ตอนที่ 6 เกิดเรื่อง
ตอนที่ 6 เกิดเรื่อง
@ร้านอาหาร ที่มีทั้งแอลกอฮอล์เสียงเพลงและเสียงดนตรี
พริกแกงเดินเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าเรียบๆ ในใจแอบเบื่อหน่ายเล็กน้อยที่ได้เจอหน้าคนเจ้าเล่ห์อีกครั้ง แต่เธอก็พยายามไม่แสดงอาการไม่พอใจออกมา เกรงว่าอาหารมื้อนี้จะไม่อร่อย
เธอเดินเข้ามาเห็นใบหน้ากวนๆของเขายิ้มมาแต่ไกล เขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่าทางมีความสุขเหลือเกิน
“นั่งสิ” เขาสั่งน้ำแตงโมปั่นมาดื่มระหว่างรอหญิงสาวมาถึง ซึ่งมันยุบไปแล้วครึ่งแก้ว สายตาแห่งความสงสัยของเธอมองมาที่แก้วแตงโมปั่นแต่ไม่ได้พูดอะไร
“ฉันไม่ได้มาสายนะคะ” เธอยกนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือขึ้นมาดู เธอมาเร็วไปตั้งสามนาทีด้วยซ้ำ
“คร๊าบ...ผมมาเร็วเอง” เขาพยักหน้าให้เธอนั่งลงอีกครั้ง พร้อมกับสายตาที่มองไปที่เก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้าม เธอยอมหย่อนก้นนั่งลงท่าทางไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่
“รีบๆสั่ง รีบๆกิน จะได้รีบกลับ”
“เดี๋ยวสิครับ จะรีบไปไหน ผมว่าจะชวนคุณไปต่อ” เขาชอบพูดจากำกวมแบบนี้เสมอ
“ฉันไม่ไป” ทั้งคำพูดและสายตาเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้เธอคิดดีไม่ได้เลยจริงๆ
"อย่าเพิ่งปฏิเสธสิครับ ผมหมายถึงดูหนังน่ะ" เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างเขาจะดูหนังเป็น หนังผู้ใหญ่ล่ะสิไม่ว่า!
"ฉันไม่ไปค่ะ"
“จะไปหรือไม่ไป” เขาจ้องมองใบหน้าของเธอพร้อมกับทำหน้ากวนๆใส่ และนั่นจึงทำให้เธอนึกถึงกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของเขา
“คุณกำลังบังคับฉันอยู่นะคะ”
“คุณก็อย่าให้ผมบังคับสิ ก็แค่ดูหนังเอง”
“ดูคุณว่างมากนะคะ งานน้อยเหรอคะ ถึงได้มีเวลาเที่ยวสนุกแบบนี้ได้”
“ก็ไม่เชิง เบื่อๆก็เลยอยากหาอะไรสนุกๆทำบ้าง” เขาสนุกแต่เธอไม่ได้สนุกด้วยนี่สิ
“แล้วคู่ขาของคุณล่ะ” เธอหมายถึงผู้หญิงคนเมื่อวาน
“ก็บอกว่าเบื่อไง ผู้หญิงพวกนั้นน่าเบื่อจะตาย”
“มีเยอะเลยสินะคะ”
“แหม...เพิ่งจะรู้จักกันอย่าเพิ่งหึงสิครับ” คำพูดของเขาทำให้เธอขึงตาใส่เขาทันที
“ทุเรศใครหึงคุณกัน”
“สั่งอาหารก่อนเถอะ” เขากวักมือเรียกพนักงานของร้านมารับออเดอร์ จากนั้นทั้งสองก็ลงมือสั่งอาหาร แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะหิวมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว เพราะเธอสั่งอาหารร่วมๆสิบรายการ คงจะแกล้งเขานั่นแหละ
“กินหมดเหรอครับ” เรื่องค่าใช้จ่ายเขาไม่เคยมีปัญหาอยู่แล้ว จะแพงมากกว่านี้อีกสิบเท่าเขาก็จ่ายได้ แต่เขาแค่เสียดายอาหารที่สั่งมาเกินกำลังที่จะทานเข้าไปไหวสุดท้ายคงต้องทิ้ง
“ทำไม...ไม่พอใจเหรอคะ” เธอพูดขึ้นอย่างถือดี
“เสียดายของเฉยๆน่ะ ผมเพิ่งจะรู้ว่าคุณหนูพริกแกงก็ร้ายไม่เบาเหมือนกัน” ยิ่งเธอต่อต้านเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากจะเอาชนะมากขึ้นเท่านั้น
“ร้ายสู้คุณไม่ได้หรอกมั้งคะ” และแล้วอาหารที่สั่งก็ค่อยๆทยอยมาเสิร์ฟลงบนโต๊ะ
“ทานกันเลยดีกว่าครับ ผมหิวจนแทบจะกินคุณได้ทั้งตัวแล้ว” คำพูดทีเล่นทีจริงแถมยังกำกวม ใครที่ได้ฟังยังไงก็ต้องคิดเหมือนที่เธอคิด
“พูดให้มันดีๆนะคุณ...ทะลึ่ง!” สีหน้าของเธอไม่พอใจ ทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกเขาห้ามเอาไว้ซะก่อน
“โอเคๆ ผมล้อเล่นครับ” ทั้งสองลงมือทานอาหารโดยมีนาคินทร์พูดยั่วโมโหเธอไม่ยอมหยุดปาก
“เรื่องเมื่อวานที่ผมหอมแก้มคุณ” เขาตักอาหารเข้าปากแล้วมองหน้าเธอยิ้มๆ
“ทำไมคะ รู้สึกผิดเหรอคะ ขอโทษมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
“เปล่าสักหน่อย ผมเห็นคุณโกรธ จะให้หอมคืน แล้วก็จะได้หายกันไงครับ” ถึงอาหารบนโต๊ะจะยังไม่ยุบแต่ทั้งสองก็เริ่มอิ่มแล้ว
“ไอ้บ้า! ฉันจะกลับแล้ว” ทันทีที่หญิงสาวเตรียมจะลุกขึ้น ก็มีพนักงานของร้านเดินเอาเครื่องดื่มมาให้ มันคือค็อกเทลน้ำสีชมพูดูแล้วน่าอร่อยดี
"คุณผู้หญิงครับ คุณผู้ชายโต๊ะโน้นฝากมาให้คุณผู้หญิงครับ" นาคินทร์รีบหันไปมอง มันคือเพื่อนเก่าของเขา ซึ่งทางนั้นก็มองมาเช่นกัน
"ฝากบอกเขาด้วยนะคะว่าขอบคุณมาก"
"ครับ" รับคำเสร็จพนักงานก็เดินออกไป
"อย่าดื่ม!" เธอกำลังยกแก้วค็อกเทลน้ำสีชมพูสวยขึ้นดื่ม แต่กลับถูกนาคินทร์ห้ามเอาไว้ก่อน
"ทำไมคะ"
"ไม่รู้จักกัน อย่าไว้ใจใครง่ายๆ มันอันตราย"
"คุณอันตรายที่สุดแล้ว คงไม่มีใครอันตรายกว่าคุณแล้วมั้ง" พูดจบเธอก็ยกแก้วค็อกเทลกระดกลงคอรวดเดียวจนหมด แล้วหยิบกระเป๋าเดินออกจากร้านไปเลย
นาคินทร์จ่ายค่าอาหารแล้วกำลังจะกลับเหมือนกัน แต่เขานึกเอ๊ะใจอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาเลยเดินหาเธอรอบๆลานจอดรถแล้วก็เจอ เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆด้วย
สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเธอกำลังอยู่กับนิกรคนที่เอาค็อกเทลมาให้เธอดื่ม ท่าทางของเธอนั้นเหมือนคนโดนยาไม่มีผิด
“ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอ้กร!” นาคินทร์เดินมาถึงเขาก็ดึงไหล่ให้มันหันมาแล้วง้างหมัดใส่นิกรหนึ่งหมัดทันที
“ผัวะ!” นิกรล้มลงไปอยู่ที่พื้นแต่เขาก็รีบลุกขึ้นมาไม่ได้สวนกลับแต่อย่างใด
“ไหนๆมึงก็มาแล้ว ฝากด้วยแล้วกัน” นิกรเดินหนีไปดื้อๆ อย่างกับว่าไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้น นาคินทร์ไม่รอช้ารีบหันไปดูหญิงสาวทันที
“พริกแกง...ผมเอง” นาคินทร์รีบเข้าไปพยุงเธอให้ยืนขึ้น
“ฉันร้อนค่ะ” ใบหน้าแดงกล่ำ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ท่าทางของเธอคงจะกำลังทรมานอยู่ไม่น้อย
“ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาล”
“ฉันไม่อยากเป็นข่าว”
“ถ้างั้นผมจะพาคุณกลับบ้าน”
“ฉันไม่อยากให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้เรื่องนี้”
“งั้นก็เหลือแค่ที่เดียว...บ้านผม”
“...........” เธอพยักหน้า สายตาของเธอที่มองมาทางนาคินทร์ไม่เหมือนเดิม เธอกำลังขอความช่วยเหลือจากเขา
“ป่ะ” นาคินทร์ไม่รอช้า เขารีบอุ้มเธอขึ้นแล้วพาไปที่รถทันที ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่ก็ไม่เคยชั่วช้าถึงขนาดวางยาผู้หญิง
“ฉันร้อน...อื้อ” เธอกำลังปลดเสื้อผ้าของตัวเองออก ท่าทางน่าสงสาร
“อย่าถอด อดทนไว้!”
“ฉันไม่ไหว ฉันทรมานเหลือเกิน”
“อดทนไง ผมบอกให้คุณอดทน!” เพราะถ้าเธอถอด คนที่อดทนจะไม่ใช่แค่เธอคนเดียวแต่จะเป็นเขาด้วย ซึ่งตอนนี้เขายังต้องขับรถอยู่
“ฉันสู้กับมันไม่ไหว” น้ำเสียงสั่นๆของเธอทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังร้องไห้
“อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว” สิ่งที่เขาพูดไม่ใช่ว่าเธอจะไม่ฟัง แต่ฤทธิ์ของยานรกนั่นมันทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้
ล้อรถได้เบรกลงที่หน้าบ้านหลังใหญ่ เสื้อผ้าของเธอตอนนี้หลุดลุ่ย นาคินทร์รีบลงจากรถแล้ววิ่งอ้อมมาทางด้านที่เธอนั่งอยู่ เขาจัดเสื้อผ้าให้เธอก่อนที่จะช้อนตัวของเธอขึ้นแนบอกแล้วพาเธอเข้าบ้านไปด้วยท่าทางรีบร้อน
“เฮีย...เกิดอะไรขึ้นครับ”
“ไม่มีเวลาอธิบาย อย่าให้ใครขึ้นไปรบกวน” เขาสั่งเสียงเข้มก่อนที่จะอุ้มเธอขึ้นไปด้านบน
