บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 สอบสวนฉบับน้ำจัณฑ์

เมื่อทินกรลาลับขอบฟ้า แสงสีทองส้มสุดท้ายอาบไล้คฤหาสน์ตระกูลหรงให้ดูขรึมขลังและลึกลับ ภายในห้องโถงอาหารที่กว้างขวาง สมาชิกทุกคนนั่งล้อมวงพร้อมหน้าโดยมี แม่ทัพหรงเจิ้นกั๋ว ประทับนั่งเป็นจุดศูนย์กลางแห่งอำนาจ

เบื้องขวาของจอมทัพคือ ฮูหยินหลินปิงฉุน สตรีวัย 45 ปี ผู้ก้าวข้ามกาลเวลาด้วยความงามสะคราญตาจนหาตัวจับยาก แม้จะล่วงเข้าสู่วัยกลางคน แต่นางยังคงความโดดเด่นสมฐานะอดีตนางคณิกาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ผู้เคยทำเอาท่านแม่ทัพลุ่มหลงจนยอมหักด่านเสียงคัดค้านของต้นตระกูลเพื่อรับนางมาเป็นภรรยาคู่กาย

จากความลุ่มหลงนั้น ก่อกำเนิดทายาทสองคน คือ หรงป๋อหยวน บุตรชายคนโตวัย 26 ปี และ หรงเชียนเสวี่ย บุตรสาวคนเล็กวัย 21 ปี ผู้มีรูปโฉมงดงาม

ฮูหยินหลินผู้นี้ฝักใฝ่ในการประทินโฉมด้วยอาภรณ์สีสดฉูดฉาด มักเลือกสวมใส่ชุดที่เน้นอวดความเย้ายวนของเนื้อหนัง ซึ่งหรงเชียนเสวี่ยคนเดิมก็มักจะซึมซับรสนิยมอวดโฉม นี้มาจากมารดาเสียจนเกินพิกัด แต่ในยามนี้... ทันทีที่ร่างระหงก้าวเข้ามาในโถงอาหาร บรรยากาศรอบโต๊ะกลับสงัดเงียบลงในชั่วอึดใจ

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่บุตรสาวคนเล็กของบ้านเป็นตาเดียว เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมใส่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ นางทิ้งความฟุ้งเฟ้อฉูดฉาดไปเสียสิ้น เหลือเพียงชุดเรียบง่ายสีสะอาดตาที่ขับเน้นความนิ่งสงบให้ดูเยือกเย็นและสูงศักดิ์อย่างประหลาด

ฮูหยินหลินจ้องมองบุตรสาวพลางโบกพัดจีบในมือไปมา จริตจะก้านยังคงแพรวพราวแม้จะล่วงเข้าสู่วัยกลางคน นางขมวดคิ้วมณฑาพลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขัดใจ แทนที่จะถามไถ่ถึงอาการเจ็บป่วยที่เพิ่งทุเลา

"ลูกแม่... นี่เจ้าแต่งตัวอะไรของเจ้ากัน?"

คำถามแรกที่หลุดจากปากมารดาหาใช่ความห่วงใยในสังขาร แต่กลับเป็นความฉงนในภาพลักษณ์ที่ดูจืดชืดและผิดแผกไปจากตัวตนเดิมของบุตรสาวอย่างสิ้นเชิง หรงเชียนเสวี่ยเพียงประดับรอยยิ้มบางเบาไว้ที่มุมปาก นางเลือกที่จะไม่ต่อคำกับมารดา กิริยาที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกนั้น ทำให้รัศมีรอบกายของนางดูสุขุมและลึกลับขึ้นอย่างประหลาด

แม่ทัพหรงเจิ้นกั๋ว เมื่อเห็นบุตรสาวคนเล็กดูสำรวมขึ้นผิดหูผิดตา ก็หลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างอารมณ์ดี ราวกับบุรุษอาวุโสผู้เปี่ยมด้วยเมตตา

"ฮ่าฮ่า... หลังจากผ่านพ้นเคราะห์ไข้ครานี้ ดูเหมือนเจ้าจะเติบโตขึ้นมากทีเดียวเสวี่ยเอ๋อร์"

แม้นคนทั้งใต้หล้าจะตราหน้าว่าเขาคือจอมทัพอำมหิตผู้สังหารศัตรูได้โดยไม่กะพริบตา แต่ยามอยู่ต่อหน้าบุตรธิดา ราชสีห์ผู้นี้กลับถอดเขี้ยวเล็บทิ้งจนสิ้น

ทว่าความรื่นรมย์นั้นถูกขัดจังหวะด้วยการปรากฏตัวของ หรงป๋อหยวน บุตรชายคนโตที่ก้าวเข้ามาในโถงอาหารด้วยท่าทางโอนเอน ร่างในชุดผ้าไหมหรูหรานั้นส่งกลิ่นสุราคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว เขาก้าวเดินโซซัดโซเซพลางเอ่ยวาจาคละคลุ้งน้ำจัณฑ์มาแต่ไกล "เสด็จพ่อ... เสด็จแม่... ลูกมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

ถ้อยคำยกยอปอปั้นที่เปรียบบิดามารดาสูงส่งประหนึ่งองค์จักรพรรดิและฮองเฮานั้น ดูจะถูกจริต ฮูหยินหลินปิงฉุน เป็นอย่างยิ่ง นางยิ้มระรื่นด้วยความภาคภูมิใจในตัวบุตรชาย โดยมิได้นำพาต่อกิริยาอันน่าอดสูหรือกลิ่นเหล้าที่เหม็นสาบนั้นเลยแม้แต่น้อย

"หรงป๋อหยวน ลูกแม่! มานี่เร็วเข้า มานั่งข้างแม่ทางนี้"

นางรีบกวักมือเรียกบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนให้เข้ามานั่งใกล้ๆ ท่ามกลางสายตาเรียบเฉยของกุหลาบสีดำในร่างน้องสาว ที่กำลังประเมินพี่ชายผู้ไม่เอาถ่านและมารดาผู้หลงในคำเยินยอ ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

ฮูหยินหลินปิงฉุน ผู้มีรสนิยมสูงทั้งการแต่งกายและการรับประทานอาหารล้วนต้องผ่านการคัดสรรอย่างประณีตที่สุด ทว่าเพียงนางลิ้มรสอาหารไปได้ไม่กี่คำ สีหน้าดุจบุปผางามก็พลันบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ รสสัมผัสที่หยาบโลนนี้มิใช่รสมือที่นางคุ้นเคยแม้แต่น้อย

"ท่านพี่... อาหารชั้นเลวพวกนี้คืออะไรกันเจ้าคะ?" นางเอ่ยออกมาด้วยสุ้มเสียงพะอืดพะอมพลางวางตะเกียบลงอย่างรังเกียจ

ขณะที่ ท่านแม่ทัพหรงเจิ้นกั๋ว ยังคงคีบอาหารเข้าปากด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"แม่ครัวและสาวใช้บางส่วนเป็นผู้ต้องสงสัยเรื่องการลอบวางยาเสวี่ยเอ๋อร์ ข้าจึงสั่งกักตัวพวกมันไว้สอบสวนชั่วคราวเพื่อลากคอคนทำผิด" ฮูหยินหลินชักสีหน้าไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม "ท่านสืบสวนช้าเกินไปแล้ว จะให้น้องทนกล้ำกลืนอาหารสุนัขไม่รับประทานพวกนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน!"

หรงป๋อหยวน ที่กำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ พร้อมร่างกายที่โอนเอนตามฤทธิ์สุรา ตบโต๊ะดัง ปัง! จนถ้วยชามสะเทือน               "เสด็จแม่ไม่ต้องกังวลไป! ลูกกตัญญูผู้นี้จะสะสางปัญหาให้ท่านเอง" เขาหันไปจ้องบิดาด้วยดวงตาปรือปรอย                     "เสด็จพ่อ... พวกมันอยู่ที่ใด?" ท่านแม่ทัพส่ายหัวด้วยความระอาในท่าทางของบุตรชาย แต่ก็ยอมเอ่ยปากบอกแต่โดยดี "ข้ากักตัวพวกมันไว้ที่คุกของตระกูล เพื่อป้องกันมิให้ใครหลบหนี"

หรงป๋อหยวนพยักหน้าหงึกหงักราวกับเข้าใจสถานการณ์ ก่อนจะตะโกนสั่งบ่าวรับใช้เสียงดังลั่น "เฮ้ย! ไปลากตัวพวกมันมาเดี๋ยวนี้! ข้าจะเปิดศาลสอบสวนด้วยตัวเอง!"

เหล่าบ่าวไพร่ต่างกุลีกุจอไปจัดการตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ระหว่างรอคอยนักโทษที่ถูกคุมขัง หรงป๋อหยวน ยังคงใช้ตะเกียบสุ่มคีบอาหารเข้าปากและกระดกสุราอึกใหญ่ราวกับกระหายน้ำ ทว่าเพียงไม่นานนัก สติที่พร่าเลือนด้วยเมรัยก็ขาดผึงลง       ศีรษะของเขาพุ่งทิ่มลงไปกลางจานอาหารเสียงดัง "ปึก!" ก่อนจะหลับคาโต๊ะทิ้งตัวสู่ห้วงนิทราโดยไม่สนสายตาใคร เสียงกรนดังครอกฟี้สะท้อนก้องโถงอาหาร

ท่านแม่ทัพและฮูหยินหลินต่างนิ่งเฉย มิได้คิดจะปลุกบุตรชายให้เสียจริต เพราะความระยำตำบอนเช่นนี้เป็นภาพชินตาที่เกิดขึ้นแทบทุกมื้ออาหารจนกลายเป็นเรื่องปกติของตระกูลหรงไปเสียแล้ว

เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ บ่าวรับใช้ก็คุมตัวแม่ครัวและสาวใช้ผู้ต้องสงสัยนับสิบชีวิตก้าวเข้ามาในโถงอาหาร บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นความอึมครึมและหวาดระแวง เหล่าคนรับใช้ที่ถูกมัดมือต่างตัวสั่นงันงกเมื่อเห็นสภาวะของนายน้อยที่ควรจะเป็นผู้สอบสวนกลับนอนกรนน้ำลายยืด

บ่าวคนสนิทหันมองหน้าท่านแม่ทัพด้วยอาการเลิ่กลั่ก ก่อนจะได้รับสัญญาณทางสายตา เขาจึงจำต้องรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปใกล้หูของนายน้อยขี้เมา "นายน้อยหรงป๋อหยวนขอรับ... นายน้อยหรงป๋อหยวน!"

หรงป๋อหยวนค่อยๆ ชะโงกหน้าขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าคมเข้มในยามนี้เลอะเทอะไปด้วยเศษข้าวและคราบน้ำแกง ทว่าความดุดันในฐานะเจ้านายที่สืบทอดมาจากบิดาก็ยังทำให้บ่าวไพร่ไม่กล้าแม้แต่จะหลุดขำ "หือ... พวกเจ้ามากันแล้วเรอะ? ทำไมมันช้าเยี่ยงนี้!" เขาตวาดเสียงแหบพร่าพลางปัดเศษอาหารออกจากหน้าอย่างลวกๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางของตนนั้นช่างน่าเวทนาเพียงใด

 

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel