บทที่ 9
เพียงฟ้านั่งลงที่โซฟากลางบ้าน หลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาลเพียงคนเดียว นั่งกินยาแก้ปวดด้วยความโดดเดี่ยว บ้านนี้ไม่มีใครอยู่ รวมทั้งสามีที่ยังไม่กลับมา
ในขณะที่เธอกำลังนั่งเหม่อคิดอะไรหลาย ๆ อย่าง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เธอไม่อยากมองและไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น แต่พอเห็นหน้าจอปรากฏขึ้นว่าพี่ชายโทรมา เพียงฟ้าจึงเลือกที่จะรับสายพร้อมกับฝืนยิ้มไปด้วย
"เฮีย ฝนจะตกหรือเปล่าคะเนี่ยถึงโทรหาน้องสาว"
เพราะไม่อยากให้พี่ชายรู้ว่าเธอไม่มีความสุขหลังจากแต่งงาน จึงแสร้งยิ้มเพื่อสร้างน้ำเสียงให้สดชื่นเอาไว้ พยัคฆ์คือพี่ชายที่แท้จริงของเพียงฟ้า เขาไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่อายุหนึ่งขวบ ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่นแม้แต่วันแต่งงานของเพียงฟ้าเขาก็ยังไม่ได้กลับมา
"โทรมาก็เอ่ยพูดแบบนี้เลยนะ อย่างนั้นเฮียวางนะ"
"ขอโทษค่ะ น้องก็แค่แซวเฮียเฉย ๆ มีอะไรหรือเปล่าคะ ปกติเฮียไม่ค่อยมีเวลาโทรหาน้อง"
"ไม่มีอะไรหรอกแค่จะบอกข่าวดีว่า เดือนหน้าเฮียจะไปเที่ยวหา"
"เฮียพูดจริง ๆ เหรอคะ ดีใจจังเลย!"
"สบายดีใช่ไหม หลังจากแต่งงานชีวิตเหมือนเดิมหรือเปล่า" เพียงฟ้าเธอยิ้มให้กับพี่ชาย แม้เขาจะไม่เห็นก็ตาม เธอไม่อยากให้เขาต้องกังวลหรือเป็นห่วง
"สบายดีค่ะ คุณราชันย์ดูแลเพียงฟ้า และเอาใจใส่เพียงฟ้ามาก ๆ ในตอนที่แม่บ้านลาไม่มีใครอยู่บ้านเขาก็ทำกับข้าวทำอาหารให้เพียงฟ้าทาน เขาแสนดีมาก ๆ เลยค่ะเฮีย เอาไว้ถ้าเฮียมาประเทศไทยจะให้คุณราชันย์ทำกับข้าวให้ทานนะคะ" ล้วนเป็นคำโกหกของน้องสาวที่กำลังบอกกับพี่ชาย เพื่ออยากให้พี่ชายมองสามีตนเองให้แง่ดี
"น้องเขยคนนี้ดีแบบนี้นี่เอง ว่าแล้วคุณย่าถึงอยากให้เพียงฟ้าแต่งงานกับเขานักหนา เอาไว้มีโอกาสพี่จะไปอยู่ด้วยนะ ไปให้น้องเขยทำกับข้าวให้ทาน"
"รีบมานะคะเฮีย" เพียงฟ้ากดวางสายจากพี่ชาย หยดน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวคงเป็นความรู้สึกที่เธอนั้นโกหกปั้นเรื่องขึ้นมาว่า สามีเป็นคนดีดูแลเอาใจใส่แท้จริงแล้ว เขาไม่เคยทำแบบนั้นเลย
เพียงฟ้าปาดน้ำตาของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงรถขับเข้ามาในบ้านช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาที ราชันย์เดินตรงเข้ามาหาเธอ
"เพียงฟ้าคุณอยากได้ไม่ใช่เหรอ" ราชันย์ไม่ได้เดินกลับมามือเปล่าเขามีถุงกระดาษขนาดสี่เหลี่ยมปรากฏขึ้นชื่อแบรนด์สินค้ามาด้วยในใจของเพียงฟ้าเธอรู้แล้วว่านี่คือเครื่องประดับแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร
"คืออะไรเหรอคะ"
"เปิดดูสิ" เมื่อเพลงฟ้าเธอหยิบของในกล่องกระดาษออกมาและได้เห็นสิ่งของนั้น เธอยิ้มกว้างทันทีมองหน้าของราชันย์ นี่เป็นแหวนคู่วงนั้นที่เธออยากได้
"คุณไปซื้อให้ฉันเหรอคะ"
"ผมซื้อแหวนวงนี้มาให้คุณ เพื่อแลกกับการขอโทษ นิสาและพ่อแม่ของเธอ" แหวนในมือของเพียงฟ้าแทบร่วง ตกใจที่ราชันย์ใช้สิ่งของมาแลกกับศักดิ์ศรีของเพียงฟ้า เพื่อให้เธอลดตัวไปขอโทษผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นกับพ่อแม่ของเธอ
"คุณซื้อแหวนที่ฉันอยากได้ เพื่อมาแลกให้ฉันลดตัวลดศักดิ์ศรีของฉันไปขอโทษผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น" เพียงฟ้าวางกล่องแหวนนั้นลงที่โต๊ะ ต่อให้เธออยากได้แหวนวงนี้มากแค่ไหน ก็ไม่มีวันที่เธอจะไปขอโทษผู้หญิงคนนั้น
"ผมพูดดีกับคุณแล้วนะเพียงฟ้า ผมทำดีกับคุณทุกอย่าง แต่ทำไมยังไร้เหตุผลอยู่แบบนี้ชีวิตจริงไม่ใช่ละคร ที่คุณจะเอาความร้ายของคุณมาเล่นในชีวิตคู่"
เพียงฟ้าลุกขึ้นยืนจ้องมองหน้าของราชันย์ คำก็ร้ายสองคำก็ร้าย เธอเคยเล่นบทละครเป็นนางร้ายก็จริงแต่ใช่ว่านางร้ายจะต้องร้ายตลอด
"คุณคิดว่าฉันร้าย แล้วคิดว่านิสาคือนางเอกสินะ คุณไม่รู้เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังจะทำให้เราต้องเลิกกัน คุณเคยสนใจฉันบ้างไหม ฉันโทรขอความช่วยเหลือจากคุณ แต่คุณกลับปฏิเสธบอกว่าประชุม พอถึงโรงพยาบาลฉันไม่เคยคิดว่าคุณจะอยู่ที่นั่น คุณพาผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่ภรรยาไปโรงพยาบาลได้ ทั้ง ๆ ที่คุณบอกว่าประชุม คุณเห็นฉันเป็นอะไร"
"ผมว่ายิ่งพูดไปแล้วก็ไม่เข้าใจกันอยู่ดี ในเมื่อเราไปกันไม่ได้ก็หย่ากันเถอะ" ราชันย์ถอนหายใจเขาไม่ได้ตั้งใจแต่งงานกับเธอตั้งแต่แรก แต่เป็นคำสัญญาของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ราชันย์พ่นประโยคอันเจ็บแสบลึกเข้าไปถึงหัวใจคือคำว่าหย่า คำที่เขาพูดตอกย้ำตลอดเวลา สื่อว่าพร้อมจะทำเช่นนั้นในทุกวินาที
ในขณะที่ราชันย์หันหลังเตรียมที่จะเดินออก เพียงฟ้ารีบพุ่งตัวเข้ากอดราชันย์จากทางด้านหลัง
"ไม่ค่ะ ฉันจะไม่หย่ากับคุณ และไม่มีทางหย่ากับคุณด้วย ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะว่าฉันหึง ฉันหวงคุณนะคะ คุณคือสามีของฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์ตรงไหน"
"ปล่อยผมเพียงฟ้า อย่างที่บอกเราอยู่ด้วยกันไม่ได้หย่ากันเถอะ"
"คุณแน่ใจเหรอคะว่าคุณจะหย่ากับฉันจริง ๆ คุณพ่อคุณแม่ของคุณจะยอมเหรอ"
ราชันย์หยุดชะงักหันกลับมา พร้อมกับจ้องหน้าของเพียงฟ้า แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ของเขาไม่ยอมและทั้งสองคนเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่กี่เดือน
"คุณเอาคุณพ่อคุณแม่มาขู่ผมเหรอ"
"ก็ลองดูค่ะ คุณแม่ของคุณรักและเอ็นดูฉันมาก ถ้าฉันบอกกับเขาว่านิสาเป็นมือที่สาม เข้ามาทำให้คุณบอกเลิกและขอหย่าฉัน คุณคงรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
"คุณนี่มันร้ายมากกว่าที่ผมคิดซะอีกเพียงฟ้า" เขาหันหลังได้กลับออกไปจากบ้านอีกครั้ง คำก็ร้ายสองคำก็นางร้ายไม่มีวันไหนที่คุยกันและอยู่ด้วยกันดีเหมือนกับสามีภรรยาคนอื่นทั่วไป
ตอนเช้า
เมื่อคืนนี้เพียงฟ้ารอราชันย์กลับบ้านทั้งคืน แต่เขาไม่กลับจนกระทั่งตอนเช้า เพียงฟ้าแต่งตัวแล้วออกมาที่บริษัท เพราะโทรหาราชันย์ไม่ยอมรับสาย ทั้งที่เธอเป็นห่วงแล้วก็อยากรู้ว่าเขานอนที่ไหนแต่พอมาถึงบริษัทเลขาบอกว่าคุณราชันย์มีแขกคนสำคัญอยู่ในห้อง แต่เลขาไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร ยิ่งทำให้เพียงฟ้าเธอมั่นใจว่าคนสำคัญต้องเป็นนิสา
"คุณเพียงฟ้าคะ ไม่สามารถเข้าไปในห้องของบอสได้นะคะ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต" เพียงฟ้าตบหน้าของเลขาที่พยายามขัดขวางทุกทาง ทั้งยังไม่มีมารยาทพยายามผลักเพียงฟ้าอยู่บ่อยครั้ง
"เธอมันไร้มารยาท" ถึงจะพูดแบบนั้น หากสายตาของพนักงานต่างพากันมองเพียงฟ้าด้วยแววตาตำหนิ เริ่มเป็นนางร้ายในสายตาของทุกคน ยิ่งเธอตบเลขาหน้าห้องก็ยิ่งดูไม่ดีสำหรับพนักงาน
เพียงฟ้าผลักประตูห้องทำงานของราชันย์ แต่ยังไม่ทันจะได้มองเข้าไปด้านในเลขาที่ถูกตบเมื่อสักครู่นี้จับแขนของเพียงฟ้าแล้วดึงกลับ
"คุณไม่มีสิทธิ์เข้าไปในห้องของบอสนะคะ" เลขาคนนี้พยายามขัดขวางจนดูมีพิรุธดูแปลกขนาดเธอถูกตบไปแล้วก็ยังไม่หยุดความพยายามที่จะขวาง
"ด้านในห้องต้องมีอะไรแน่ถ้าพยายามขวางทุกวิถีทาง คนนั้นจ้างเธอเท่าไร"
"เปล่านะคะคือว่าบอสมีแขกคนสำคัญจริงๆ"
"อยากตกงานใช่ไหม ถ้าไม่อยากตกงานอย่ามาขวางฉัน" เลขาหน้าห้องก้มหน้าลงพยายามห้ามเพียงฟ้าแต่ไม่สำเร็จ เธอเดินตรงไปที่ประตูและผลักประตูเข้าไปอีกครั้ง
