ตอนที่ 2 ทวงคืนสินเดิม
ตอนที่ 2 ทวงคืนสินเดิม
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานเก่า ๆ ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่เย็นชา มีรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้วเพิ่มความดุดัน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของหลินเยี่ยนเยว่
(ตรวจพบเป้าหมายพิเศษ บุรุษลึกลับผู้มีออร่ารุนแรง คำเตือน ระดับความอันตราย ประเมินค่าไม่ได้)
หลินเยี่ยนเยว่หรี่ตามองเขา เซียวจวินเหอ นายพรานป่าผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน ในชาติก่อนเขาเป็นเพียงคนผ่านทางที่นางไม่เคยใส่ใจ แต่ทำไมชาตินี้เขาถึงเข้ามายุ่งเรื่องของนาง
“ข้าวสารครึ่งกระสอบ...” เซียวจวินเหอเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะโยนไก่ป่าสองตัวในมือลงบนพื้นหิมะ “ข้าให้ไก่ป่าสองตัวนี้ แลกกับการที่พวกเจ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านนางเดี๋ยวนี้”
“ไก่ป่าสองตัว...” เถ้าแก่หวังมองไก่ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสลับกับใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง
“เจ้าหนุ่มหน้าละอ่อน เจ้าคิดว่าไก่ผอมโซสองตัวนี้ จะมีค่าเท่ากับหญิงงามอย่างหลินเยี่ยนเยว่หรือ ข้าว่าเจ้ากลับไปล่าสัตว์เงียบ ๆ อย่ามาแส่เรื่องผู้อื่นจะดีกว่า”
เซียวจวินเหอไม่ตอบโต้ เพียงแต่ขยับมือไปที่เอวช้าๆ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนด้ามมีดสั้นที่เหน็บอยู่ ไอสังหารที่แผ่ออกมาทำให้อากาศรอบตัวกดดันจนผู้คนเริ่มหายใจไม่ออก แววตาของเขามิได้มองเถ้าแก่หวังด้วยซ้ำ แต่มองเลยไปที่เกวียนม้าราวกับกำลังคำนวณระยะการเชือดเฉือน
(ตรวจพบระดับความอันตรายของว่าที่พระเอกพุ่งสูง คำเตือน หากเถ้าแก่หวังไม่รีบไสหัวไป เขาอาจจะได้กลายเป็นปุ๋ยฝังกลบหิมะ)
หลินเยี่ยนเยว่เห็นท่าไม่ดี แม้นางจะอยากเห็นเลือดคนชั่ว แต่หากเกิดเรื่องฆ่าแกงกันหน้าบ้าน นางคงจะเดือดร้อนไปด้วย หญิงสาวจึงรีบก้าวออกมาขวางสายตานั้นไว้ พร้อมกับหันไปฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้เถ้าแก่หวัง
“เถ้าแก่หวังเจ้าคะ...” น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปเป็นเยือกเย็นจนน่าขนลุก
“นายพรานเซียวผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำ ยิงกระรอกที่ระยะร้อยก้าวไม่เคยพลาด หากท่านยังยืนยันจะเอาตัวข้าไป ข้าเกรงว่าขากลับ ท่านอาจจะมีลูกธนู ปักติดล้อเกวียน หรืออาจจะเป็น... ส่วนอื่นของร่างกายท่าน กลับไปเป็นของแถม”
เถ้าแก่หวังหน้าซีดเผือด เขาเป็นพ่อค้า ย่อมรักตัวกลัวตายยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อเห็นสายตาเอาเรื่องของนายพรานหนุ่มที่ดูไม่เหมือนคนธรรมดา ผสมกับคำขู่ของหลินเยี่ยนเยว่ พ่อค้าอ้วนฉุก็เริ่มตื่นตระหนก
“ก็ได้!.. ก็ได้ ถือว่าข้าเห็นแก่หน้าคนบ้านเดียวกัน” เถ้าแก่หวังตะโกนเสียงสั่น ก่อนจะรีบก้มลงคว้าไก่ป่าสองตัวนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็ได้กำไรติดมือกลับไปบ้าง
“วันนี้ข้าอารมณ์ดี จะยอมถอยให้สักก้าว... หลิวซื่อ คืนข้าวสารของข้ามา แล้วจำไว้ว่าอย่ามาเสนอขายสินค้าขายทุนให้ข้าอีก”
“ทะ... ท่านเถ้าแก่! เดี๋ยวสิเจ้าคะ ท่านจะไปเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ” หลิวเหมยเซียงหวีดร้องเสียงหลง รีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนเสื้อเถ้าแก่หวัง “แล้วข้าวสารเล่า ลูก ๆ ของข้าจะกินอะไร ท่านรับปากข้าแล้วนะเจ้าคะ”
“ปล่อยข้า นังแก่น่าตาย ลูกเจ้าจะกินอะไรแล้วเกี่ยวอันใดกับข้า”
เถ้าแก่หวังสะบัดแขนอย่างแรง จนหลิวเหมยเซียงล้มกลิ้งไปกับพื้นหิมะ ก่อนจะรีบตะเกียกตะกายขึ้นเกวียนม้าแล้วหวดแส้ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงรอยล้อรถและฝุ่นหิมะที่ฟุ้งกระจาย
ความเงียบเข้าปกคลุมลานหน้าบ้านอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ของหลิวเหมยเซียงที่นั่งแปะอยู่กับพื้น และสายตาหวาดกลัวของหลินชวงที่รีบหลบไปอยู่หลังมารดาของตน
หลินเยี่ยนเยว่กอดอก มองดูภาพความพินาศของแม่เลี้ยงด้วยความสะใจ ก่อนจะหันกลับไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“ขอบคุณท่านมาก พี่ใหญ่เซียว” นางเอ่ยขึ้นตามมารยาท แม้ในใจจะรู้ว่าเขาคงไม่ได้ทำไปเพราะจิตพิศวาสนาง
“แต่ไก่สองตัวนั้น ข้าไม่มีเงินคืนให้ท่านหรอกนะ”
เซียวจวินเหอปรายตามองนางเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็น “ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า... ข้าแค่รำคาญเสียงโวยวาย มันทำให้สัตว์ตื่น”
(ตรวจพบคนปากไม่ตรงกับใจ +1 การวิเคราะห์ ของระบบ เห็นได้ชัดว่าเขามายืนเฝ้าอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว หากรำคาญเสียงดังจริง ๆ ก็ควรเดินหนีจากไปก็ย่อมได้)
“เช่นนั้นหรือ...” หลินเยี่ยนเยว่เลิกคิ้ว “ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าเราหายกัน ท่านได้ความสงบ ข้าเองก็ไม่ต้องถูกแลกข้าวสาร มีแต่ได้กันทั้งคู่”
นางพูดจบก็หันหลังกลับ เตรียมจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปจัดการชำระแค้น กับพวกน่ารังเกียจเหล่านั้นต่อ ทว่าเสียงทุ้มต่ำของเขาก็รั้งนางไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน” เซียวจวินเหอก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง กลิ่นอายของป่าเขาและกลิ่นเลือดจาง ๆ จากตัวเขาทำให้นางชะงัก เขายื่นห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ดูเก่า ๆ ห่อหนึ่งมาตรงหน้านาง
“ข้าเก็บได้ระหว่างทาง” เขาพูดสั้นห้วน ก่อนจะยัดห่อนั้นใส่มือนางแล้วหันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้หลินเยี่ยนเยว่ยืนงงอยู่ท่ามกลางหิมะ
นางก้มลงแกะห่อกระดาษนั้นออกดู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย... ภายในห่อนั้นคือซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ที่ยังอุ่น ๆ อยู่สองลูก
(ได้รับไอเทมลับจากพระเอก ซาลาเปาช่วยชีวิต) หลินเยี่ยนเยว่ก้มลงมองห่อกระดาษในมือ
(คำเตือน โปรดระวังยาพิษ... ล้อเล่น นี่คือซาลาเปาที่เขาตั้งใจซื้อมาให้ โฮสต์อย่าโง่กินเองคนเดียวนะ แบ่งระบบบ้างสิ) หญิงสาวกลอกตาขึ้น คนอื่นอาจจะเกิดใหม่พร้อมระบบอัจฉริยะ แต่นางกลับได้ระบบติ๊งต๊อง เฮ้อ....
หลินเยี่ยนเยว่กำซาลาเปาในมือแน่น ความอบอุ่นจากมันซึมผ่านฝ่ามือที่เย็นเฉียบเข้ามาในหัวใจ ในชาติก่อนนางไม่เคยได้รับความเมตตาจากใครเลย แม้แต่คนในครอบครัว แต่วันนี้ชายแปลกหน้าที่นางเคยมองข้าม กลับยื่นมือเข้ามาช่วยและแบ่งปันอาหารให้
“หลินเยี่ยนเยว่!” เสียงตวาดแหลมสูงของหลิวซื่อ ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
แม่เลี้ยงอสรพิษลุกขึ้นยืน ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโกรธแค้นอย่างหน้าดำหน้าแดง “นังตัวซวย เจ้ากล้าไล่เถ้าแก่หวังไปได้อย่างไร แล้วข้าวสารครึ่งกระสอบของข้าเล่า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร วันนี้ถ้าเจ้าไม่หาข้าวมาให้ข้ากับลูกกิน อย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้าบ้านนี้!!!”
หลินเยี่ยนเยว่เก็บซาลาเปาเข้าในอกเสื้ออย่างทะนุถนอม ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยง แววตาซาบซึ้งเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่น่าหวาดหวั่น
“รับผิดชอบงั้นหรือ” นางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหลิวเหมยเซียงช้า ๆ “ได้สิ... ข้าจะรับผิดชอบแน่ แต่ก่อนอื่น ข้าจำได้ว่าสินเดิมของท่านแม่ข้า มีปิ่นทองกับกำไรหยก ท่าน ท่านช่วยบอกข้าหน่อยได้หรือไม่... ว่าตอนนี้มันไปอยู่ที่ใดแล้ว”
แม่เลี้ยงจอมละโมบสะดุ้งเฮือก ดวงตากลิ้งกลอกไปมา “อะ... อะไร!! สินเดิมอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง มันหายไปตั้งนานแล้ว”
“หายไป หรือว่า...” หลินเยี่ยนเยว่ปรายตามองไปที่ข้อมือของหลินชวง ที่รีบเอามือซ่อนไพล่หลัง แต่มันไม่ทันสายตาอันเฉียบคมของนาง กำไลหยกสีเขียวใส นั่นมันกำไลของท่านแม่นางไม่ผิดแน่
“ไม่ยอมรับสิท่า” หญิงสาวแสยะยิ้มร้าย พลางกำหมัดชกลงที่ผ่ามือตนเอง
“ดี!!..เช่นนั้นพวกเรามาคิดบัญชีกัน”
----------------------------
