บทที่5
"อื้อ! ปล่อยนะ! บอส! ปล่อยปรางเดี๋ยวนี้!"
เพียะ!
เสียงฝ่ามือเล็กฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มฉาดใหญ่ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ ปรางหอบหายใจแรง น้ำตาเม็ดโตกลิ้งหล่นอาบสองแก้มเนียน เธอถอยร่นไปจนชิดประตูรถ ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งอาย
ภาคินหน้าหันไปตามแรงตบ ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขายกมือขึ้นลูบซีกแก้มที่เริ่มขึ้นรอยแดงจางๆ ก่อนจะหันกลับมามองเลขาตัวเล็กด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"เธอ... ตบหน้าฉันเหรอปราง" เสียงทุ้มกดต่ำจนน่าขนลุก
"ใช่ค่ะ! ปรางตบ! และถ้าบอสยังทำรุ่มร่ามกับปรางอีก ปรางจะตบให้แรงกว่านี้ด้วย!" ปรางตวาดกลับเสียงสั่น "บอสคิดว่าตัวเองเป็นใครคะ เป็นเจ้านายแล้วจะรังแกปรางยังไงก็ได้เหรอ! ปรางไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะคะที่จะให้บอสมาจูบมาลวนลามง่ายๆ!"
"แล้วไอ้ท่าทียั่วผู้ชายไปทั่วนั่นมันคืออะไร! เธอคิดว่าฉันตาบอดหรือไงถึงมองไม่ออกว่าไอ้แก่ดนัยมันคิดอกุศลกับเธอ!" ภาคินสวนกลับทันควัน ความหึงหวงที่ยังคุกรุ่นทำให้เขาเผลอขึ้นเสียงใส่เธอ
"ก็ปรางบอกแล้วไงคะว่าปรางไม่ได้ยั่ว! เข็มกลัดมันหลุดเอง! บอสจะให้ปรางทำยังไง ในเมื่อชุดนี้มันคับ ฝ่ายบุคคลก็บอกว่าไซส์มันหมด! ปรางผิดนักหรือไงที่พยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วมันพลาดน่ะ!"
"ผิด! ผิดที่เธอไม่ระวังตัว! ผิดที่ปล่อยให้ไอ้แก่นั่นมันมองหน้าอกเธอจนตาค้าง!"
"บอสประสาทไปแล้วเหรอคะ! เขาเป็นลูกค้าบอสนะ ปรางเป็นเลขา ปรางก็ต้องยิ้มรับแขกสิ! จะให้ปรางชี้หน้าด่าเขาว่าอย่ามองนะไอ้แก่ตัณหากลับ แบบนี้เหรอคะ บอสถึงจะพอใจ!" ปรางเถียงคอเป็นเอ็น ไม่ยอมแพ้
"ก็เออสิ! ทีหลังถ้ามีใครหน้าไหนมันมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นอีก เธอชี้หน้าด่ามันไปเลย! เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง!"
คำประกาศกร้าวของภาคินทำเอาปรางชะงักไปชั่วครู่ เธอมองหน้าเจ้านายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ
"บอส... บอสเป็นอะไรคะ ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย ปรางเป็นแค่เลขาบอสนะคะ ปรางจะโดนใครมองมันก็เรื่องของปราง ไม่เกี่ยวกับบอสสักหน่อย"
"ทำไมจะไม่เกี่ยว! ในเมื่อเธอเป็น... เป็นเลขาของฉัน! ภาพลักษณ์ของเธอรอดพ้นสายตาคนอื่นมันก็สะท้อนถึงบริษัทฉัน!" ภาคินชะงักไปนิดหนึ่ง พยายามหาข้ออ้างที่ฟังดูเป็นเจ้านายที่สุดมาบังหน้าความรู้สึกจริงๆ ของตัวเอง
"อ๋อ... ที่แท้ก็ห่วงภาพลักษณ์บริษัท" ปรางแค่นยิ้มเยาะตัวเอง "เข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปนี้ปรางจะระวังตัวให้มาก จะไม่ให้ภาพลักษณ์บริษัทอันสูงส่งของบอสต้องมัวหมองเพราะเลขาซุ่มซ่ามคนนี้อีก! ปลดล็อกประตูด้วยค่ะ ปรางจะกลับคอนโด!"
"ฉันไปส่ง"
"ไม่ต้องค่ะ! ปรางกลับเองได้ ปลดล็อกประตูเดี๋ยวนี้!" หญิงสาวเขย่าที่เปิดประตูรถอย่างแรง
"ฉันบอกว่าฉันจะไปส่งไงปราง! นั่งนิ่งๆ แล้วคาดเข็มขัดซะ!" ภาคินตวาดกลับ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เธออย่างรวดเร็ว โดยไม่สนอาการขัดขืนของอีกฝ่าย
"ปล่อยนะ! ปรางทำเองได้!"
"นั่งเฉยๆ! ถ้าเธอดิ้นอีก ฉันจะจูบเธอตรงนี้แหละ จูบให้ปากช้ำไปเลย เอาสิ!"
คำขู่ของเขาได้ผล ปรางหยุดดิ้นทันที เธอนั่งตัวแข็งทื่อ เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นสะอื้น หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถ ไม่ยอมสบตาเขานับตั้งแต่วินาทีนั้น
บรรยากาศในรถเงียบกริบจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มขณะที่รถสปอร์ตพุ่งทะยานไปตามท้องถนน ภาคินลอบมองเสี้ยวหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาของคนข้างๆ เป็นระยะ ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเงียบๆ เขาใจร้อนเกินไป เขาหึงจนขาดสติ และเผลอทำร้ายจิตใจเธอไปเต็มๆ
ไม่นานนัก รถก็แล่นมาจอดที่หน้าคอนโดของปราง
"พรุ่งนี้เช้า... เธอไม่ต้องชงกาแฟเผื่อฉันนะ ฉันจะเข้าสาย" ภาคินพูดทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนที่เธอจะลงจากรถ
"รับทราบค่ะบอส มีอะไรสั่งอีกไหมคะ" ปรางตอบเสียงแข็ง โดยที่ยังไม่ยอมหันมามองหน้าเขา
"พรุ่งนี้ตอนเย็นมีงานเลี้ยงฉลองยอดขายประจำปีของบริษัท จัดที่โรงแรม W หวังว่าเธอคงจำได้"
"จำได้ค่ะ พี่แนนฝ่ายบุคคลแจ้งรายละเอียดปรางแล้ว"
"เรื่องชุด... ฝ่ายบุคคลเตรียมไว้ให้เธอแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ พี่แนนบอกว่าเตรียมไว้ให้แล้ว"
"อืม... หวังว่าคราวนี้คงจะไม่รัดและสั้นจนไปสะดุดตาใครเข้าอีกนะ เพราะถ้ามีเรื่องแบบวันนี้เกิดขึ้นอีก ฉันจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเธอแน่" ภาคินพูดทิ้งท้ายเสียงเรียบ
"บอสไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ! ปรางจะแต่งตัวให้มิดชิดตั้งแต่คอจรดตาตุ่ม จะไม่ให้แมลงวันสักตัวมองเห็นเลย! ขอบคุณที่มาส่งค่ะ สวัสดีค่ะ!"
ปรางกระแทกเสียงใส่ ก่อนจะเปิดประตูรถและปิดดัง 'ปัง' อย่างแรง หญิงสาวเดินจ้ำอ้าวเข้าคอนโดไปโดยไม่หันกลับมามองรถของเจ้านายที่จอดนิ่งอยู่เลยแม้แต่วินาทีเดียว
ภาคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างหงุดหงิด
"โธ่เว้ย! ไอ้ภาคิน แกทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย" ชายหนุ่มสบถกับตัวเอง ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งรถออกไปจากหน้าคอนโดอย่างหัวเสีย
วันรุ่งขึ้น ณ บริษัท อัครเดชากุล กรุ๊ป
ช่วงบ่ายแก่ๆ บรรยากาศในออฟฟิศดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเย็นนี้จะมีงานเลี้ยงฉลองยอดขายประจำปี พนักงานหลายคนเริ่มทยอยไปเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมกันแล้ว
"น้องปราง! มานี่เร็วลูก ชุดของหนูพี่เตรียมไว้ให้แล้วจ้า" พี่แนน พนักงานฝ่ายบุคคลเดินเข้ามาทักทายปรางที่โต๊ะทำงาน พร้อมกับถือถุงกระดาษแบรนด์เนมใบใหญ่มาด้วย
"อุ๊ย ขอบคุณมากค่ะพี่แนน ชุดเป็นแบบไหนคะ ปรางขอเรียบร้อยๆ หน่อยนะคะ เมื่อวานปรางเพิ่งโดนบอสดุเรื่องแต่งตัวโป๊มาหมาดๆ เลยค่ะ" ปรางรับถุงมาด้วยความหวาดระแวง
"แหม งานเลี้ยงบริษัททั้งที ธีมงานปีนี้คือ Glamorous Night นะจ๊ะ จะมาใส่เสื้อคอเต่ากระโปรงยาวลากพื้นมันก็ผิดธีมสิลูก เปิดดูสิ พี่อุตส่าห์เลือกชุดนี้มาให้หนูโดยเฉพาะเลยนะ รับรองว่าแจ้งเกิดแน่นอน!" พี่แนนขยิบตาให้
ปรางค่อยๆ ดึงชุดออกจากถุงกระดาษ พอเห็นสภาพชุดเต็มๆ เธอก็ถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง
"พ... พี่แนนคะ! นี่มัน..."
ชุดตรงหน้าคือเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดี เนื้อผ้ามันวาวทิ้งตัวสวย แต่ปัญหาคือ... สายเดี่ยวมันเส้นเล็กจิ๋ว คอวีลึกจนแทบจะถึงสะดือ แถมกระโปรงยังผ่าข้างขึ้นมาจนถึงต้นขาอีก
"สวยใช่ไหมล่ะ พี่เห็นชุดนี้ปุ๊บ หน้าหนูลอยมาปั๊บเลย สีแดงขับผิวขาวๆ ของหนูสุดๆ!" พี่แนนพูดอย่างภูมิใจ
"แต่พี่แนนคะ! มันโป๊มากเลยนะคะ! คอลึกขนาดนี้ ผ่าสูงขนาดนี้ ปรางใส่ไม่ได้หรอกค่ะ บอสเอาปรางตายแน่ๆ!" ปรางส่ายหน้าดิก พยายามยัดชุดกลับลงไปในถุง
"โป๊อะไรกันลูก! งานกลางคืนเขาก็ใส่แบบนี้กันทั้งนั้นแหละ บอสแกไม่ว่าอะไรหรอก วันนี้เป็นวันปาร์ตี้นะ เจ้านายลูกน้องสนุกกันเต็มที่ ไม่มีใครมานั่งจับผิดเรื่องชุดหรอก เชื่อพี่สิ ใส่ชุดนี้รับรองว่าหนุ่มๆ แผนกมาร์เก็ตติ้งตาค้างแน่!"
"แต่ปรางไม่อยากให้มองปรางนี่คะ ปรางขอเปลี่ยนชุดได้ไหมคะพี่แนน ไม่มีชุดอื่นแล้วเหรอคะ" ปรางอ้อนวอน
"ไม่มีแล้วจ้า ชุดอื่นคนอื่นเขาจองกันไปหมดแล้ว เหลือชุดนี้ชุดเดียว ถ้าหนูไม่ใส่ชุดนี้ ก็ต้องใส่ชุดยูนิฟอร์มทำงานไปงานเลี้ยงแหละจ้ะ ซึ่งพี่บอกเลยนะว่าหนูจะกลายเป็นแกะดำของงานทันที"
ปรางหน้าสลดลงทันที เธอถอนหายใจยาวอย่างคนหมดทางเลือก "ก็ได้ค่ะ... ชุดนี้ก็ชุดนี้"
"ดีมากจ้ะ! รีบไปเปลี่ยนชุดแต่งหน้าซะนะ รถบัสของบริษัทจะออกตอนหกโมงเย็น เจอกันที่งานนะจ๊ะคนสวย" พี่แนนตบไหล่ปรางเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป
ปรางมองถุงกระดาษในมือด้วยสายตาละห้อย คืนนี้เธอจะเอาชีวิตรอดจากสายตาดุๆ ของเจ้านายได้ยังไงเนี่ย
เวลา 19.30 น. ณ ห้องโถงกว้าง โรงแรม W
บรรยากาศภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงเพลงจังหวะสนุกๆ ดังกระหึ่ม พนักงานบริษัทในชุดสวยหล่อเดินขวักไขว่พูดคุยกันอย่างออกรส อาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกจัดเตรียมไว้อย่างไม่อั้น
ภาคินในชุดสูททักซิโด้สีดำสุดเนี้ยบเดินเข้ามาในงานพร้อมกับผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ งาน ราวกับกำลังมองหาใครบางคน
"บอสภาคินมองหาใครอยู่เหรอครับ หรือว่ามองหาสาวๆ แผนกไหนเป็นพิเศษ" ผู้จัดการฝ่ายขายเอ่ยแซวเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มชะเง้อคอมอง
"เปล่า ผมแค่ดูความเรียบร้อยของงานน่ะ" ภาคินตอบปัดๆ แต่สายตายังคงสอดส่ายไปทั่ว
และแล้วสายตาคมกริบก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างบางร่างหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในงาน
ปรางก้าวเข้ามาในงานด้วยท่าทีประหม่า เธอพยายามใช้กระเป๋าคลัทช์ใบเล็กปิดหน้าอกตัวเองเอาไว้ ชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเบอร์กันดีรัดรึงสัดส่วนโค้งเว้าของเธออย่างชัดเจน ผิวขาวผ่องตัดกับสีแดงของชุดราวกับมีออร่าเปล่งประกายออกมา ยิ่งเวลาเธอขยับตัว รอยผ่าข้างของกระโปรงก็เปิดเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน และยังส้นสูงสีเงิน ทำให้เธอดูเซ็กซี่และเย้ายวนใจเข้าไปอีก
"เชี่ย... นั่นน้องปราง เลขาบอสภาคินใช่ไหมวะ โคตรสวย โคตรเด็ดเลยว่ะ!"
เสียงพนักงานชายโต๊ะข้างๆ ซุบซิบกันดังพอที่จะทำให้ภาคินได้ยิน ชายหนุ่มกำหมัดแน่น สันกรามปูดนูนขึ้นมาทันที
ภาคินจ้องมองร่างบางที่กำลังถูกหนุ่มๆ แผนกมาร์เก็ตติ้งและไอทีรุมล้อมขอชนแก้วด้วยสายตาลุกเป็นไฟ เขารู้สึกเหมือนมีไฟอิจฉาเผาไหม้อยู่ในอก อยากจะเดินเข้าไปกระชากตัวเธอออกมาจากวงล้อมพวกผู้ชายพวกนั้น แต่ก็ต้องรักษาสถานะประธานบริษัทเอาไว้
"บอสครับ ดื่มอะไรหน่อยไหมครับ" พนักงานเสิร์ฟยื่นถาดเครื่องดื่มมาให้
"เอาวิสกี้... เพียวๆ" ภาคินสั่งเสียงเข้ม คว้าแก้ววิสกี้มากระดกรวดเดียวหมดแก้ว
"โห บอสใจเย็นครับ งานเพิ่งเริ่มเองนะครับ" ผู้จัดการฝ่ายขายร้องทัก
