บทที่ 5 ผู้หญิงของเจ้านาย (1)
หลังจากที่ต้องพบเจอเรื่องอัปยศ ทำให้รสารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ถ้าไม่เพราะเธอเองหลงระเริงไปกับสัมผัสนั้นเหมือนกัน เรื่องทุกอย่างก็คงไม่เป็นอย่างนี้ แค่คิดใบหน้าหวานก็เห่อร้อนขึ้นมาทันที เมื่อคืนตอนที่หนีออกมาเธอหาหนทางกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย และก็ยังพบร่างเมามายของบิดาที่ไม่ว่าวันไหนก็อยู่แต่กับเหล้าจนเธอเองก็ได้แต่ส่ายหัว ขณะที่น้องสาวกลับหายตัวไปไม่ติดต่อมา จนเธอเริ่มใจไม่ดีแล้ว เพราะนีรดาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
มือน้อยทำการกดเบอร์ของ ‘ธนัช โชติบริรักษ์’ เพื่อนอีกคนของเธอที่มีความสนิทสนมกับนีรดาพอสมควร
“ฮัลโหล...นัชเหรอ...นี่รสาเองนะ ยัยน้ำหวานติดต่อหานัชไปบ้างหรือเปล่า” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันก่อนที่จะเอ่ยปากถามอีกครั้งทันที
‘ไม่นะรสา น้ำหวานไม่ได้ติดต่อเรามาเลย ทำไมเหรอ น้ำหวานหายไปไหน’
ธนัชเป็นเพื่อนของเธอที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก และเหมือนธนัชนั้นก็แอบชอบนีรดาด้วย เพราะเธอรับรู้ว่าผู้ชายคนนี้มองน้องสาวไม่เหมือนเพื่อนทั่วๆ ไป
“อืม...ฉันติดต่อน้ำหวานไม่ได้เลย ถ้าน้ำหวานติดต่อนายมานายช่วยโทร. บอกฉันด้วยนะ ยัยน้ำหวานหายไปหลายวันแล้ว” เสียงหวานบอกออกอย่างกังวล ส่วนคนปลายสายเองก็เคร่งเครียดไม่ต่างกัน เพราะธุรกิจของที่บ้านทำให้เขาไม่ค่อยได้ติดต่อนีรดาเลยในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา
‘ฉันจะช่วยตามหาน้ำหวานอีกแรงนะ ไม่ต้องห่วง’ เสียงเข้มบอกเพื่อให้คู่สนทนาไม่ต้องเครียดมาเกินไป
สองหนุ่มสาวคุยกันสักพักรสาก็วางสายไป ก่อนที่ดวงตากลมโตกำลังเหม่อคิดถึงเรื่องหลายๆ อย่างอยู่ เรื่องของน้องสาวอ่อนต่อโลกอย่างนีรดา ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อของเธอไม่เคยดีกับนีรดาเลย .ซึ่งเธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากยืนอยู่ห่าง แม้อยากจะเข้าไปช่วยแต่สุดท้ายจะเป็นเธอเองที่ต้องเจ็บตัวแทน
“ฉันจะต้องตามหาเธอให้เจอน้ำหวาน” เสียงแหลมบอกอย่างมุ่งมั่น และก็ไม่วายติดต่อนีรดาไม่เลิก แต่สิ่งที่ได้รับคือความว่างเปล่า
ทางด้านของนีรดากำลังนอนซมอยู่บนเตียงเพราะเมื่อคืนเอนิวาลฟ์เล่นเธอซะอ่วม จนแทบไม่มีแม้แต่แรงที่จะลุกขึ้นมาจากเตียง ใครจะไปคิดว่าคนอย่างเขาจะบ้าพลังได้ถึงขนาดนี้
ร่างเล็กพยายามลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะมองไปรอบๆ ก็ไม่พบกับร่างสูงใหญ่ของเอนิวาลฟ์ ใจหนึ่งก็โล่งอกที่ไม่ต้องเจอเขา แต่อีกใจก็รู้สึกโหวงๆ เพราะนั่นเท่ากับว่าเธอไม่ต่างจากโสเภณีที่เสร็จกิจเขาก็สามารถทิ้งได้อย่างไม่ใยดี
น้ำตาใสๆ ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ก่อนที่เธอพยุงร่างกายเข้าห้องน้ำเพื่อชำระคราบคาวบนร่างกาย ไม่คิดว่าตัวเองจะพลาดพลั้งจนได้ สุดท้ายพรหมจรรย์ที่เก็บมานานกว่า 20 ปีถูกทำลายอย่างย่อยยับจากผู้ชายทรงเสน่ห์อย่างเอนิวาลฟ์ ผู้ชายที่ไม่เคยจริงจังกับใคร ยิ่งผู้หญิงหลอกลวงอย่างเธอด้วย
แปะ แปะ แปะ
เสียงสายน้ำไหลลงมาไม่ขาดสาย เธออยากจะล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้ออกไปจากร่างกายของตัวเธอเอง อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้น
หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวแล้ว นีรดาก็จะออกจากที่นี่ไปเสียที ซึ่งก่อนกลับสายตาของเธอก็เจอเช็คเงินสดจำนวนมากที่คาดว่าจะเป็นค่าตัวของเธอ แต่เพราะความหยิ่งทะนง ทำให้นีรดาไม่คิดจะแตะต้องมัน
มือบอบบางทำการบิดประตูเพื่อจะออกไปจากห้องนี้ แต่ยังไม่ได้ทันได้ก้าวออกไป ร่างสูงใหญ่ของชายวัยฉกรรจ์ทั้งสองคนบังเอาไว้ไม่ให้เธอไปไหน
“ไปไหนไม่ได้ครับ” สำเนียงภาษาอังกฤษเปล่งออกมาทำให้นีรดาเงยหน้ามองชายร่างยักษ์ทั้งสองคนด้วยความสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าพวกเขาจะกักตัวของเธอเอาไว้ทำไม
“นี่คุณ...ออกไปนะ ฉันจะกลับบ้าน” มือบางดันแผงอกกว้างของชายคนหนึ่งออก แต่ด้วยแรงอันน้อยนิดมันกลับไม่เป็นผล ไม่เข้าใจว่าเอนิวาลฟ์คัดหน้าตาบอดี้การ์ดแต่ละคนหรือเปล่า เพราะเท่าที่ดีทุกคนมีเสน่ห์เหลือร้าย เป็นใครคงต้องกรี๊ดสลบแน่
“ไม่ได้ครับ คุณเอนิวาลฟ์สั่งผมเอาไว้ว่าคุณน้ำหวานไปไหนไม่ได้” เมื่อสิ้นเสียงเข้มทำให้นีรดามองด้วยสายตาไม่เข้าใจ
“นี่คุณ...ฉันไม่ใช่นักโทษนะที่จะมากักขังกันแบบนี้ ฉันจะกลับบ้าน” เสียงหวานร้องโวยวายจนทำให้สองบอดี้การ์ดมองหน้ากันก่อนครุ่นคิดบางอย่าง เพื่อกันไม่ให้สาวสวยคนนี้ออกจากห้องไปตามคำสั่งของเอนิวาลฟ์เมื่อเช้านี้
“คงไม่ได้จริงๆ ครับ คุณน้ำหวานช่วยกลับเข้าไปในห้องด้วยนะครับ เพราะพวกผมไม่อยากขัดคำสั่งเจ้านาย...” เพราะรู้ดีว่าเอนิวาลฟ์เป็นคนอย่างไร พวกเขาไม่อยากจะลองดี แม้อยากจะปล่อยสาวร่างเล็กกลับก็ตาม
“ฉันจะกลับ!!!”
ตอนนี้สองหนุ่มบอดี้การ์ดถึงกับหนักใจ เพราะพวกเขาไม่สามารถเลือกได้จริงๆ เพราะถ้าปล่อยนีรดากลับไปไม่อยากคิดสภาพของตัวเองเลยว่าจะต้องเจอกับอะไร เพราะใครๆ ก็รู้ดีว่าเอนิวาลฟ์เป็นผู้ชายที่ร้ายกาจแค่ไหน ไม่มีใครสามารถขัดใจเขาได้
เพราะอำนาจที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกทำให้ชายหนุ่มเป็นที่จับตาของผู้คนมากมาย และต่างกล่าวขานว่าผู้ชายคนนี้โหดเหี้ยมและเลือดเย็นแค่ไหน
ธุรกิจส่งออกเบียร์ระดับโลกทำให้เขาร่ำรวยมหาศาลจนมีผู้หญิงมากมายต่างอยากครอบครอง แต่เพราะคนอย่างเอนิวาลฟ์ไม่เคยคิดที่จะมีความรักให้กับใคร ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ทางผ่านและไม่เคยมีครั้งไหนที่เอนิวาลฟ์จะกลับมาใช้ผู้หญิงซ้ำสอง ซึ่งนีรดาไม่ได้เป็นอย่างนั้น จนทุกคนต่างแปลกใจ
“ไม่ได้ครับ...ขอร้องกลับเข้าห้องไปก่อนที่พวกผมจะเดือดร้อน...” เสียงวิงวอนของสองบอดี้การ์ดหนุ่มไม่ได้ทำให้นีรดาฟังแม้แต่นิดเดียว เพราะเธออยากกลับบ้านแล้ว อยากจะไปหารสา
นีรดาไม่เข้าใจสองหนุ่มตรงหน้าว่าทำไมต้องกลัวเอนิวาลฟ์ขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ถ้าเธอหายไปเขาคงไม่น่าจะสนใจอะไรในตัวเธอเลยด้วยซ้ำ
มือแกร่งของบอดี้การ์ดคนหนึ่งคว้าหมับเข้าที่เอวเล็กอย่างถือวิสาสะ แม้เขาจะไม่อยากทำแบบนี้ แต่หญิงสาวของเจ้านายกลับพยศจนอดไม่ได้ที่อุ้มร่างบอบบางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเพื่อที่จะเอาเธอกลับเข้าไปในห้องตามเดิม แต่ในจังหวะนั้นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็เดินมาตามทางเดินและเห็นเหมือนผู้หญิงของเขากำลังถูกลูกน้องหนุ่มกอดอยู่ ฟางเส้นสุดท้ายจึงขาดผึงอย่างควบคุมอารมณ์โกรธไม่
“น้ำหวาน!!!”
เสียงทุ้มตะโกนเรียกชื่อของนีรดาดังลั่น จนสองหนุ่มสาวหันไปมองด้วยความตกใจ และคนที่ตกใจกว่าคือบอดี้การ์ดหนุ่มที่มองมือของตัวเองซึ่งอยู่ที่ท้องของหญิงสาว ก่อนจะรีบปล่อยเพราะจากสายตาของเอนิวาลฟ์ที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความดุดันและน่ากลัว
“เอ่อ...” สายตาคมกริบตวัดมองลูกน้องหนุ่มอย่างกราดเกรี้ยวก่อนที่จะหันไปมองร่างเล็กอย่างเอาเรื่องที่เธอยังทำพยศไม่หาย วันนี้เขารีบกลับมาจากการประชุม และก็มาเจอภาพบาดตาบาดใจที่แทบจะทนไม่ไหว ไม่คิดว่าลูกน้องจะกล้าแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงของเขาแบบนี้
“เข้าไป!” เสียงทุ้มตะโกนออกมาอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างเล็กยังคงยืนอึนไม่ไปไหน
ด้วยความตกใจทำให้นีรดาลนลานเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ทำให้หน้าห้องเหลือเพียงหนุ่มวัยฉกรรจ์หลายคน และคนที่น่าจะเจ็บหนักสุดคงไม่พ้นลูกน้องหนุ่มที่แตะเนื้อต้องตัวของนีรดา
“กูสั่งมึงว่าอะไร” เสียงทุ้มของเอนิวาลฟ์ถามพลางเดินเข้ามาใกล้ลูกน้องหนุ่ม จนใครที่ฟังก็รับรู้ถึงความเหี้ยมเกรียมที่เอนิวาลฟ์บอก ร่างกายของบอดี้การ์ดสั่นไปด้วยความกลัว ได้แต่ก้มหน้าเอาไว้เพราะไม่อยากต่อปากต่อคำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้
“สะ...สั่งว่าไม่ให้คุณน้ำหวานออกมาครับ” เสียงลูกน้องบอกด้วยเสียงติดๆ ขัด
“แล้วกูได้สั่งเหรอว่าให้มึงแตะต้องเธอแบบนั้น” ดวงตาคมเข้มจ้องมองลูกน้องด้วยสายตาดุร้าย
“ปะ...เปล่าครับ”
“แล้วมึงกอดเธอทำไม!!!!” เสียงของเอนิวาลฟ์บอกด้วยน้ำเสียงกระชากจนทุกคนในที่นี่เงียบกริบ เพราะไม่มีใครกล้าแย้งออกมาสักคน
“ผะ...ผมไม่ได้ตั้งใจครับ ผมขอโทษ” ลูกน้องวัยฉกรรจ์เอ่ยขอโทษขอโพยอย่างเร่งด่วน จนทุกคนที่มองเหตุการณ์อยู่หายใจหายคอไม่สะดวกแล้ว
“แล้วมึงรู้หรือเปล่าว่าโทษของมึงคืออะไร...” เสียงของเอนิวาลฟ์อ่อนลง แต่ใครๆ ก็รู้ว่ามันเป็นเสียงที่แสนน่ากลัว
“คะ...ครับ” การทำอะไรให้เอนิวาลฟ์ไม่พอใจคนนั้นอาจจะไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ แม้ฉากหน้าของเขาเป็นซีอีโอบริษัทเบียร์ระดับโลก แต่ในอดีตครอบครัวของเขาคือมาเฟียใหญ่ระดับตำนานแต่ผันตัวเองมาแตะธุรกิจถูกกฎหมาย แต่ถึงกระนั้นอำนาจและอิทธิพลยังคงหลงเหลืออยู่ และศัตรูตลอดกาลของตระกูลลอเบอร์ตันคือตระกูลเดรนิโอที่ตอนนี้มี ‘เรียวกิ มิชาราวะ เดรนิโอ’ รับช่วงของตระกูลต่อ
