บทย่อ
"หนี้แค้นที่บิดาก่อไว้ เธอต้องชดใช้ด้วยร่างกายและหัวใจ..." 'อคิน วรโชติ' นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้ถูกขนานนามว่ามัจจุราชไร้หัวใจ เขาจองจำ 'ม่านฟ้า' ลูกสาวศัตรูไว้ในฐานะ 'นางบำเรอขัดดอก' เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีให้สาสมกับความแค้นในอดีต แต่ยิ่งร้าย... ใจกลับยิ่งถลำลึก ยิ่งผลักไส... กลับยิ่งโหยหา ในวันที่เขารู้ใจตัวเอง ก็เป็นวันที่เธอหอบความช้ำและ 'เลือดเนื้อเชื้อไข' ของเขาหนีหายไปจากชีวิต... งานนี้มัจจุราชร้ายต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรี คุกเข่าอ้อนวอนเพื่อทวงคืนหัวใจและลูกน้อยกลับคืนมา ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ยอม!
ตอนที่ 1 หนี้ชีวิต
ตอนที่ 1 หนี้ชีวิต
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างดังแข่งกับเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก ทว่าภายในคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ บรรยากาศกลับน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าพายุลูกไหนๆ
ข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย แจกันลายครามแตกละเอียดเกลื่อนพื้น เสียงรองเท้าหนังราคาแพงหลายคู่ย่ำเดินไปมาอย่างคุกคาม ชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนกำลังรื้อค้นทุกซอกทุกมุมของบ้านราวกับฝูงแร้งทึ้งเหยื่อ
"พ่อฉันไม่อยู่! พวกแกไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้นะ ออกไป!"
เสียงหวานที่สั่นเครือตะโกนขึ้น "ม่านฟ้า" หญิงสาวร่างบางในชุดนอนผ้าซาตินสีครีม พยายามยืนขวางบันไดไว้ ใบหน้าสวยหวานที่เคยสดใสบัดนี้ซีดเผือด นัยน์ตากลมโตฉายแววหวาดกลัวสุดขีด แต่ก็ยังพยายามรวบรวมความกล้าที่มีอันน้อยนิดเพื่อปกป้องบ้านหลังสุดท้าย
"ไม่อยู่ หรือหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้วกันแน่!" หนึ่งในชายชุดดำตะคอกกลับ พลางผลักไหล่บางจนเซถลาเกือบตกบันได
"โอ๊ย!" ม่านฟ้าร้องเสียงหลง
"หยุด"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นเพียงคำเดียว แต่กลับทำให้ทุกความวุ่นวายในห้องโถงหยุดชะงักลงทันที แม้แต่เสียงลมหายใจของลูกน้องยังแผ่วเบาลง
ประตูไม้สักบานใหญ่หน้าบ้านถูกผลักเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากตัว ร่มคันใหญ่ในมือลูกน้องถูกกางออกเพื่อกันเม็ดฝนไม่ให้ต้องผิวกายเขา แต่ดูเหมือนความเปียกปอนจะทำอะไรชายผู้นี้ไม่ได้เลย
"อคิน" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่แววตากลับว่างเปล่าและดำมืดดุจรัตติกาล เขาปรายตามองสภาพบ้านที่พังยับเยินด้วยความเฉยชา ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่ตรงบันได
"คุณ...อคิน" ม่านฟ้าครางชื่อนั้นแผ่วเบา เธอจำเขาได้ดี เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของพ่อ ผู้ชายที่ถูกขนานนามในวงการธุรกิจสีเทาว่า 'มัจจุราชหน้านิ่ง'
รองเท้าหนังขัดมันวาวก้าวเข้ามาใกล้เธอช้าๆ ทุกย่างก้าวหนักแน่นราวกับเสียงตอกฝาโลง อคินหยุดยืนตรงหน้าเธอ กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูกม่านฟ้า มันเป็นกลิ่นที่อันตราย...และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
"ห้าสิบล้าน..." อคินเอ่ยเสียงเรียบ "พร้อมดอกเบี้ยอีกสิบล้าน พ่อเธอสัญญาว่าจะจ่ายวันนี้"
"คุณพ่อ... คุณพ่อไปหาเงิน ท่านบอกว่าจะรีบกลับมา..." ม่านฟ้าโกหก ทั้งที่รู้ดีว่าพ่อหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทิ้งปัญหาทุกอย่างไว้ให้เธอเผชิญลำพัง
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากยกยิ้มเหยียดหยัน เขาย่อตัวลงมาจนใบหน้าคมคายอยู่ในระดับเดียวกับเธอ มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนขึ้น บีบแน่นจนม่านฟ้านิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน ม่านฟ้า... พ่อเธอหนีไปแล้ว หนีไปพร้อมกับเงินก้อนสุดท้ายของบ้านหลังนี้"
ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ไล่ตั้งแต่ดวงตาคู่สวย จมูกรั้นเชิด จนมาหยุดที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังสั่นระริก
"แล้วทีนี้... ใครจะรับผิดชอบ"
"ฉัน... ฉันจะหามาคืนให้ ขอเวลาฉันหน่อยนะคะ ฉันจะขายบ้าน ขายทุกอย่าง..." ม่านฟ้าพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ
"บ้านหลังนี้ติดจำนองธนาคาร ทรัพย์สินที่มีค่าพ่อเธอก็ขนไปหมดแล้ว" อคินพูดแทรกเสียงเย็น "เธอไม่มีอะไรเหลือพอจะใช้หนี้ฉันได้เลยสักบาทเดียว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ม่านฟ้ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า เธอหมดหนทางแล้วจริงๆ
อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหญิงสาวที่สิ้นหวังตรงหน้าด้วยแววตาประเมินสินค้า เขาไม่ได้ต้องการเงินเศษเงินแค่นั้น แต่สิ่งที่เขาต้องการ... คือสิ่งที่พ่อของเธอหวงแหนที่สุดต่างหาก
"แต่ถ้าเธออยากใช้หนี้แทนพ่อจริงๆ ..."
อคินเว้นจังหวะ เขาโน้มตัวลงมาใกล้อีกครั้ง ปลายจมูกโด่งเฉียดแก้มนวลของม่านฟ้าไปเพียงนิดเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินข้างหูจนขนอ่อนเธอลุกชัน
"เก็บเสื้อผ้าซะ ม่านฟ้า... หน้าที่ของเธอไม่ใช่การหาเงิน แต่คือการไปบำเรอความสุขให้ฉันที่คฤหาสน์ จนกว่าฉันจะพอใจ"
"มะ...ไม่นะ! ฉันไม่ไป!" ม่านฟ้าเบิกตากว้าง ถอยหลังหนีจนชิดกำแพง
"เลือกเอา จะเดินไปขึ้นรถดีๆ หรือจะให้ลูกน้องฉันลากคอเธอไป... อ้อ แล้วถ้าเธอคิดหนี ฉันรับรองว่าพ่อเธอที่หนีหัวซุกหัวซุนอยู่ จะไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีก"
คำขู่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำให้ม่านฟ้าตัวแข็งทื่อ น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอมองสบตากับมัจจุราชตรงหน้า รู้ซึ้งแล้วว่าชีวิตอิสระของเธอจบสิ้นลงแล้วนับตั้งแต่วินาทีนี้
อคินเหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองหยุดเต้น
"เชิญคุณม่านฟ้าไปที่รถ" เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะหันหลังเดินฝ่าสายฝนออกไป โดยไม่หันกลับมามองเสียงสะอื้นไห้ที่ดังระงมอยู่เบื้องหลัง