"ผมคอแข็ง คุณไม่ต้องห่วงหรอก" ภาคินตอบเสียงห้วน วางแก้วเปล่าลงบนถาด แล้วหยิบแก้วใหม่ขึ้นมาถือไว้ สายตายังคงจับจ้องไปที่ปรางไม่วางตา
ทางด้านปราง เธอรู้สึกอึดอัดกับสายตาของผู้ชายหลายคนที่มองมาที่เธอ เธอพยายามยิ้มรับและปฏิเสธเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หลายคนยื่นมาให้
"น้องปราง ดื่มกับพี่สักแก้วสิครับ แหม วันนี้สวยจนพี่แทบจำไม่ได้เลยนะเนี่ย" รุ่นพี่แผนกไอทีพยายามคะยั้นคะยอ ยื่นแก้วค็อกเทลสีสวยมาตรงหน้า
"เอ่อ... ปรางไม่ค่อยถนัดดื่มน่ะค่ะพี่ ขอเป็นน้ำส้มแทนได้ไหมคะ"
"โหแก้วเดียวเอง ไม่เมาหรอกน่า ถือว่าให้เกียรติพี่ไงครับ"
"แต่ว่า..." ปรางลำบากใจ เธอมองซ้ายมองขวาหาตัวช่วย และสายตาก็ไปสบเข้ากับดวงตาคมดุของเจ้านายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเวทีพอดี
ภาคินยืนถือแก้ววิสกี้ มองมาที่เธอด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ เขายกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง แล้วก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งมาหาเธอทันที
ปรางใจหายวาบ เธอรู้ชะตากรรมตัวเองทันทีว่าต้องโดนเจ้านายเทศนาชุดใหญ่แน่ๆ
"ขอโทษนะครับ ผมมีธุระด่วนต้องคุยกับเลขาของผม ขอตัวเธอสักครู่นะครับ"
ภาคินเดินเข้ามาแทรกกลางวงล้อมของผู้ชาย น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจจนพนักงานชายเหล่านั้นต้องรีบถอยห่างออกไปทันที
"อ๋อ... ค... ครับบอส เชิญครับ" รุ่นพี่ไอทีหน้าเจื่อน รีบเดินหนีไปอีกทาง
เมื่ออยู่กันตามลำพัง ภาคินก็หันมาเผชิญหน้ากับปราง เขากวาดสายตามองชุดเดรสสีแดงตั้งแต่หน้าอกที่ลึกจนเห็นร่องอก ลงมาถึงกระโปรงผ่าข้าง
"บ... บอสคะ คือชุดนี้พี่แนนเขา..."
"ฉันไม่อยากฟังข้อแก้ตัว" ภาคินตัดบทเสียงพร่า กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ โชยมาจากตัวเขา ทำให้ปรางรู้ว่าเขาคงดื่มไปพอสมควรแล้ว
"บอสดื่มมาเหรอคะ หน้าบอสแดงๆ นะคะ" ปรางถามด้วยความเป็นห่วง
"ฉันจะดื่มหรือไม่ดื่มมันก็เรื่องของฉัน แต่เรื่องของเธอ... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว ปาณิตา"
"คุยตรงนี้ก็ได้นี่คะ งานกำลังสนุกเลย บอสจะให้ปรางไปไหน"
"ตรงนี้คนมันเยอะ... ไปคุยกันที่อื่น"
ภาคินไม่รอให้ปรางปฏิเสธ เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงให้เธอเดินตามเขากึ่งลากกึ่งจูงเดินฝ่าฝูงชนออกไปจากงานทันที
"บอส! ปล่อยปรางนะ! คนมองกันหมดแล้ว! บอสจะพาปรางไปไหนคะ!" ปรางพยายามขืนตัวไว้ แต่แรงของเธอสู้คนตัวโตที่กำลังเมาไม่ได้เลยสักนิด
"ไปที่ที่ไม่มีไอ้หน้าไหนมาจ้องหน้าอกเธอไง!"
ภาคินตวาดลั่น ลากเธอไปที่ลิฟต์ กดปุ่มขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงแรม ซึ่งเป็นโซนห้องพัก VIP ที่เขาจองเอาไว้สำหรับตัวเองในคืนนี้
บรรยากาศในลิฟต์เงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ ปรางมองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยความหวาดหวั่น
