บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ย้อนกลับมา

เสียงไก่ขันที่ไม่ได้ยินมานานแล้วทำให้เซียวลี่ถิงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอจ้องมองหลังคากระเบื้องอันคุ้นเคยแล้วก็พระพริบตาเพื่อขับไล่น้ำตาแห่งความคิดถึงที่ไหลลงมาเมื่อจำได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือห้องนอนส่วนตัวของเธอในตอนที่เธอยังอยู่กับพ่อและแม่ในบ้านหลังเก่าของครอบครัว เสียงความเคลื่อนไหวที่อยู่ภายนอกห้องทำให้เธอหลับตาลงอีกครั้งเพื่อซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ที่เกือบจะเลือนหายไปจากความทรงจำของเธอไปแล้ว

“ลี่ถิง ทำไมยังไม่ตื่นอีก วันนี้ลูกจะเข้าเมืองไปรับชุดที่สั่งตัดเอาไว้ไม่ใช่หรือ” เสียงเรียกที่ดังเข้ามาในห้องทำให้เซียวลี่ถิงขยับตัวในทันที

“แม่!” เธออุทานออกมาพลางขยับตัวลุกขึ้นแล้วเซียวลี่ถิงก็นิ่วหน้าในทันทีเมื่อรู้สึกว่าร่างกายของเธอไม่เหมือนเมื่อก่อน

“ลี่ถิง ลูกไม่ได้ยินที่แม่เรียกหรือ” สุ่ยเหมยเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจ้องมองเซียวลี่ถิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“อ้าว! ก็ตื่นแล้วนี่นาทำไมถึงไม่รีบลุกออกมา วันนี้ลูกจะเข้าไปในเมืองไม่ใช่หรือ” คำถามของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า เธอขยับตัวลุกขึ้นก้มมองร่างของตนเองแล้วจึงได้เดินเข้ามาหาสุ่ยเหมยอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้พบ

“แม่คะ” เซียวลี่ถิงพูดพลางค่อยๆ ยื่นมือของตนเองไปแตะที่มือของสุ่ยเหมยเบาๆ

“ลูกเป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า” คำถามของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า แต่ฝ่ามืออันอบอุ่นของสุ่ยเหมยก็ยังยื่นมาแตะที่หน้าผากของเธอเพื่อทดสอบอุณหภูมิอยู่ดี

“ก็ไม่ได้ตัวร้อนนี่นา ลี่ถิงแม่ทำอาหารเช้าเอาไว้แล้ว พ่อกับพี่ชายของลูกก็ออกไปทำงานกันทั้งคู่แล้ว ลูกเป็นอะไรไปหรือยังโกรธที่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยเรื่องการแต่งงานของลูก” เมื่อสุ่ยเหมยพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ส่ายหน้า หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแล้วไหลลงมาของเธอทำให้สุ่ยเหมยเอ่ยปากถามมาด้วยความประหลาดใจในทันที

“ลูกเป็นอะไร”

“หนูคิดถึงแม่เหลือเกิน” เซียวลี่ถิงเอ่ยออกมาแล้วโถมร่างเข้ามาโอบกอดสุ่ยเหมยเอาไว้ ไม่ว่าตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นแต่การที่เธอได้พบกับแม่ของเธออีกครั้งเช่นนี้มันทำให้เซียวลี่ถิงรู้สึกยินดีมากเหลือเกิน ชั่วชีวิตของเธอสิ่งที่เธอรู้สึกเสียใจมากที่สุดไม่ใช่เพราะการเลือกแต่งงานกับคนชั่วอย่างเฉินซีห่าว แต่เธอเสียใจที่ความอ่อนแอของเธอทำให้เธอไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ของเธอในช่วงวาระสุดท้ายในชีวิตของพวกเขา

“แม่คะหนู...” เซียวลี่ถิงพูดพลางจ้องมองสุ่ยเหมยแล้วก็ก้มลงมาจ้องมองการแต่งกายของตนเอง เซียวลี่ถิงเดินไปที่กระจกที่ตั้งอยู่ในห้องจ้องมองใบหน้าที่สะท้อนกลับมา เธอยกมือขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของตนเองหลับตาแล้วตั้งสติอีกครั้งแล้วจึงได้ลืมตาขึ้นมาจ้องมองใบหน้าที่ยังคงอ่อนเยาว์ของเธออีกครั้ง

“ลี่ถิงลูกเป็นอะไรไป” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงหันไปส่งมอบรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยินดีของตนเองในทันที

“หนูไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ ก็แค่รู้สึกยินดีที่หนูสามารถหลุดพ้นจากชีวิตอันน่าเศร้าของตนเองได้แล้ว และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่หนูจะเริ่มต้นใหม่ค่ะ” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สุ่ยเหมยพลันส่ายหน้าในทันที

“ถ้าลูกยังนอนไม่เต็มอิ่มจะกลับไปนอนต่อก็ได้นะ แม่ผิดเองที่ปลุกลูกขึ้นมาจนทำให้ลูกพูดจาเลื่อนลอยเช่นนี้” คำพูดของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงหัวเราะออกมาในทันที

“หนูไม่นอนแล้วค่ะหนูอยากอยู่กับแม่มากกว่า” เซียวลี่ถิงพูดพลางคล้องแขนของสุ่ยเหมยเอาไว้แล้วพูดกับสุ่ยเหมยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“แม่ทำอาหารเช้าเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือคะ หนูไปกินอาหารเช้าฝีมือของแม่ดีกว่าเพราะอาหารเช้าของแม่อร่อยที่สุดในบรรดาอาหารเช้าที่หนูเคยกินมาแล้ว” เซียวลี่ถิงพูดตามความรู้สึกจากหัวใจแต่สุ่ยเหมยกลับคิดแค่เพียงว่าลูกสาวของเธอกำลังพูดจาเอาอกเอาใจเธอเท่านั้น

“ปากหวานก็เป็นนี่นา ก่อนหน้านี้ถ้าลูกรู้จักพูดจาดีๆ กับพ่อเขา เขาก็คงจะไม่โกรธเคืองจนไม่ยอมพูดกับลูกเช่นนี้หรอก” สุ่ยเหมยพูดพลางส่ายหน้าแต่ก็ยอมให้ลูกสาวของเธอคล้องแขนพาเธอไปที่ห้องอาหารแต่โดยดี

หลังกินมื้อเช้าเสร็จเซียวลี่ถิงก็อาสาช่วยสุ่ยเหมยเก็บกวาดและทำความสะอาดจานชามอย่างกระตือรือร้นแล้วหลังจากนั้นเธอจึงกลับเข้าห้องส่วนตัวเพื่อทบทวนสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญอยู่อีกครั้ง

“ฉันตายไปแล้วไม่ใช่หรือ” เซียวลี่ถิงพึมพำออกมาเธอจำได้ว่าตอนที่ร่างของเธอล้มลงไปตรงหน้าหลุมศพของเฉินอวิ๋นมีคนหันมาช่วยประคองร่างของเธอเอาไว้ เสียงเรียกชื่อเธอด้วยความเป็นห่วงรวมไปถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เธอรับรู้ได้ว่ามีหลายคนตะโกนเรียกชื่อเธอและรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังพยายามช่วยกู้ชีพให้เธอ แต่ร่างกายของเธอกลับไม่สนองตอบต่อสิ่งใดแล้ว สุดท้ายสติของเธอก็ดับมืดลง พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเธอก็ได้ย้อนเวลากลับมาในตอนที่เธอยังอยู่ในบ้านเก่ากับพ่อแม่และยังไม่ได้แต่งงานกับเฉินซีห่าว

“นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ฉันได้ย้อนเวลากลับมาในตอนที่ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับเฉินซีห่าว” เซียวลี่ถิงพึมพำออกมาแล้วก็ขยับตัวลุกขึ้น เธอจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนออกมาจากกระจกแล้วก็ยิ้มออกมา เธอจำได้แล้วว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่เธอกำลังรอให้ถึงวันแต่งงานของเธอและเฉินซีห่าวอย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่เคยคาดคิดสักนิดว่าชีวิตแต่งงานที่เธอเฝ้ารอคือการที่เธอกำลังเดินเข้าสู่กับดักแห่งความล้มเหลวในชีวิตของตนเอง

“อีกสามวัน จะถึงงานแต่งงานของฉัน” เซียวลี่ถิงพูดพลางจ้องมองปฏิทินบนโต๊ะเขียนหนังสือของเธอ เธอจดจำได้ดีว่าแต่ละวันที่ผ่านไปเธอใช้ดินสอขีดทับลงบนปฏิทินด้วยความสุข อีกสามวันก็จะถึงวันที่เธอวงกลมเอาไว้เธอจำได้ว่าเธอเฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่เธอวงกลมเอาไว้มาโดยตลอดและเธอก็คาดหวังว่าเฉินซีห่าวจะคิดเช่นเดียวกันกับเธอ

“พี่ซีห่าวกับฉันมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ก่อนเธอกับเขาจะแต่งงานกันแล้ว บ้านที่เธอกับเขาใช้เป็นเรือนหอเคยเป็นที่พักของฉันกับเขามาก่อน ฉันพึ่งจะย้ายออกก่อนหน้าวันแต่งงานของเธอกับเขาแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น” อยู่ๆ ถ้อยคำประโยคนี้ของหม่าชิงอีก็ลอยเข้ามาในหัว เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาแล้วจึงได้พึมพำออกมาเสียงเบา

“หม่าชิงอี ฉันจะช่วยให้เธอสมหวังก็แล้วกัน”

เซียวลี่ถิงรีบแต่งเนื้อแต่งตัวใหม่เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตนเองขึ้นแล้วเดินออกจากห้องพักของตนเอง ตอนนี้เฉินซีห่าวยังเป็นแค่เพียงรองหัวหน้าฝ่ายในโรงงานที่พ่อของเธอทำงานอยู่ เขายังไม่มีพรรคพวกและยังไม่มีเส้นสาย ไม่มีอิทธิพลมากเพียงพอที่จะทำลายคนในครอบครัวของเธอได้ เมื่อคิดถึงจุดนี้เซียวลี่ถิงก็ยิ้มออกมาแล้วรีบออกจากบ้านเดินตรงไปยังท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเดิมของเฉินซีห่าวในทันที

‘เฉินซีห่าวคุณเคยใช้คนในครอบครัวของฉันมาข่มขู่ฉัน วันนี้ฉันจะใช้คนในครอบครัวของคุณไปข่มขู่คุณบ้าง’ เซียวลี่ถิงคิดพลางยิ้มออกมาเมื่อคิดได้ว่าเธอจะต้องหาพยานให้มากสักหน่อย ตอนที่เธอขอยกเลิกงานแต่งงานกับเฉินซีห่าวจะได้ทำได้ง่ายดายขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel