พี่เลี้ยงเด็กจำเป็น 2
หลังจากรับเงินจากการขายขนมมาเรียบร้อยแล้ว หยวนเข่อซิงก็นำเงินไปฝากธนาคารเอาไว้ หลังจากนั้นจึงได้แวะซื้อไหมพรมเอาไว้ไปถักเล่นฆ่าเวลาการเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นในครั้งนี้เสียหน่อย นอกจากนี้เธอยังได้แวะซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการติดไม้ติดมือไปฝากไป่ไป๋น้อยของเธอ และซื้อนมสดรสตอร์เบอร์รี่ไปฝากติงฉางโม่วด้วย
หยวนเข่อซิงตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากที่ติงฉางโม่วทำธุระเสร็จแล้ว ก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้อยของเธอไป เธอจะแวะซื้อวัตถุดิบในการทำเค้กกลับบ้านไปเพิ่มเติมและจะให้รางวัลตัวเองในการเลือกหาซื้อหนังสือนิยายกลับไปอ่านที่บ้านด้วย
เห็นว่าเธอทำงานเก่งแบบนี้ แต่หยวนเข่อซิงก็มีวันหยุดให้กับตัวของเธอเองสองวันต่อสัปดาห์เลยเชียวนะ
แม้ว่าหลังจากที่เรียนจบแล้ว หยวนเข่อซิงเลือกที่
จะเป็นนายตัวเอง แต่เธอก็ยังส่งเงินไปให้ที่บ้านเสมอ ไม่ได้แบมือขอเงินบิดา มารดาใช้แต่อย่างใด นอกจากนี้หยวนเข่อซิงยังช่วยเรื่องค่ากินอยู่และค่าศึกษาเล่าเรียนของน้องชายของเธอด้วย
ในตอนนี้เองน้องชายของเธอนามหยวนเข่อฟู่มีอายุได้ยี่สิบปีเต็มแล้ว เขากำลังศึกษาอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตรชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยที่หยวนเข่อซิงพึ่งเรียนจบมาหมาด ๆ นี้เอง ด้วยความที่เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของหยวนเข่อซิง อีกทั้งครอบครัวของเธอเองยังพากันหน้าตาดีทั้งบ้าน หยวนเข่อฟู่เองจึงหล่อเหลาเอาการไม่แพ้ใคร แต่เมื่อยามที่ทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันนั้น หยวนเข่อซิงก็มักจะถูกคนภายนอกมองว่าเธอเป็นน้องสาวของหยวนเข่อฟู่เสมอ เพราะน้องชายของเธอมีรูปร่างสูงใหญ่ส่วนตัวเธอเองกลับเป็นคนรูปร่างเล็ก ใบหน้างดงามอ่อนเยาว์ จึงทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมาโดยตลอด
ติ๊งน๊อง ๆ
หยวนเข่อซิงกดออดหน้าประตูที่พักของติงฉางโม่ว อยู่สองสามครั้งด้วยกัน ไม่นานนัก หญิงสาวรูปร่างเพรียว
ระหงราวกับนางแบบก็เดินมาเปิดประตูให้กับเธอในทันใด
“เข้ามานั่งข้างในก่อนสิอาซิง ห้องของฉันค่อนข้างรกไปหน่อยนะ ตามประสาคนมีลูกเล็กแหล่ะ”
ติงฉางโม่วพูดพร้อมผายมือเชื้อเชิญให้หยวนเข่อซิงนั่งลงตรงโซฟารับแขก
“อื้อ ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่ต้องคิดมากอะไรไปหรอกหน่าอาโม่ว เอ่อนี่ฉันซื้อนมรสตอร์เบอร์รี่มาฝากเธอด้วยนะ ยังไงเธอก็ดื่มนมรองท้องสักหน่อยก่อนค่อยขับรถไปคุยเรื่องงานก็แล้วกัน ฉันขอให้เธอโชคดี ปิดจ๊อบงานได้ปัง ๆ อย่างที่เธอตั้งใจหวังเอาไว้ด้วยนะ”
หยวนเข่อซิงกล่าวถ้อยคำอวยพรออกมาให้กับติงฉางโม่วด้วยความจริงใจ
