เสน่ห์ร้ายแม่ม่ายพราวนภา - บทนำ 1/1
“แม่คะ ลัลไปนอนก่อนนะ” ลัลลาวีร์เอ่ยขึ้นขณะลอบมองมารดาของตนเองกำลังง่วนอยู่กับหน้าจอคอม
“ไปสิจ้ะ ลูก” พราวนภาเอ่ยแล้วเงยหน้าขึ้นบอกลูกสาวเสียงหวาน
พราวนภามองจนลัลลาวีร์เดินขึ้นบันไดบ้านหายลับตาไปแล้ว หญิงวัยกลางคนจึงก้มหน้ามามองงานตนเองต่อ
งานของพราวนภาเป็นงานเขียนนวนิยายขนาดยาว แม้จะได้เงินไม่มากนักแต่ก็มากพอที่จะประคองชีวิตเธอกับลูกสาววัยเยาว์ได้
พราวนภาอาศัยอยู่กับลูกสาวสองคน เธอหย่าขาดกับสามีไปตั้งแต่ลัลลาวีร์ยังเป็นวัยรุ่นจวบจนปัจจุบันนี้เธอยังไม่มีใครใหม่แม้ว่าเธอจะเริ่มเหงาบ้างก็ตาม...
นักเขียนสาวใหญ่สะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดไม่เข้าท่าออกไป แล้วเบือนหน้ามาก้มหน้าก้มตาเขียนนวนิยายต่อ
งานเขียนของพราวนภาเป็นงานเขียนนิยายรักโรมานซ์ทั่วไป
หากแต่ได้รับความนิยมมากในหมู่นักอ่านขึ้นติดอันดับหนึ่งในห้าเว็บไซต์ดังหลายเว็บไซต์
พราวนภามักจะใช้ชื่อนามปากกาว่า พลอยเพทาย สำหรับเขียนนิยายโรมานซ์สิบแปดบวกโดยเฉพาะ
“ตึ๋ง” เสียงข้อความดังขึ้นในกล่องข้อความ gamail ที่แม่ม่ายสาวเปิดอยู่
มือเรียวสวยเอื้อมคลิกเมาส์อย่างรวดเร็วในกล่อง ข้อความเมื่อเห็นเป็นอีเมล์ใหม่
“ใครกันนะ ส่งเมล์มาในเวลานี้” พราวนภาเอ่ยขึ้น
อย่างสงสัยเล็กน้อย
ภาพในหน้าจอคอมปรากฎภาพโปสเตอร์เขียนว่า ขอแสดงความยินดีด้วย เรื่องสั้นที่คุณพราวนภา สุเวชวัฒนา ผ่านเข้ารอบคัดเลือกเข้าโครงการอบรม
“สานฝัน สืบงานเขียน”
ดวงตาคู่งดงามของแม่ม่ายสาวเบิกกว้างขึ้นยามเมื่อได้อ่านอีเมล์ฉบับนั้น
“เยี่ยม พราวนภามันต้องอย่างนี้”
เสียงหวานแหลมเอ่ยขึ้นเเล้วกำหมัดอย่างแรง
ความใฝ่ฝันของพราวนภาคือการได้เฉิดฉายบนวงการน้ำหมึกสักรอบ
พราวนภาลอบมองตนเองในกระจก
ภาพที่สะท้อนเบื้องหน้าของแม่ม่ายสาวคือ ใบหน้าผ่องนวลสวย คิ้วโก่งโค้งได้รูปสวย ดวงตาคู่กลมโต หากแต่เปล่งประกายระยับ
และริมฝีปากอันบางเฉียบ
สาวใหญ่เอื้อมจับริมฝีปากตนเองอย่างเเผ่วเบา
ภาพในอดีตผุดพรายขึ้นมาราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานคืน
“อื้ม” เสียงหวานใสครางลอดออกมาจากในห้องน้ำผับแอนด์บาร์แห่งหนึ่ง
พราวนภาร้องครางเสียงหลงยามเมื่อมือหนาของธนูเอื้อมมาใกล้กับกระโปรงของเธอ
ธนูถลกกระโปรงของพราวนภาขึ้นแล้วบรรจงใช้นิ้วเรียวสอดไปในช่องทางสวรรค์
นิ้วมือเรียวของธนูดั้นเข้าไปอย่างซุกซน พราวนภาสัมผัสได้ราวกับตนกำลังโผผินบินได้ดั่งใจหมาย
พราวนภาครวญกระชั้นยามเมื่อธนูขยับเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ
แววตาคู่นั้นเบิกกว้างกว่าเดิม ยามเมื่อริมฝีปากบางบดขยี้จูบอย่างรุนแรง
หญิงสาวรู้สึกราวกับนกผกผินได้ เมื่ออารมณ์ของเธอเตลิดจนกู่ไม่กลับ
ผ่านไปหนึ่งวัน
สายแล้ว” พราวนภาเอ่ยอย่างกระหืดกระหอบ ยามเมื่อก้มลงมองดูนาฬิกา
รองเท้าส้นเตี้ยก้าวเดินฉับ ๆ เพื่อให้ทันนัดหมายในเก้าโมง
ร่างระหงส์สวมชุดเดรสยาวเลยเข่าสีโอรส ดวงตาคู่นั้นสอดส่ายหาไปยังบุคคลที่จะช่วยเหลือเธอได้
วันนี้เป็นวันที่สาวใหญ่อย่างพราวนภาเดินทางมายังงานอบรม “สานฝัน สืบงานเขียน” หากแต่เวลานี้เธอกลับกำลังหลงทางไปห้องอบรมไม่ถูก
ขณะที่กำลังหลงทางอยู่นั้นรองเท้าส้นเตี้ยของม่ายสาวก็พลันเหยียบเศษเปลือกกล้วย
“กรี๊ด” พราวนภาหวีดร้องสุดเสียงยามเมื่อเรือนร่างอรชรกำลังเสียหลัก พราวนภาหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว
“คุณครับ...เป็นอะไรไหมครับ” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
เวลานี้พราวนภากำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา ธนพรั้งเอวอรชรมาใกล้ตัว
พราวนภาลืมตาโพลง แม่ม่ายสาวใหญ่สังเกตเห็นหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายระยับ คิ้วเข้มจนเน้นให้ใบหน้าหล่อดูคมคาย
ดวงหน้าคมคายอยู่ใกล้ใบหน้านวลผ่องแค่คืบ พราวนภาสัมผัสได้ถึงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัว
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” พราวนภาเอ่ยขึ้นขณะยืนตัวตรง ม่ายสาวจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยกว่าเดิม
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้” พราวนภาเอ่ยขณะสบสายตาชวนหวามใจของชายหนุ่มตรงหน้า
“ไม่เป็นไรครับ” ธนพเอ่ยขึ้นขณะลอบมองใบหน้าของสตรีตรงหน้าที่เว้นระยะห่างออกมา
“ฉันสายแล้วยังไงก็ขอบคุณคุณมากค่ะ” พราวนภาเอ่ยขณะก้มเหลือบมองดูนาฬิกาที่ข้อมือของตนเอง
“ไม่เป็นไรครับ” ธนพเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างสุภาพ
