ตอนที่ 6/2 คนป่วย
ภายในห้องที่เงียบสงัดในคอนโดหรู จิวารีนอนลืมตาในความมืด อาการปวดเกร็งที่หน้าท้องปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมากลางดึก และไม่สามารถข่มตาให้หลับต่อลงไปได้อีกเลย ค่อย ๆ ลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวรบกวนคนเมาที่กำลังหลับลึกอยู่ข้าง ๆ และเดินไปเข้าห้องน้ำ
ออกจากห้องน้ำก็เดินเข้าไปที่โซนห้องครัว เพื่อหาน้ำร้อนดื่มบรรเทาอาการปวดท้องจากวันนั้นของเดือนที่มาถึงแล้ว นั่งสังเกตตัวเองอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องนอนและปลุกเอวา
“เอวา” เรียกเพื่อนสาวที่หลับอยู่โดยยังไม่เปิดไฟในห้อง
“เอวา” เพิ่มระดับเสียงขึ้นเมื่อเอวายังคงไม่ขยับ
คนที่ถูกปลุกงัวเงียตื่นขึ้นมา พลิกตัวลืมตาในความสลัวและปรับสภาพความมึนงงของสมองอยู่พักใหญ่กว่าระบบจะเข้าที่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน
“ฉันปวดท้อง...แกมียาแก้ปวดท้องเม็นหรือเปล่า” เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวขยับตัวแล้ว แสงไฟจากห้องนั่งเล่นที่ส่องเข้ามาด้านในเพราะเธอเปิดประตูห้องนอนไว้
เอวาลุกขึ้นนั่งสะลึมสะลือเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียง
“อยู่ในลิ้นชักตรงนั้นน่ะ” หลังจากรวบรวมสติได้ และชี้มือไปที่โต๊ะมุมห้องบอกเพื่อน จิวารีเดินไปเปิดลิ้นชักและหยิบยามา เดินกลับออกไปในโซนห้องครัวอีกครั้ง รินน้ำใส่แก้วและกินยา เอวาเดินตามมาด้วยสภาพที่ดูไม่จืดหลังจากหลับไปพร้อมกับชุดเดิมในการชมคอนเสิร์ต
“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจทิ้งของเอวา เมื่อสภาพร่างกายมันอ่อนแรงเส้นเอ็นมันยืดยาน เหมือนอะไหล่หลวมไปทั้งร่าง ไม่รู้ว่าเกิดจากการดื่มหรือเพราะฤทธิ์จากการจิกตบกับแก้วกาญกันแน่
เดินไปหยิบแก้วมาวาง เป็นตู้เย็นรินน้ำเย็นใส่แก้ว ยกขึ้นดื่มอึกใหญ่เหมือนกระหายหนักจากการทำงาน และนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามจิวารี
“เป็นไงบ้าง ปวดมากหรือเปล่า ไปหาหมอไหม?” มองหน้าซีดของเพื่อนสาว
“กินยาแล้วไม่เป็นหรอก เดี๋ยวคงดีขึ้น” จิวารีปฏิเสธ
“พรุ่งนี้แกมีนัดกับแม่ไม่ใช่เหรอ ไปนอนต่อเถอะฉันไม่เป็นไรหรอก”
“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนดีกว่า แล้วค่อยมานอนต่อ” ถ้านั่งเฝ้าคนปวดท้องทั้งคืน ตื่นมาพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำธุระกับแม่ต่อ เดี๋ยวพิมพ์พรรณจะสงสัยกับสภาพไม่เต็มร้อยของเธอ
เอวาเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ส่วนคนที่ปวดท้องหลังจากกินยาแล้วก็ขึ้นเตียงนอนไม่นานก็ผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ยา
อาการปวดหน่วงที่หน้าท้องปลุกเธอให้ตื่นอีกครั้งในตอนสาย พร้อมกับอาการปวดตุบ ๆ ที่ข้างขมับจนต้องนิ่วหน้า ปวดท้องไม่พอยังจะมาปวดหัวผสมโรงกันไปอีก คว้าโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงมาดูเวลาที่หน้าจอ และข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน
เอวา : ฉันเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับ
เอวา : เดี๋ยวจะซื้อของเข้ามาทำอะไรกินที่ห้องนะ แต่ถ้าแกหิวก็ต้มบะหมี่กินรองท้องก่อนเลย
เอวา : อย่าลืมกินยาแก้ปวดล่ะ
ลุกขึ้นไปอาบน้ำชำระร่างกายเผื่อจะสดชื่นขึ้นมาบ้าง สำหรับวันนั้นของเดือนที่แสนจะทรมาน ดีว่าเป็นวันหยุดที่ไม่ต้องออกไปเรียน ส่งข้อความบอกจิวากรหากอาการปวดท้องดีขึ้นจะรีบกลับไปช่วยพ่อขายของ หยิบยาที่เอวาเตรียมไว้ให้ขึ้นมากิน และออกมานอนพักที่โซฟาด้านนอก ด้วยฤทธิ์ยาและฤทธิ์ไข้ที่ดึงเปลือกตาให้หนักอึ้งจนต้องล้มตัวลงนอนและหลับไปอีกครั้ง
เอวาโทรหาเพื่อนสาวที่นอนรออยู่ที่คอนโดจนนับครั้งไม่ได้ แต่ปลายสายก็ไม่รับ โทรเข้าเบอร์ห้องก็แล้ว ความเป็นห่วงและกังวลใจก็ก่อตัวขึ้น หลังจากที่บอกจะรีบกลับแต่ต้องเปลี่ยนแผนเพราะธุระของแม่ที่หิ้วเธอไปเป็นเพื่อนนั้นดูเหมือนจะยืดยาวออกไปอีก
“ฮัลโหลดิน”
“วามีเรื่องรบกวนหน่อยได้ไหม?” โทรหาเพื่อนชาย
อิทธิพลหิ้วกล่องอาหารพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือ เดินขึ้นคอนโดตามคำขอร้องของเอวา หลังจากร้อนใจเพราะความเป็นห่วงเพื่อน ชายหนุ่มกดออดหน้าประตูอยู่นานสองนานแต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากคนที่อยู่ด้านใน สุดท้ายเอวาก็บอกรหัสหน้าประตูให้เขาเปิดเข้าไปเพราะความเป็นห่วงเพื่อน
ภาพที่เห็นคือจิวารีนอนหลับสนิทเหมือนซ้อมตายอยู่บนโซฟา ก่อนจะถ่ายรูปส่งให้เอวาเพื่อคลายความกังวล ขนาดเขาเดินเข้ามาในห้องได้สักพักเธอยังไม่รู้สึกตัวเลย จะหลับลึกอะไรเบอร์นั้น ชายหนุ่มพยายามใช้เสียงทำโน่นทำนี่เพื่อปลุกให้เธอตื่นแต่ก็ไม่เป็นผล เดินเข้าใกล้ร่างที่กำลังหลับสนิทอยู่
“จิ๋ว” ส่งเสียงปลุกแต่ร่างที่นอนอยู่ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เปลือกตาโตปิดสนิทแผงขนตางอนเป็นแพเรียงกันชวนมอง แม้ใบหน้าของเธอตอนนี้จะซีดเซียวเหมือนสีไก่ต้ม ริมฝีปากของเธอแห้งผาก ไอร้อนจากกายเธอส่งผ่านออกมาจนเขาสัมผัสได้ในระยะใกล้
“จิ๋ว”
มือแตะไหล่เขย่าเบา ๆ ปลุกเธออีกครั้ง เจ้าของชื่องัวเงียลืมตาตื่นแบบสะลึมสะลือ มองเจ้าของเสียงที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาที่พร่ามัวจนภาพเบลอ แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่าเป็นใคร
“ดิน” เสียงลอดริมฝีปากออกมาอย่างแผ่วเบา
“ไม่สบายหรือหรือเปล่า?” อิทธิพลป้อนคำถามพร้อมกับใช้หลังมืออังที่หน้าผากเธอ หญิงสาวไม่ตอบแต่พยุงตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับนิ่วหน้าจากอาการปวดเกร็งที่ท้องน้อยเป็นระยะ
“เอวาโทรหาตั้งหลายสายแต่เธอไม่รับเลยเป็นห่วงให้เราขึ้นมาดู”
ชายหนุ่มนั่งลงที่โซฟาข้างเธอ มองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว จิวารีคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูด้วยใบหน้าอิดโรย
“ปิดเสียงไว้น่ะไม่ได้ยิน”
“เหมือนเธอจะมีไข้นะไปหาหมอไหม?” ถามด้วยความเป็นห่วงแต่หญิงสาวส่ายหน้า
“ปวดท้องกินยาเดี๋ยวก็หาย”
คำว่าเดี๋ยวก็หายเหมือนจะไม่ได้ผล หญิงสาวก้มหน้างอตัวมือกุมท้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เม้มปากและหลับตาข่มอาการปวดที่เหมือนจะรุนแรงขึ้น ยาแก้ปวดที่กินไปก่อนหน้าไม่ได้ผลเลยหรือยังไง ทั้งหัวทั้งท้องเหมือนจะแข่งกันปวดอย่างสนุกจนเจ้าของร่างเริ่มจะไม่ไหวแล้ว
“ไปหาหมอดีกว่า”
พยุงคนป่วยลุกขึ้นและอุ้มเธอเดินออกมาจากห้อง โดยไม่ฟังเสียงทัดทานพึมพำของเจ้าของร่างที่ยังดื้อไม่อยากไปหาหมอ จิวารีหลับตาลงซบหน้าที่หัวไหล่ชายหนุ่มจากอาการเวียนหัว แถมท้องไส้ยังจะมาผสมโรงปั่นป่วนพะอืดพะอมชวนอาเจียนอีก ร่างกายของเธอมันเป็นบ้าอะไร นี่คือจิวารีที่แข็งแรง นักกีฬาผู้รักสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเชียวนะ จะพยศอะไรกันอีก นี่คงจะเป็นเพราะแอลกอฮอล์หลากชนิดของตะวันบวกกับไข้ทับระดูเป็นแน่
จิวารีนั่งรอรับยาหลังจากตรวจเสร็จแล้วเพียงไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อย ที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นหนึ่งที่เป็นเลิศด้านการบริการ ดูแล้วค่ารักษาน่าจะเอาเรื่องอยู่แต่เธอไม่รู้ตัวเลขเนื่องจากอิทธิพลเป็นธุระจัดการให้ทุกอย่าง เธอมีหน้าที่แค่นั่งรอเท่านั้น
“ขอบคุณนะดินที่พามาหาหมอ” จิวารีเอ่ยคำขอบคุณหลังจากขึ้นรถออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว
“ค่ารักษาเท่าไหร่เดี๋ยวฉันคืนให้นะ”
“ไม่เป็นไรเรามีบัตรรักษาฟรีไม่ต้องจ่ายอะไร”
โกหกชัด ๆ เห็นควักกระเป๋าสตางค์ออกมาจ่ายค่ายาอยู่เลย ยังจะบอกรักษาฟรีอะไรก่อน สายเปย์เหมือนเอวากระมัง
“เป็นไงบ้างดีขึ้นไหม?” เขาถามเปลี่ยนเรื่อง
“อือ” พยักหน้า เป็นเพราะยาที่คุณหมอฉีดให้ที่ออกฤทธิ์เร็วเพียงไม่นานความปวดก็เริ่มทุเลาลง ส่งข้อความไปบอกที่บ้านและเอวาจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล รถเคลื่อนไปตามถนนแต่ไม่ใช่เส้นทางที่จะกลับบ้านหรือคอนโดของเอวา
“จะไปไหนเหรอ?” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นทันที
“หิว” คือคำตอบสั้น ๆ
หญิงสาวกวาดตามองไปรอบบริเวณร้านอาหารหรูหราหมาเห่า ตั้งแต่ทางเข้ายันเคาน์เตอร์ด้านหลัง แม้จะมีกลิ่นอาหารหลากเมนูปะทะจมูกบ้าง แต่ขณะเดียวกันกลิ่นอโรมาที่สร้างบรรยากาศจากโซนพักผ่อนถัดไปของมุมวีไอพีก็โชยมาอ่อน ๆ ให้ผ่อนคลาย แต่ยังไม่ทันจะป้อนคำถามใด ๆ เสียงเรียกก็ดังขึ้น
“มาแล้วเหรอลูก” สองหนุ่มสาวหันตามเสียงเรียกของดวงยี่หวา
“สวัสดีครับแม่”
“สวัสดีค่ะคุณน้า”
จิวารียกมือไหว้ดวงยี่หวาที่เดินออกมาทักทาย
“แม่ให้แม่ครัวเตรียมกับข้าวไว้ให้แล้วไปกินก่อนเลยค่ะร้อน ๆ จะได้อร่อย” ส่งยิ้มให้สองหนุ่มสาว
“แม่ไม่กินเหรอครับ?”
“แม่ต้องออกไปทำธุระข้างนอกแต่รอเจอดินกับจิ๋วก่อน” เธอหันมองหน้าหญิงอ่อนวัยส่งยิ้มอ่อนโยนให้ พร้อมถามไถ่อาการป่วยของจิวารี
“หายไว ๆ นะลูกแม่ไปละนะวันหลังค่อยคุยกัน”
“ขอบคุณค่ะ”
สองหนุ่มสาวเดินตรงไปยังโซนวีไอพี ที่แม่ครัวจัดเตรียมอาหารไว้ให้เรียบร้อยจนเต็มโต๊ะ
“ที่นี่ร้านนายเหรอ?”
“เปล่า...ร้านแม่”
“กินเถอะจะได้รับกลับไปพักผ่อน”
หญิงสาวกวาดตามองอาหารบนโต๊ะ และลอบมองเพื่อนชายที่ตักข้าวใส่จานให้เธอและเขา แค่เหตุการณ์ในวันนั้นแค่ครั้งเดียวแม่ของเขาถึงกับใจดีและเอ็นดูเธอขนาดนี้ แค่ไม่สบายยังให้แม่ครัวทำกับข้าวไว้รอตั้งมากมาย คงจะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเลยกระมัง ก็แน่ล่ะลูกคนเดียวนี่นา จากคำบอกเล่าของเอวา แต่ก็เป็นคนรวยที่มีน้ำใจไม่ใช่น้อย
“ขอบคุณนะดิน” เธอเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้ง
“ขอบคุณบ่อยจัง” ตวัดสายตามองหน้าเธอและยิ้มน้อย ๆ พร้อมกับตักอาหารใส่จานให้
“อันนี้อร่อยลองชิมดู เมนูขึ้นชื่อของร้านเลยนะ กินเยอะๆ จะได้หายไว ๆ”