“จ้า ขอบใจเธอมากนะอาซิง แล้วฉันจะรีบไปรีบกลับนะ เธอเองก็ดูแลตัวเองและเจ้าไป่ไป๋น้อย ดี ๆ ละ ฉันไปแล้วนะ บาย”
ติงฉางโม่วพูดพร้อมหยิบขวดนมขึ้นมาเปิดฝาขวดยกขื่นดื่มเสียจนหมดขวดแล้วจึงเดินส่งยิ้มจากไป
ด้านหยวนเข่อซิงเองเมื่อเห็นติงฉางโม่วเดินจากไป
แล้วเธอจึงได้เดินไปปิดประตูห้องเอาไว้ด้วยความเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงนำของเล่นที่ตัวเองซื้อมาด้วย ออกมาเล่นกับไป่ไป๋หนูน้อยวัยเก้าเดือนที่ถูกมารดาจัดให้อยู่ในคอกกั้นเด็กด้วยความสนุกสนาน
หยวนเข่อซิงพยายามสอนให้หนูน้อยพูดชื่อของเธอว่า “น้าซิง” ด้วยความมุ่งมั่นหลังได้ยินเด็กน้อยเปล่งเสียงออกมาว่า “จิง ๆ” ก็ทำเอาหยวนเข่อซิงถึงกับยิ้มกว้างเบิกบานเสียจนแก้มแทบแตก ในช่วงตอนที่เด็กน้อยหิวนม หยวนเข่อซิงก็รีบไปชงนมมาให้กับเด็กน้อยด้วยความคล่องแคล่วว่องไว เพราะในช่วงที่ติงฉางโม่วคลอดไป่ไป๋น้อยออกมาใหม่ ๆ นั้น เธอก็ได้กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไปเสียแล้ว หยวนเข่อซิงจึงต้องรับบทในการให้ความช่วยเหลือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ด้วยการหาตำราต่าง ๆ มาคอยอ่านเพื่อช่วยให้คำแนะนำกับติงฉางโม่วเสมอ
ด้านบิดาของติงฉางโม่วเองเขาได้จากไปด้วยโรคร้ายตอนที่ติงฉางโม่วเรียนอยู่ระดับชั้นอุดมศึกษาปีที่หนึ่งเพียงเท่านั้น มารดาของติงฉางโม่วเองก็ยังทำงานเป็นคุณครูอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้เกษียณ เพราะฉะนั้นในตอนนี้เองติงฉางโม่วจึงต้องรับบทหนักในการเลี้ยงดูไป่ไป๋น้อยแต่เพียงลำพัง มีเพียงหยวนเข่อซิงที่มาช่วยดูแลเด็กน้อยเป็นครั้งคราว
ติงฉางโม่วแอบจับได้ว่าสามีของเธอนั้นนอกใจเธอเมื่อตอนที่เธอตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดพอดี ด้วยการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวเธอจึงยอมเลิกรากับหลี่ชุ่ยเหอผู้เป็นสามีโดยไม่ขอรับเงินเลี้ยงดูจากเขาสักบาท แลกกับการที่เธอจะได้เป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูหลี่ไป่ไป๋แต่เพียงผู้เดียว และหาก
หลี่ชุ่ยเหอต้องการที่จะพบปะกันกับหลี่ไป่ไป๋แล้วล่ะก็ต้องผ่านการเห็นชอบจากเธอเท่านั้น
หยวนเข่อซิงเองเมื่อให้เด็กน้อยกินนมแล้ว เธอจึงเล่านิทานให้เด็กน้อยฟังต่อ หลังจากที่ฟังนิทานไปได้สักพัก ดวงตากลมโตของเด็กน้อยก็เริ่มหรี่ลงไปเรื่อย ๆ จนนอนหลับปุ๋ยไปในที่สุด
หยวนเข่อซิงเห็นดังนั้น เธอจึงนำไหมพรมสีชมพูที่เธอหาซื้อเอาวิออกมาถักหมวกไหมพรมในทันใด
เธอตั้งใจเอาไว้ว่าจะถักหมวกไหมพรมนี้ให้กับเจ้าไป่ไป๋น้อยเอาไว้สวมใส่เวลาออกไปเที่ยวข้างนอก เด็กน้อย
เองคงจะดูน่ารัก น่าหอมแก้มขึ้นมาเพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง
นึกได้ดังนั้นแล้ว หยวนเข่อซิงจึงได้ตั้งอกตั้งใจถักหมวกไหมพรมนี้อย่างขมีขมัน จนกระทั่งเธอเองก็ได้นอนหลับไปอย่างไม่รู้ตัวบนโซฟานี้ด้วยเช่นเดียวกัน
