันหรือไม่ผู้ชายอายุมากกว่าผู้หญิงมันก็ไม่ได้การันตีนี่ว่าเขาจะคบกันได้นานหรือชีวิตครอบครัวจะมีความสุข แม่ว่าเรื่องนี้มันอยู่ที่คนสองคนมากกว่าอายุมันก็ไม่เกี่ยวหรอก แต่มันก็มีข้อเสียอยู่เพราะถ้าผู้หญิงอายุมากกว่ามากๆ ใช้ชีวิตไปด้วยกันนานๆ ก็อาจจะอยู่กันไม่ได้ เพราะผู้หญิงจะแก่เร็วกว่าผู้ชาย”
“แต่แม่ของผมอายุเยอะแล้วหน้าก็ยังเด็กอยู่เลยนะครับ”
“เพราะแม่ของลูกดูแลตัวเองดีไงล่ะ” คุณวุฒิศักดิ์บอกกับลูกชาย
“ถ้าผมจะมีแฟนที่อายุมากกว่าบ้างพ่อกับแม่คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ”
“พ่อกับแม่ไม่ว่าอะไรหรอกแค่ลูกกับแฟนลูกรักกันเข้าใจกันก็แค่นั้นเอง ที่ถามแม่แบบนี้แสดงว่าไปแอบชอบรุ่นพี่มาอีกแล้วใช่ไหมล่ะ” มารดาทำอย่างรู้ทันเพราะฉัตรกล้าเป็นคนที่ไม่ชอบคนรุ่นเดียวกันหรือรุ่นน้องเพราะเขามองว่ามันงี่เง่าและขี้เกียจเอาใจ
“ก็ประมาณนั้นครับแม่ แต่คนนี้ผมรักจริงหวังแต่งนะ”
“ลดาได้ยินพี่กล้าพูดแบบนี้ทุกคนแหละค่ะ แต่ก็ไม่เห็นจะคบใครนานสักที”
ฉัตรลดามองหน้าพี่ชายแล้วหัวเราะ เพราะเวลาพี่ชายคบใครเขาก็มักจะพูดแบบนี้เสมอแต่ก็ยังไม่เห็นจริงจังหรือพาใครมาแนะนำให้ทางบ้านรู้จักเลยสักคน
“คนนี้พี่จริงจังนะลดาเอาไว้เดี๋ยวจะพามาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก”
“โอ้โห...คราวนี้ลูกชายของแม่ท่าทางจะเอาแล้วใช่ไหมถึงขั้นจะพามาแนะนำให้รู้จักว่าแต่เธอเป็นใครที่ไหนล่ะอายุมากกว่ากล้าเยอะหรือเปล่า”
“ไม่เยอะหรอกครับแค่สองปี”
“สองปีแม่ว่ามีปัญหาเลย ถ้าผู้หญิงดูแลตัวเองดีๆ นะเผลอๆจะหน้าเด็กกว่าลูกชายแม่อีกเพราะลูกชายของแม่ไม่ค่อยดูแลตัวเองนี่ถ้าแม่ไม่ซื้อพวกครีมกันแดดกับครีมบำรุงให้ป่านนี้หน้าคงแก่กว่าพี่เพชรแล้วมั้ง”
“ใครจะดูแลตัวเองดีเหมือนพี่เพชรละครับมา แล้วผมก็ไม่ต้องเจอใครมากมายวันๆ ก็ตระเวนไปตามไซต์งานไม่เหมือนพี่เพชรที่เขาต้องเจอลูกค้าเขาก็ต้องดูแลตัวเองดีเป็นธรรมดา”
“ถ้าคิดว่าคนนี้ใช่ก็พามาให้พวกเรารู้จักนะคะนะกล้าตอนนี้ลูกก็อายุ 27 แล้วพ่อว่ามันก็ถึงเวลาที่จะมีครอบครัว พ่ออยากจะอุ้มหลานแล้ว”
“ผมแต่งงานก่อนพี่เพชรกับพี่พลอยได้เหรอครับ”
“มันเกี่ยวอะไรกับพี่เขาล่ะกล้า”
“ก็ผมเคยได้ยินมาว่าคนเป็นน้องจะแต่งงานก่อนพี่ไม่ได้”
“เขาก็พูดกันไปเรื่อยๆแหละ ถ้ากล้าจะรอให้พี่สองคนแต่งก่อนคงอีกนานเพราะสองคนนั้นเอาแต่ทำงานแม่ยังไม่เห็นเขามีแฟนเลย”
“พี่เพชรกับพี่พลอยไม่มีแฟนจริงเหรอคะแม่”
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันถ้าเป็นเพชรก็ไม่แน่เพราะบางครั้งเขาก็ค้างที่คอนโด แต่พลอยคงไม่มีเพราะเลิกงานก็กลับบ้านเลย”
“ถ้าผมแต่งก่อนก็ไม่เป็นไรใช่ไหมครับแม่”
“ไม่จ้ะ”
“พ่ออยากจะเห็นผู้หญิงคนนี้จริงๆ เลยว่าจะหน้าตาสวยมากแค่ไหนทำให้ลูกชายของพ่อคิดถึงการแต่งงาน” คุณวุฒิศักดิ์ที่ไม่ค่อยได้ยินลูกชายพูดเรื่องนี้ก็นึกอยากจะเห็นว่าที่ลูกสะใภ้ขึ้นมา
“พ่อกับแม่เตรียมเตรียมสินสอดรอเลยครับ”
“ไม่ต้องห่วงเลยแม่เตรียมไว้นานแล้ว”
“แม่ครับผมมีเรื่องอะไรจะถามอีกอย่าง”
“ถามมาเลย”
“แม่เชื่อเรื่องผู้หญิงกินผัวไหมครับ”
“แม่ก็เคยได้ยินนะแต่มันก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้”
“ดวงกินผัวคืออะไรเหรอคะแม่” ฉัตรลดาไปเรียนต่างประเทศมาตั้งแต่จบมัธยมปลายก็ถามด้วยความไม่เข้าใจ
“มันเป็นความเชื่อของโบราณน่ะลูกก็ประมาณว่าการที่คบกันแล้วกันแล้วไม่รุ่ง อยู่กันไม่ยืดยาวหรืออาจจะทำให้ทำมาหากินไม่ขึ้นการงานล่มจมและหนักที่สุดอาจถึงขั้นฝ่ายชายหรือฝ่ายสามี เสียชีวิต”
“ลดาว่ามันไม่มีเรื่องแบบนี้หรอกมั้งคะ แล้วทำไมพี่กล้าถึงถามเรื่องนี้ล่ะคะหรือผู้หญิงที่พี่ไปแอบชอบเขาแต่งงานแล้วและสามีเขาตาย”
“ใช่แบบที่น้องพูดไม่กล้า” แม้จะไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่แต่คุณลักขณาก็เป็นห่วงลูกชายถ้าหากเขาจะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่มีดวงกินผัว