บท
ตั้งค่า

10 หายงอนหรือยัง

บรรยากาศการเดตที่ควรจะแสนหวานกลับกลายเป็นขมขื่น เมื่อเอกดนัยจำต้องยื่นตั๋วภาพยนตร์อีกใบให้เลขาฯ สาว นันท์นภัสเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เธอไม่ได้แค่หึงหวงอย่างไร้เหตุผล แต่นี่คือเดตแรก ในชีวิตที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอด แต่บัดนี้แม่เลขาฯ ตัวร้ายกลับทำตัวประหนึ่งเป็นเจ้าของหัวใจคุณอาของเธอเสียอย่างนั้น จนเด็กสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนเกินในพื้นที่ที่ควรจะเป็นของเธอเพียงคนเดียว

ความร้อนรุ่มในใจพุ่งสูงขึ้นเมื่อชุติมาถือวิสาสะเดินควงแขนเอกดนัยอย่างภาคภูมิใจ ทุกถ้อยคำที่เอกดนัยเอ่ยกับหลานสาว ชุติมาเป็นต้องแทรกขึ้นมาแสดงความรอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง และที่ร้ายที่สุดคือในช่วงที่ภาพยนต์มีฉากสยองขวัญ แม่เลขาฯ มารยาคนนั้นกลับแกล้งทำเป็นตกอกตกใจแล้วโผเข้าซบไหล่หนาของคุณอาเธออยู่บ่อยครั้ง ทำเอานันท์นภัสกำหมัดแน่น สะกดกลั้นโทสะที่เกือบจะปะทุออกมาไว้ภายใต้หน้ากากที่เรียบเฉย

ระหว่างทางกลับคอนโด บรรยากาศภายในรถเงียบงันราวกับปานป่าช้า นันท์นภัสไม่พูดไม่จาเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จนเอกดนัยต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา

“เป็นอะไรไปครับเนเน่ หนังไม่สนุกเหรอ”

“หนังสนุกค่ะ... แต่คนรอบข้างต่างหากที่ทำให้เนเน่หมดสนุก” เธอตอบเสียงสะบัด ทว่าคนขับรถกลับไม่ทันสังเกตกระแสอารมณ์นั้น

“วันนี้จะไปนอนที่บ้านไหม”

“...........” มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา

“เนเน่... อาถามทำไมไม่ตอบ เป็นอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้ว

“อาเอกจะถามให้ได้อะไรขึ้นมาคะ ในเมื่อเรื่องมันก็จบไปแล้ว” เธอโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น เอกดนัยจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าคอนโดทันที เขาตั้งใจจะปรับความเข้าใจกับหลานสาวให้รู้เรื่อง

“อาก็แค่ไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องของคนอื่น”

“แต่ดูเหมือนเขาไม่อยากเป็นคนอื่นสำหรับอาเอกนะคะ เป็นแค่เลขาฯ แต่ทำตัวประหนึ่งเป็นเมีย!”

“เนเน่! หนูพูดจาไม่น่ารักเลยนะ อาไม่ได้คิดอะไรกับคุณชุเค้าแบบนั้นสักหน่อย” เอกดนัยปรามเสียงเข้ม

“อาเอกไม่คิด แต่ยัยนั่นมันคิดนี่คะ! ออเซาะซะขนาดนั้น... ถ้าวันนี้เนเน่ไม่ได้ไปด้วย ป่านนี้คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วมั้งคะ!”

“เน่เน่!!!” เอกดนัยเผลอตะคอกด้วยความลืมตัวเพราะเห็นว่าเธอเริ่มพาลอย่างไร้เหตุผล

เสียงตะคอกนั้นเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจดวงน้อย นันท์นภัสสะดุ้งสุดตัวก่อนที่หยาดน้ำตาจะพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย เธอร้องไห้โฮจนเอกดนัยใจหายวูบ เขาพยายามจะเข้าไปปลอบ แต่ทันทีรถจอดสนิทนันท์นภัสก็รีบวิ่งลงจากรถทันที เด็กสาวตรงดิ่งเข้าห้องนอนแล้วล็อกประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา

เอกดนัยทำได้เพียงยืนเคาะประตูอยู่ด้านนอกด้วยความรู้สึกผิด เขาอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาง้อเธออีกครั้ง พยายามส่งเสียงอ้อนวอนเท่าไหร่หลานสาวก็ไม่ยอมเปิด จนกระทั่งเขาตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้

“เนเน่... อาทิตย์หน้าอาจะลางานทั้งอาทิตย์เลยนะ เราไปญี่ปุ่นกันตามที่เนเน่อยากไปดีไหมครับ หายโกรธอาเถอะนะคนดี” ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่บานประตูจะค่อยๆ แง้มออก นันท์นภัสยืนตาบวมช้ำมองเขาอย่างชั่งใจ

“อืม... ขอเนเน่คิดดูก่อนนะคะ”

“ไม่ต้องคิดแล้วครับ เด็กดื้อ... อารู้ว่าหนูอยากไปจะแย่อยู่แล้ว” เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างเอ็นดู

“ฮือ... ของอนต่ออีกนิดไม่ได้เหรอคะ ง้อต่ออีกหน่อยสิ” เธอทำเสียงออดอ้อนทั้งน้ำตา

“ง้อต่อเหรอ แต่อาเริ่มง่วงแล้วนะครับ” ชายหนุ่มทำท่าจะเย้า

“งั้น... อาเอกต้องกล่อมเนเน่นอนนะคะ” ไม่พูดเปล่า เด็กสาวคว้าแขนแกร่งให้เดินตามเข้าไปในห้องนอนของเธอ เอกดนัยยอมตามใจหลานสาวแต่โดยดี เขาเอนกายลงข้างๆ ลูบศีรษะเล็กอย่างรักใคร่ทะนุถนอม คืนนั้น... เขานอนกอดปลอบโยนดวงใจดวงน้อยจนกระทั่งแสงอาทิตย์รุ่งเช้าสาดส่องเข้ามา เป็นสัญญาณว่าพายุในใจของเนเน่ได้สงบลงแล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel