บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 บุปผาแรกแย้ม รอคอยผู้เด็ดดอม

เมื่อเยี่ยฉางเกอเอ่ยเช่นนั้น ทำให้ซูถังถังที่กำลังหลับตาเคลิบเคลิ้มอยู่ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้ง

นางถึงกับยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนก้มมองไปยังตำแหน่งที่ร่างทั้งสองแนบชิดกัน เพียงมองแวบเดียว นางก็ตกใจจนแทบผงะ

ยัง... ยังเข้าไปไม่หมดหรือ?

ทั้งที่เพียงเท่านี้ก็ทำให้นางทั้งเจ็บทั้งรู้สึกแปลกประหลาดจนแทบรับไม่ไหวแล้ว แต่สิ่งนั้นที่ทั้งใหญ่โตและน่าตื่นตะลึง กลับเพิ่งสอดเข้าไปได้เพียงส่วนปลายเท่านั้น

นี่... นี่มัน...

ไม่ว่าจะมองอย่างไร ขนาดของทั้งสองฝ่ายก็ดูไม่เหมาะสมกันเอาเสียเลย

เยี่ยฉางเกอเองก็กำลังอดกลั้นอย่างหนัก น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่จึงแฝงความตึงเครียดไว้อย่างปิดไม่มิด

และเมื่อเห็นว่าสายตาของนางจับจ้องไปยังจุดที่ร่างทั้งสองเชื่อมโยงกันอย่างไม่วางตา สิ่งนั้นของเขากลับขยายใหญ่ขึ้นอย่างที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ช่างเป็นวิชาที่น่าอัศจรรย์เสียจริง

ถังถังกลืนน้ำลายอึกใหญ่ในทันที พลางคิดว่าหากสิ่งนั้นเข้าไปในร่างกายของนางจนหมดจริงๆ นางจะไม่ถูกกระแทกจนเป็นรูโหว่หรอกหรือ

เพียงคิดก็รู้สึกทั้งน่าหวาดหวั่นและตื่นเต้นอย่างประหลาด

อ๊าก! นางแทบอยากเงยหน้าร้องตะโกนขึ้นสู่ฟ้า แล้วตะโกนใส่เยี่ยฉางเกอว่า

"อาจารย์ รีบทำให้ข้ารับไม่ไหวเสียทีเถิด!"

แต่ซูถังถังก็รู้ดีว่า หากนางพูดคำเหล่านี้ออกไปจริงๆ เยี่ยฉางเกอคงตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเป็นแน่

หากเป็นเช่นนั้นคงแย่แล้ว

ในที่สุดของอร่อยที่เฝ้าหมายตามานานก็มาอยู่ตรงหน้า แม้นางจะไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ ของอร่อยชิ้นนี้ถึงส่งตัวเองมาให้นางถึงที่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ย่อมต้องกินก่อนค่อยว่ากันทีหลัง

เพราะเกรงว่าเยี่ยฉางเกอจะเปลี่ยนใจเสียก่อน ซูถังถังจึงก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ก่อนเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ

"อาจารย์... ที่จริงแล้วท่านไม่จำเป็นต้องวางยาศิษย์เลย ขอเพียงท่านเอ่ยปาก ศิษย์ก็เต็มใจอย่างยิ่งอยู่แล้ว"

ทันทีที่สิ้นเสียง แขนทั้งสองของนางก็โอบรอบเอวของเยี่ยฉางเกออย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ

ท่าทีอันกล้าหาญของนางทำให้เยี่ยฉางเกอถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่ได้ขยับตัวใดๆ เพียงรับรู้ได้ว่าซูถังถังกำลังพยายามอย่างสุดกำลัง ใช้แรงของตนเองค่อยๆ ดึงเขาเข้ามาใกล้ทีละน้อย

เมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างขวางกั้นอยู่ นางยังคงพยายามต่อไป แต่ความเจ็บปวดกลับรุนแรงเสียจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก

ซูถังถังกัดฟันแน่น ตัดสินใจเด็ดขาดในคราเดียว

นางออกแรงกอดเอวของเยี่ยฉางเกอให้แน่นขึ้น ก่อนโน้มกายเข้าหาเขาอย่างแรง

"อ๊า..."

ความเจ็บปวดแล่นวาบขึ้นมาทันที จนน้ำตาพรั่งพรูออกมาในพริบตา

จบกัน... คราวนี้ต้องฉีกขาดแน่ๆ

ต้องมีเลือดออกแน่นอน!

เพื่อจะได้ลิ้มรสของโปรดสักคำหนึ่ง นางช่างพยายามเหลือเกินจริงๆ

ซูถังถังถึงกับซาบซึ้งในความเสียสละและความมุ่งมั่นของตนเองอยู่ในใจ

เยี่ยฉางเกอมองใบหน้าเล็กๆ ของนางที่เปลี่ยนสีหน้าไปมาหลากหลายอารมณ์

"..."

แต่ด้วยความมุทะลุไม่กลัวตายของซูถังถังนี่เอง ที่ทำให้เยี่ยฉางเกอเข้าสู่ร่างของนางได้จนหมด

ลึกเสียจนราวกับแนบชิดอยู่กับส่วนลึกที่สุดภายในกายของนาง ความรู้สึกที่ถูกโอบรัดด้วยความร้อนชื้นและความคับแน่นนั้น ทำให้ความปรารถนาทางโลกที่เยี่ยฉางเกอไม่เคยมีมาตลอดพันปี ถูกเด็กสาวผู้นี้ปลุกเร้าขึ้นมาในชั่วพริบตา กลายเป็นคลื่นอารมณ์รุนแรงที่ถาโถมอย่างไม่อาจควบคุม

"อะ... อาจารย์..."

ซูถังถังกัดฟันฝืนทนต่อความเจ็บปวด พยายามขยับตัวอีกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

"อาจารย์ ท่านใจร้ายเกินไปแล้ว ถอดเสื้อผ้าแค่ของตัวเอง แต่กลับปล่อยให้ศิษย์สวมตั้งหลายชั้น... ร้อนจะตายอยู่แล้ว"

นางมองดวงตาลึกล้ำของเยี่ยฉางเกอที่แม้จะเต็มไปด้วยแรงปรารถนาจนไม่อาจรักษาความสงบนิ่งไว้ได้อีก แต่กลับยังคงอดกลั้นเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยตัวตามอารมณ์

ซูถังถังยื่นมือไปกระชากสาบเสื้อของตนเองออกอย่างไม่ลังเล เผยผิวขาวเนียนเป็นวงกว้าง จากนั้นก็ดึงผ้ารัดอกสีชมพูลายดอกบัวลง เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่สั่นไหวอยู่เบื้องหน้า

"อาจารย์... ลองสัมผัสดูสิ สัมผัสข้าหน่อย"

ขณะเอ่ยวาจานั้น นางยังคงขยับกายเข้าหาเยี่ยฉางเกอ รับรู้ได้ถึงความคับแน่นภายในที่ยิ่งทวีความชัดเจน ราวกับร่างทั้งร่างกำลังจะถูกขยายจนแตกออก

ความรู้สึกนั้นทำให้นางเงยลำคอขึ้นอย่างยากจะอดกลั้น ทรวงอกอวบอิ่มยิ่งเชิดสูงขึ้นกว่าเดิม

นางคว้ามือของเยี่ยฉางเกอมาวางลงบนความนุ่มอิ่มนั้น ให้เขาสัมผัสและลูบไล้อย่างแผ่วเบา

ซูถังถังรับรู้ได้ว่าปลายยอดอ่อนบนทรวงอกของตนตั้งชันขึ้นมาแล้ว สีแดงสดเรื่อเผยออกมาระหว่างง่ามนิ้วของเยี่ยฉางเกอ

งดงามราวดอกท้อบนกิ่งไม้ในเดือนสามที่กำลังผลิบาน ชุ่มฉ่ำจนชวนให้ผู้คนอยากเอื้อมมือมาเก็บเกี่ยว

ใบหน้างดงามอ่อนเยาว์แดงระเรื่อไปทั่ว รอยแดงนั้นลามจากพวงแก้มลงสู่ลำคอและเรือนกายทั้งร่าง

ผิวขาวดุจหิมะมีเหงื่อบางเบาเคลือบอยู่ชั้นหนึ่ง ดูใสราวหยาดน้ำค้างยามเช้า เปล่งประกายชวนมอง เมื่อสัมผัสก็รู้สึกได้ถึงความเนียนนุ่มและอบอุ่น อ่อนละมุนจนแทบคั้นน้ำออกมาได้

ส่วนเบื้องล่างยิ่งชุ่มชื้นขึ้นเรื่อย ของเหลวใสหลั่งออกมาไม่ขาดสาย จนเปียกชื้นไปทั้งสองฝ่าย

ใบหน้าอ่อนเยาว์ตัดกับทรวดทรงอวบอิ่มงดงาม ช่างเป็นสตรีที่เย้ายวนใจผู้คนอย่างแท้จริง

"ถังถัง เจ้าหน้าอกใหญ่เหลือเกิน"

เยี่ยฉางเกออดทอดถอนใจไม่ได้ พลางสัมผัสความอวบอิ่มที่อยู่ในอุ้งมือ จะว่าไปแล้ว เมื่อเทียบกับสตรีวัยเดียวกัน นางก็นับว่ามีรูปร่างโดดเด่นเกินผู้ใดอยู่ไม่น้อย

ซูถังถังอดภูมิใจไม่ได้ นั่นเป็นเพราะนางหมั่นนวดเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตมาโดยตลอด เพื่อให้อาจารย์หันมาสนใจ ความพยายามเพียงเท่านี้จะนับเป็นอะไรได้

ราวกับกำลังอวดข้อดีของตนเอง ความอวบอิ่มบนทรวงอกยังขยับไหวตามการเคลื่อนไหวของนางเล็กน้อย จนทำให้สายตาของผู้พบเห็นอดสั่นไหวตามไม่ได้

ในที่สุด ณ ชั่วเวลานี้ ความสงบนิ่งและการควบคุมตนเองที่เยี่ยฉางเกอยึดมั่นมาตลอดก็พังทลายลงจนสิ้น เขาเพียงต้องการครอบครองนางอย่างหมดใจ

เด็กสาวที่เขาเฝ้ามองการเติบโตมาตลอดผู้นี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงเด็กน้อยแก้มกลมราวซาลาเปาลูกเล็กๆ แต่บัดนี้กลับผลิบานเป็นหญิงสาวงดงามดุจบุปผาแรกแย้ม งามล้ำและเปี่ยมเสน่ห์จนยากจะละสายตา

เมื่อเห็นนางอยู่ในอ้อมแขนของตน ส่งเสียงออดอ้อนอย่างน่าสงสาร หัวใจของเขาก็ยิ่งปั่นป่วนราวกับถูกไฟแผดเผา จนแทบคลุ้มคลั่ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel